เงินเฟ้อ อีกหนึ่งอาการที่ต้องตรวจสุขภาพเศรษฐกิจ

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับปิ่นอีกครั้งนะคะ คราวที่แล้วเราคุยกันว่า สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ต่างอะไรจากการตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี และเราสามารถใช้ตัวเลขจีดีพีตรวจสุขภาพของเศรษฐกิจได้ยังไงบ้าง เช่นเดียวกับสุขภาพของคน เวลาเราจะตรวจสุขภาพของเศรษฐกิจ เราจะใช้ตัวชี้วัดตัวเดียวไม่ได้ ต้องดูตัวอื่นๆ มาประกอบกันด้วย วันนี้ปิ่นก็เลยจะมาเล่าให้ฟังเรื่อง ‘เงินเฟ้อ’ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอีกตัวหนึ่งที่สถาบันต่างๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้เป็นตัวชี้วัดสุขภาพของเศรษฐกิจค่ะ

อาการ เงินเฟ้อ บอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

ทุกๆคนทราบดีว่าเงินเฟ้อคือเปอร์เซ็นต์การขึ้นราคาของสินค้าและบริการต่างๆ โดยเฉลี่ยทั้งประเทศ แต่อย่าลืมว่า ราคาจะเปลี่ยนแปลงได้ด้วยเหตุผล 2 อย่าง คือ ปริมาณสินค้า (Supply) และความต้องการของคน (Demand) ที่มีต่อสินค้านั้นๆ ฉะนั้น เวลาเศรษฐกิจดีขึ้น คนจะมีความต้องการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ก็ทำให้ราคาสินค้าต่างๆ เริ่มสูงขึ้น จึงทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้นได้ค่ะ

เงินเฟ้อ อีกหนึ่งอาการที่ต้องตรวจสุขภาพเศรษฐกิจ

หลายคนคงตั้งคำถามว่า แล้วแบบนี้เวลาเงินเฟ้อสูงขึ้น แปลว่าเศรษฐกิจดีขึ้นเหรอ คำตอบคือ ต้องดูว่าส่วนไหนของเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นค่ะ

ก่อนอื่น ราคาของสินค้าและบริการต่างๆ ที่เอามาคิดเงินเฟ้อ แบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกัน

  • ส่วนที่ 1 คือ ราคาของพลังงานต่างๆ เช่น ราคาน้ำมัน ราคาแก๊สหุงต้ม คิดเป็นประมาณ 12% ของสินค้าทั้งหมด
  • ส่วนที่ 2 คือ ราคาอาหารสดต่างๆ คิดเป็นประมาณ 16% ของสินค้าทั้งหมด
  • ส่วนที่ 3 คือ ราคาของสินค้าและบริการที่เหลือ ซึ่งอัตราการขึ้นของราคาสินค้าประเภทนี้ เรียกกันว่า ‘อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน’ ซึ่งคิดเป็น 72% ของสินค้าทั้งหมดค่ะ

ทีนี้เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศค่อนข้างเล็กที่นำเข้าพลังงาน เช่น น้ำมัน ราคาของพลังงานต่างๆ จึงผันผวนตามปริมาณและความต้องการในตลาดโลกมากกว่าความต้องการในประเทศไทย 

นอกจากนี้ ราคาของอาหารสดยังแปรผันตามจำนวนผลผลิตที่ขึ้นกับสภาพดินฟ้าอากาศ และสภาวะโรคพืชโรคสัตว์ต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุม ราคาของอาหารสดจึงไม่สามารถสะท้อนความต้องการของคนในประเทศได้เท่าที่ควร

เงินเฟ้อ อีกหนึ่งอาการที่ต้องตรวจสุขภาพเศรษฐกิจ

เพราะฉะนั้น เวลาเราจะใช้ตัวเลขเงินเฟ้อตรวจดูสภาพเศรษฐกิจไทย เราควรตัดราคาพลังงานและอาหารสดออกไป เหลือไว้แต่ส่วนของราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ปรับตามความต้องการของคนในประเทศได้มากกว่าค่ะ แต่ถ้าราคาของสินค้าพวกนี้เพิ่มขึ้นเพราะเหตุผลอื่นๆ เช่น เพราะปริมาณสินค้าลดลงผิดปกติ เพราะการขึ้นภาษี หรือเพราะความต้องการจากต่างประเทศมีมากขึ้น อันนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจดีขึ้นนะคะ

