‘เมียม’ สาวไทยกับความสำเร็จระดับโลก เมื่อความฝันไม่จำกัดในแรงโน้มถ่วง
11 กุมภาพันธ์ 2559 วันสำคัญที่ถูกบันทึกลงหน้าประวัติศาสตร์ กับการค้นพบ ‘คลื่นความโน้มถ่วง’ ครั้งแรกของโลก โดยทีม ไลโก (LASER Interferometer Gravitational-wave Observatory : LIGO) ความพิเศษคือ ณ วันที่ค้นพบมีนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์สาวไทยอยู่ด้วย!
“ไม่มีถามอายุกัน ไม่มีระบบอาวุโส ผิดก็คือผิด” เมียม-ณัฐสินี กิจบุญชู สาวไทยอดีต Operations Specialist ที่ LIGO Hanford Observatory บอกเล่าประสบการณ์จากการทำงานในต่างประเทศ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เธอชื่นชอบ
จากนักเรียนหญิงธรรมดาที่ชอบเรื่องดาว ต้องไปใช้ชีวิตต่างแดนคนเดียว เพื่อเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นงานที่ใช่ กับประสบการณ์การร่วมงานกับชาวต่างชาติ
คุณเมียม-ณัฐสินี กิจบุญชู สาวไทยกับความสำเร็จระดับโลก
เห็นว่าคนที่ LIGO ค่อนข้างกันเอง
ลักษณะนิสัยนักฟิสิกส์ แปลก ๆ ก็จะมีเยอะ เข้าสังคมไม่ค่อยได้ ออทิสติกก็มี แต่ทุกคนเป็นกันเอง คุยกับหัวหน้าได้เหมือนคุยกับเพื่อน ภาษาอังกฤษไม่มีมาเรียกพี่น้องป้าน้าอา ไม่มีถามอายุกัน ไม่มีระบบอาวุโส ผิดก็คือผิด ตำแหน่งการเลื่อนตำแหน่งก็ออกทางผลงาน
ถ้าเราทำงานดีมันก็ออกมาทางงานอ่ะ มันไม่ต้องมา impress เจ้านาย ถ้าเราทำครบเราก็กลับ บ้าน
แล้วได้เข้าไปทำงานได้ยังไง
เราเห็นโฆษณาเปิดรับสมัคร ก็ส่ง CV ไปที่ LIGO เขาไม่ดูพวกเกรดเลยนะ อาจเพราะเรารับทำงานวิจัยให้อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1 ด้วย ก็เลยมีผลงานเป็นเครื่องยืนยัน
“Connection มันสำคัญนะ เรารู้จักอาจารย์ ถ้าอาจารย์เขาคอนเฟิร์มว่าเราโอเค คนที่เขาจ้างงาน(ที่รู้จักกับอาจารย์ของเรา)เขาก็จะโอเค”
1 วันที่ LIGO ของสาวไทยคนนี้ทำอะไรบ้าง
ต้องบอกก่อนว่าตำแหน่งที่ทำเป็นตำแหน่ง Operations Specialist คอยดูเครื่องตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วง ถ้าเกิดแผ่นดินไหว เครื่องหลุดล็อค เราก็มีหน้าที่ต้องทำให้มันกลับเข้าสู่สภาวะปกติ (สภาวะสังเกตการณ์) เพราะเป็นการเฝ้าแบบ 24 ชม. เลยมีคนทำเวียนกัน 9 คน
วันนึงก็จะทำ 8 ชม. บางวันก็เกิน แต่ก็ไม่มีโบนัสอะไรนะ เราชอบก็ทำเพิ่มไปเพื่อประสบการณ์ นานสุดที่เคยอยู่ก็ 16 ชม. พวกผู้ใหญ่เขาจะไม่ค่อยชอบนะ เพราะกลัวเราเหนื่อย แล้วพลาดไปทำอะไรพัง (หัวเราะ) เวลาไม่อยู่กะก็จะมาดูแลระบบชดเชยความร้อ
ไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว เจอปัญหาอะไรบ้าง
ไม่ค่อยเจอปัญหาอะไรนะ อย่างที่คนชอบบอกว่ามาอยู่แล้วคนเอเชีย ยิ่งเป็นสาวไทยจะโดนเหยียด ก็ไม่เคยโดนเลย ปัญหาส่วนใหญ่มาจากคนไทยในต่างประเทศเนี่ยแหละ แค่บางคนนะ จะค่อนข้างเห็นแก่ตัวเยอะ คือเงินไทยพอมาแปลงเป็นเงินดอลลาร์มันก็น้อยใช่ไหม ความงกกับความเห็นแก่ตัวก็คูณเข้าไปตามนั้นเลย แต่คนดี ๆ ก็มี ตอนนี้ก็มีเพื่อนคนไทยในต่างประเทศอยู่
แล้วเริ่มคิดจะไปต่างประเทศตั้งแต่ตอนไหน
ช่วงมัธยมปลาย เราได้ยินเรื่องโครงการแลกเปลี่ยน ก็คุยกับที่บ้านแล้วก็ไปเลยตอน ม.6 แต่ความจริงอยากไปตั้งนานแล้วนะ มันรู้สึกว่าที่ต่างประเทศเปิดกว้างกว่า ถ้าเราจบนอกจะไปสมัครงานที่ไหนมันก็ดี บวกกับที่ประเทศไทยก็ยังไม่ค่อยสาขาวิชาที่รองรับเรื่องดาราศาสตร์ที่เราชอบด้วย
ถ้าเรียนต่อที่ไทย แล้วไม่ได้มหา’ลัยดัง ๆ คนจะตั้งคำถามละ เราตัดสินใจไปเรียนเพราะมองเรื่องโอกาสมากกว่า
เห็นว่าสาขาที่เรียนไม่ใช่ดาราศาสตร์โดยตรง
ใช่ค่ะ มันเป็นฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ตอนที่เลือกเรียนไม่รู้ว่าดาราศาสตร์จะเกี่ยวข้องกับฟิสิกส์เยอะขนาดนี้ นึกว่าจะได้ดูดาวเยอะ ๆ เรียนมา 4 ปี ได้ดูดาวแค่เทอมเดียว แต่ไม่รู้สึกเบื่อเลยนะ เพราะก็ชอบทั้งคู่ ถือว่าเลือกถูก ปกติเราเป็นคนขี้เบื่อ ถ้ามันง่ายก็จะเบื่อ แต่กับเรื่องยาก ๆ เราก็อยากจะทำไปจนกว่ามันจะได้
ตอนแรกคิดว่าฟิสิกส์มันน่าเบื่อนะ ไม่มีสีสันอะไรเลย แต่พอเรียนจริง ๆ ถึงเข้าใจว่ามันมีอะไรเยอะมากที่ยังไม่รู้ ไม่ใช่แค่มานั่งเขียนสูตร แต่ได้ลงมือทำ มันมีอะไรมากกว่าแค่หน้ากระดาษที่เราเห็นนั่นแหละ
เมียม-ณัฐสินี สาวไทยหนึ่งเดียว ขณะทำงาน Operations Specialist ที่ LIGO Hanford Observatory
เพราะ ‘ดาราศาสตร์’ คือตัวตนที่ใช่
เราสนใจเรื่องหลุมดำ กาแล็กซี่ หาซื้อหนังสือมาอ่านเยอะแยะเลย มาเริ่มรู้สึกว่าชอบจริง ๆ ตอนมีโอกาสได้ไปดูดาวครั้งแรก ที่กล้องดูดาวของเพื่อน แล้วก็เห็นว่า ‘เฮ้ย...ดาวเสาร์มันมีวงแหวนจริง ๆ ดาวอังคารก็มีสีแดง’ มันเป็นความตื่นเต้นระดับเด็ก ๆ
ถ้าเราไม่ได้สนใจ ก็จะเห็นดาวเป็นแค่จุดขาว ๆ ที่พอพระอาทิตย์ขึ้นก็จางหายไป แต่สำหรับมันคือจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านดาราศาสตร์
จากเด็กมัธยมสู่สาวไทยในต่างแดน ตอนนี้โตขึ้นแค่ไหน