เงินเฟ้อส่งสัญญาณอะไรกับเศรษฐกิจไทย

  1. ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เงินเฟ้ออยู่ในช่วงขาขึ้น จากตัวเลขล่าสุดในเดือนกรกฏาคม เงินเฟ้ออยู่ที่ 1.46% 
  2. แต่ที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะราคาพลังงาน ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยทั่วประเทศถึง 10.18% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลก
  3. ในทางตรงกันข้าม ราคาอาหารสดลดลง 1.61%
  4. ส่วนราคาของสินค้าและบริการที่เหลือเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยทั่วประเทศเพียง 0.79% ค่ะ

เงินเฟ้อ อีกหนึ่งอาการที่ต้องตรวจสุขภาพเศรษฐกิจ

สรุปคือ ตัวเลขเงินเฟ้อส่งสัญญาณบอกเราว่า การที่ราคาสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น ราคาน้ำมัน แต่ไม่ได้เกิดจากการจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศมากนัก เมื่อนำมาดูพร้อมๆกับตัวเลขจีดีพี ก็จะเห็นภาพที่ชัดขึ้นว่า การฟื้นตัวของสุขภาพเศรษฐกิจไทยยังไม่กระจายไปทั่วทั้งร่าง ผลจากรายได้โดยรวมของประเทศที่ดีขึ้น ยังไม่ได้ทำให้ความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยของคนในวงกว้างเร่งตัวมากขึ้นซักเท่าไหร่ หลายคนจึงยังไม่ค่อยรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นค่ะ

อีกอย่างนึง อย่าลืมนะคะ ว่าเวลาคำนวณเงินเฟ้อ เค้าใช้ราคาของทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่สำหรับคนที่อยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงอย่างกรุงเทพฯ ความจริงมันโหดร้ายกว่านั้นค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่าของมันแพงกว่าที่ตัวเลขเงินเฟ้อบอกเราค่ะ 

ถ้ามีคำถามอะไรเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คอมเมนต์มาได้เลยนะคะ แล้วคราวหน้า ปิ่นจะมาเล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจอีกค่ะ สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ว่า อยากรู้เรื่องเศรษฐกิจ ปิ่นว่าไม่ยากหรอกค่ะ 

(Review) เงินเก็บก้อนแรกที่ควรมี คือเงินเพื่อสร้างความ “อุ่นใจ”

คนเราควรวางแผนเรื่องเงินค่ะ และรู้ไหมว่าสิ่งที่เราควรมีก่อน คือ เงินเก็บสักก้อนนึงเพื่อสร้างความ “อุ่นใจ”

ความอุ่นใจที่ว่า.. คือหากเรามีเหตุจำเป็นต้องใช้งิน ไม่ว่าจะเกิดจากเรื่องดีหรือร้าย เราจะเอาเงินออมก้อนนี้แหละมาใช้ โดยไม่ไปแตะเงินลงทุนในระยะยาวหรือเงินเก็บเพื่อเกษียณ ถ้าจะให้ดีนะ..ถ้ามีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับเราจริงๆ ถึงขั้นเสียชีวิต เราจะอุ่นใจยิ่งขึ้นไปอีก ถ้ามีคนจ่ายเงินเพิ่มให้กับคนข้างหลังที่เราห่วงใย

ลักษณะของเงินออมเพื่อความอุ่นใจก้อนแรกที่มาดามกำลังพูดถึงนั้น.. มันควรจะมีคุณสมบัติดังนี้ คือ

  • มีสภาพคล่อง ถอนออกมาใช้ได้ทันที เพราะเราต้องการแน่ใจว่าเราดึงมันมาใช้ได้เมื่อมีเหตุจำเป็น
  • ความเสี่ยงต่ำ คือ มีผลตอบแทนแน่นอน 

เอาล่ะ..ถ้าอยากมีเงินสักก้อนนึง แถมยังต้องการความคล่องตัว และอยากมีหลักประกันคุ้มครองชีวิตไว้ด้วย แบบนี้เราควรจะเลือกวางเงินไว้ที่ไหน?