ถามว่าโตขึ้นกว่าเดิมไหม โตขึ้นเยอะเลย เพราะอยู่คนเดียวมันต้องแก้ปัญหาเองคนเดียว มันไม่มีใครมาช่วย เราก็ได้เห็นโลกภายนอกไม่เหมือนตอนอยู่ที่บ้าน เรียกว่าโตตามประสบการณ์ โลกนี้มันไม่ได้มีเราคนเดียว ถึงเราจะไม่ได้ชอบคนอื่น แต่ต้องทำให้คนอื่นชอบเรา คิดว่าเราทำดีกับคนอื่นก็เป็นผลดีกับเราเอง
เคยรู้สึก Fail กับตัวเองบ้างไหม
ไม่เคยมีโมเม้นท์ที่รู้สึกแย่กับตัวเองเลย คือไม่รู้สึกเสียใจที่ทำลงไป อะไรที่ทำพลาดก็แก้ไขสิ ไปนั่งเศร้าก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ถามว่าเคยไม่สนุกกับงานไหม ก็เคย อย่างตอนที่ตัดสินใจออกจากตำแหน่ง Operation Specialist มาก็เพราะมันอิ่มตัว บางวันไม่มีเป้าหมายอะไร เราก็ไม่รู้จะไปทำอะไร
"ถ้าตัวเองตื่นมาละแบบไม่อยากไปทำงานบ่อย ๆ ก็เปลี่ยนงานเถอะ"
อนาคตมีแพลนจะกลับมาทำงานที่ประเทศไทยไหม
กลับไปทำอะไรหล่ะ? ไม่ใช่ว่าไม่อยากกลับ แต่สายงานนี้คงไม่มีสายงานให้ทำนอกจากเป็นอาจารย์ แล้วก็คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรที่ประเทศไทยด้วย เท่าที่เพื่อนเล่าให้ฟัง
ในฐานะเป็นไอดอลสาวไทยของหลายๆ คน อยากบอกอะไรกับคนที่มีฝัน แต่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ
ลองทำอะไรใหม่ อย่ายึดติด ลองแบบไปดูดาวบ้าง วาดรูปบ้าง ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำดู ทำอะไรได้ทำ สักวันเราอาจจะรู้ก็ได้ว่าเราชอบในสิ่งที่ทำอยู่
“ตื่นนอน อยู่บ้าน ไปเรียน นอน ถ้าชีวิตมีแค่นี้มันก็จะไม่รู้ว่าเราชอบอะไร เพราะเราเจออยู่แค่นี้”
อาจดูเหมือนยากที่จะทำสิ่งที่ฝันให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา แต่คุณเมียม สาวไทยคนเก่งก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันไม่ยาก ถ้าลองได้พุ่งเข้าใส่จริง ๆ ไม่มีอะไรที่ทำแล้วต้องมานั่งเสียใจแน่นอน
You might also like

เงินไม่พอ ระบบไม่พร้อม เวลาไม่มีที่จะพัฒนาตัวเองผลสำ...
ทำงานเหนื่อยแทบตาย แต่รู้สึกเหมือนไม่ได้เก่งขึ้นเลย…หลายคนที่อยู่ในช่วงวัย 20–30 คงเคยพ...

‘เปลี่ยนงานทั้งที ต้องวางแผนการเงินให้ดีด้วย’ รวม 4 ...
เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมุ่งหน้าสู่โอกาสใหม่ๆ ในชีวิต นอกจากความกังว...

‘นิ่งให้พอ รอให้เป็น’ 10 แนวคิดการเป็นนั...
ในปี 2012 นักเรียน MBA ที่ Richard Ivey School of Business ถาม วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