เงินฝากออมทรัพย์จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หากเราพิจารณาจากคุณสมบัติที่ว่ามา แต่ทีนี้หลายคนก็เป็นห่วงว่าอัตราดอกเบี้ยมันจะน้อยรึเปล่า..

มาดามก็จะบอกให้จำไว้ว่า…เราต้องการความอุ่นใจ จากความคล่องตัว ความเสี่ยงต่ำ และผลตอบแทนคือดอกเบี้ยที่ได้แน่ๆ จำเรื่องนี้ให้ขึ้นใจ จำให้ได้ว่าวัตถุประสงค์หลักของเราสำหรับเงินก้อนนี้คืออะไร

ถ้าเราเอาเงินไปฝากประจำ จริงอยู่ดอกเบี้ยมันสูงกว่าค่ะ แต่ถ้าถอนก่อนกำหนด มันจะไม่ได้ดอกเบี้ยตามที่เราอยากได้ไงคะ

คำถามต่อไปคือมีบัญชีออมทรัพย์แบบไหนที่จะให้ดอกเบี้ยและผลประโยชน์อย่างอื่นมากไปกว่าบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาทั่วไป??

คำตอบคือ…มีค่ะ

เพราะสมัยนี้เค้ามีบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ที่จ่ายดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป โดยจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนด้วยนะ คือไม่ต้องรอครบครึ่งปีหรือเต็มปีเพื่อรับดอกเบี้ย น่าสนใจไหมล่ะ

ไม่พอค่ะ…บางธนาคารยังนำเสนอบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงแบบนี้ โดยมีของแถมคือ.. “ประกันอุบัติเหตุ” ให้ฟรี! แบบที่เราไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันด้วยนะ

โอ้โห…ฟังดูดีจัง เชื่อว่าหลายคนอาจมีคำถามหลายอย่างมาดูกันค่ะ

คำถาม: ธนาคารทั้งให้ดอกสูงทั้งแถมประกันอุบัติเหตุแบบนี้.. เค้าต้องการอะไรจากเรา

คำตอบ: เค้าต้องการให้เราฝากเงินที่เค้าแบบนานๆ

คำถาม: เราทุกคนมีสิทธิ์ไปเปิดบัญชีแบบนี้ไหม?

คำตอบ: คนที่จะไปเปิดบัญชีได้ก็จะต้องเข้าเงื่อนไขบางอย่าง เช่น ฝากเงินขั้นต่ำ 100,000 บาทขึ้นไปผู้สมัครจะต้องมีอายุตั้งแต่ 15 -70 ปีบริบูรณ์, ไม่รับผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง 

คำถาม: ประกันอุบัติเหตุที่ว่า คือคุ้มครองอะไร วงเงินเท่าไร ต้องตรวจสุขภาพไหม

คำตอบ: ส่วนใหญ่ที่เห็น คือ ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเท่านั้น รับความคุ้มครองโดย คำนวณจากยอดเงินฝากคงเหลือในบัญชีก่อนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 1 วัน โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกินกี่บาทก็ว่าไป

มาถึงตรงนี้หลายคนเข้าใจมากขึ้น อยากเปิดบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยดี แถมฟรีประกันแบบนี้บ้าง มาดามรู้จักอยู่อันนึง อยากเล่าให้ฟังค่ะ

LH Bank บัญชีออมทรัพย์คุ้มครองชีวิต 2

  • บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง จ่ายดอกเบี้ยรายเดือน ฟรีประกันอุบัติเหตุ
  • เพียงฝากเงินขั้นต่ำ 100,000 บาทขึ้นไป
  • ให้ดอกเบี้ยสูง พร้อมจ่ายดอกเบี้ยรายเดือน ไม่เสียภาษีดอกเบี้ย (กรณีไม่เกิน 20,000 บาท ตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด)
  • ยิ่งฝากมากยิ่งคุ้มครองมาก รับความคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทั่วโลก 24 ชั่วโมง
  • ประหยัดเวลา ไม่ต้องตรวจสุขภาพ หมดกังวลเรื่องการจ่ายค่าเบี้ยประกัน
  • สะดวกสบาย คล่องตัว ฝากถอนเมื่อไหร่ก็ได้ สามารถใช้คู่กับบัตรเอทีเอ็ม/เดบิต และ Mobile App LH Bank M Choice/ บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ต LH Bank Speedy
  • ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเป็นประกันอุบัติเหตุ (ไม่ต้องเสียค่าเบี้ยประกันภัย) รับประกันโดย บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)

จากข้อมูลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับใครหลายๆ คนค่ะ มาดามอยากให้ทุกคนมีเงินเก็บสักก้อนเพื่อสร้างความ “อุ่นใจ” ให้ตัวเอง เพราะมันทำให้เรารู้สึกดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะ

ถ้าใครที่อ่านแล้วสนใจหรือมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LH Bank ทุกสาขา 

โทร. 0 2359 0000 หรือเว็บไซต์ https://www.lhbank.co.th/Campaign/Product/Register/23

มาดามขอกระซิบบอกด้วยว่า “ถ้าเปิดบัญชีใหม่ พร้อมลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ธนาคาร  ตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 61 เค้ามีของขวัญพิเศษให้ด้วยล่ะ

สำหรับครั้งนี้มาดามขอลาไปก่อนนะคะ ไว้โอกาสหน้าถ้ามาดามมีข่าวสารหรือสิ่งที่น่าสนใจอีกจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

บทความนี้เป็น Advertorial

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุน ยุค Digital กลับมาแล้วครับ

สัปดาห์นี้เรายังอยู่กันที่หุ้นไทยเหมือนเดิม ความสดใสกลับมาแล้วนะจ๊ะ ส่วนตลาดต่างประเทศตลาดไหนน่าสนใจ สรุปให้เหมือนเช่นเคยครับ

สรุปประเด็นทุกตลาดสำคัญทั้งหมด ครบถ้วนจัดเต็มแน่นอนเหมือนเช่นเคย พบกันแบบนี้ทุกสัปดาห์ กดติดตามกันด้วยนะครับผม

Focus ประเทศน่าลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2561

Focus ประเทศน่าลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 23-27กรกฎาคม 2561ตลาดที่น่าจับตาสัปดาห์นี้ ยังเน้นว่า “ซื้อไทย” เพราะน่าสนใจกว่าที่อื่น จากการที่Valuation นั้นน่าสนใจในขณะนี้ เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่องอยู่ครับผม

ส่วนตลาดอื่นที่สะสมได้ในสัปดาห์นี้ คือ สหรัฐฯ ยุโรป จีน เพราะยังมีทิศทางที่น่าสนใจ อยู่ครับ ประกอบกับแนวโน้มที่ดีของกลุ่มนี้ที่ยังมีปัจจัยแข็งแกร่งซ่อนอยู่ ต้องลองค้นดู ถึงจะรู้และเข้าใจ (อะไรเนี่ย มาเป็นเพลงซะงั้น)

  • เหตุผล : Valuation ที่น่าสนใจกับปัจจัยภายในที่เจ๋งอยู่
  • Focus : ไทย ส่วนที่เหลือสะสมไปเรื่อยๆ ครับผม
  • ความน่าสนใจ : โอกาสในการทยอยสะสมหุ้นที่มีมูลค่าต่ำ Valuation ดี

Scan การปรับตัวตลาดหุ้นทั่วโลก

  • สถานการณ์ในตอนนี้ ผมมองว่าหุ้นไทยยังน่าสนใจอยู่ครับ หลังจากที่กลับมาอยู่จุดเดิมได้ (แต่จะยืนได้หรือเปล่า) ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง จึงคาดว่าผลประกอบการจะยังขยายตัวได้ดีอยู่ครับผม และการกลับมาในครั้งนี้ทำให้ความเชื่อมั่นของใครหลายคนเพิ่มขึ้นครับ 
  • ส่วนตลาดอื่นนั้น ให้มองหาประเทศเกิดใหม่เป็นหลัก ส่วนประเทศพัฒนาที่น่าสนใจนั้นยังคงเน้นหนักไปที่สหรัฐครับผม  

Insight ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

เหมือนเดิมครับ เพิ่มเติมคือความเชื่อมั่นครับ เนื่องจาก สหรัฐฯ นั้นถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุดตอนนี้ครับ เนื่องจากยังมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จากการบริโภคในประเทศและการลงทุนเอกชนอยู่ครับ

แถมอย่างที่บอกไปในสัปดาห์ก่อนว่านโยบายการลดภาษีนั้น จะส่งผลบวกต่อการขยายตัวเศรษฐกิจต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนต่อไปอีกด้วยครับ

สรุปสั้นๆ : ทยอยสะสมต่อครับ

Insight ตลาดหุ้นยุโรป

ยังเหมือนเดิมครับ สำหรับหุ้นเล็กของยุโรป ผมเชื่อว่ายังสามารถทยอยสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กได้ต่อ อย่างที่บอกไปว่ารายได้บริษัทส่วนใหญ่มาจากการบริโภคในประเทศ นั่นแปลว่าหุ้นขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าหากสหรัฐฯ ขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจากยุโรป ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความแข็งแกร่งในตัวเองสูงครับ

สรุปสั้นๆ : สะสมได้ครับ แต่ขอให้โฟกัสที่หุ้นเล็กเป็นหลักจ้า

Insight ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

แนะนำชะลอการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นเหมือนสัปดาห์ก่อนครับ เนื่องจากเข้าใกล้มาทุกทีแล้ว กับช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ทางสหรัฐฯ จะมีการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นมียอดส่งออกเกินดุลไปสหรัฐฯ เป็นอันดับ 3 ทำให้มีความเป็นไปได้เช่นกันที่ญี่ปุ่นจะโดนตั้งกำแพงภาษีค่อนข้างมากจากผลกระทบของการส่งออก ดังนั้นเราควรรอดูท่าทีต่อไปสักระยะโดยการชะลอการลงทุนก่อนครับ

นอกจากนั้นในสัปดาห์นี้ มีข่าวล่ามาเร็วบอกว่า สหรัฐฯ อาจเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์เพิ่มขึ้น ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สัดส่วนการส่งออกรถยนต์สูง ประกอบกับค่าเงินเยนอาจแข็งค่าหลังจากทรัมป์ส่งสัญญาณว่าไม่อยากให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งอาจกระทบต่อผลประกอบการบริษัทผู้ส่งออกอีกต่อหนึ่งครับ

สรุปตอนนี้ : พักเบรกต่ออีกสัปดาห์นะครับ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเบรกยาวหรือเปล่า…

Insight ตลาดหุ้นอินเดีย

พลิกเกมส์อีกแล้วครับ! สำหรับตลาดหุ้นอินเดีย เนื่องจากรัฐบาลประกาศลดอัตราการเก็บภาษี Goods and Services Tax สำหรับสินค้ากว่า 50 รายการ เพื่อเพิ่มคะแนนนิยมให้กับพรรครัฐบาลเพื่อการเลือกตั้งในปีหน้า โดยการลดภาษีเป็นการกระตุ้นการบริโภค ซึ่งส่งผลดีต่อผลประกอบการบริษัท

นโยบายประชานิยมแบบจัดหนักแบบนี้ รับรองว่าหุ้นต้องดีแน่นอนครับ ดังนั้นลมเปลี่ยนทิศมาหาเราแล้ว เราควรกลับมาสะสมต่อเหมือนเดิมจ้า

สรุปสั้นๆ : กลับมาได้แล้วจ้า

Insight ตลาดหุ้นเกาหลี

ห้ามกันมานาน ในที่สุดก็ถึงเวลาเสียที หุ้นเกาหลีกลับมาเป็นโอปป้าที่น่ารักน่าสนใจอีกครั้ง เนื่องจาก Valuation ที่ลดต่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เริ่มน่าสนใจแล้วล่ะครับ

นอกจากนั้นยังมีเรื่องของดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยุโรป ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อธุรกิจการส่งออกของเกาหลีให้ดีขึ้นครับ

สรุปสั้นๆ : กลับมาสะสมได้แล้วนะครับ แต่อย่าจัดหนักเกินไปล่ะ

Insight ตลาดหุ้นไทย

ในที่สุด หุ้นไทยก็ไป 1,700 ได้อีกครั้งหนึ่งครับ! (เย้)

สำหรับคนที่ทยอยสะสมมาสักระยะก็คงได้หายอกหายใจโล่งอกกันแล้วล่ะครับ เพราะว่าน่าจะเห็นตัวเลขกำไรบ้างแล้วล่ะครับ (ใครที่เชื่อผมตอนหุ้นตก ตอนนี้คงยิ้มออกแล้วล่ะครับ ส่วนใครที่ด่าผมไว้ ก็ไม่เป็นไรครับ อิอิ)

ตอนนี้ผมมองว่าเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณดีขึ้นจากทั้งการบริโภคครัวเรือน และการลงทุนเอกชน จะช่วยให้รายได้บริษัทจดทะเบียนในภาพรวมยังคงขยายตัวได้ดีขึ้นครับ ดังนั้นซื้อต่อไปครับผม และหวังให้ยืนเหนือ 1,700 ได้ในสัปดาห์นี้นะครับ

สรุปสั้นๆ : ซื้อต่อจ้า

Insight ตลาดหุ้นจีน

ยังคงเน้นหนักไปที่หุ้นกลุ่มที่เป็นการบริโภคในประเทศจีน การเติบโตใหม่ๆ ของเทคโนโลยี (New economy) เพราะกลุ่มนี้ผลประกอบการมีแนวโน้มขยายตัวสูง ตามรายได้เฉลี่ยของผู้บริโภคจีนที่เพิ่มขึ้นครับ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่กำแพงภาษีไม่สามารถทำอะไรได้ครับผม

แต่อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าหลังจากที่ตลาดมีความผันผวนสักพัก ตอนนี้มูลค่าของตลาดจีนทั้ง A-SHARE และ H-SHARE ก็ดูเหมือนจะน่าสนใจเช่นเดียวกัน ดังนั้นกลยุทธ์ยังคงเลือกสะสมเฉพาะกลุ่ม (สำหรับคนที่ไม่กล้าเสี่ยงมาก) หรือ สะสมโดยรวมทั้งตลาดก็น่าสนใจเหมือนกันครับ (แต่อาจจะมีผันผวนหน่อย)

สรุปสั้นๆ : สะสมได้ครับ

แนะนำการลงทุนประจำสัปดาห์ จากอัศวินกองทุน

  • ตลาดตราสารทุน : ซื้อหุ้นไทย ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ หุ้นยุโรป หุ้นจีน หุ้นเกาหลี หุ้นอินเดีย
  • ตลาดตราสารหนี้ : แนะนำลงทุนตราสารหนี้ High Yield สหรัฐฯ ส่วนตราสารหนี้ไทยแนะนำให้ซื้อตราสารหนี้ไทยช่วงอายุ 1-3 ปี
  • สินทรัพย์ทางเลือก : ชะลอการลงทุนในทองคำ แต่ทยอยสะสมน้ำมัน

เรามาดูสัดส่วนการลงทุนที่แนะนำประจำสัปดาห์กันบ้างครับ

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงต่ำ

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นไทย 12%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 44%
  • ตราสารหนี้ไทย 44%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นไทย 14%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 42%
  • ตราสารหนี้ไทย 44%

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงกลาง

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นต่างประเทศ 24%
  • หุ้นไทย 30%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 20%
  • ตราสารหนี้ไทย 20%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 6%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นต่างประเทศ 26%
  • หุ้นไทย 32%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 18%
  • ตราสารหนี้ไทย 19%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : ทองคำ 2%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : น้ำมัน 3%

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงสูง

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นต่างประเทศ 40%
  • หุ้นไทย 42%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 5%
  • ตราสารหนี้ไทย 5%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 8%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นต่างประเทศ 42%
  • หุ้นไทย 44%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 4%
  • ตราสารหนี้ไทย 4%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : ทองคำ 2%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : น้ำมัน 4%

หมายเหตุ : “ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2561

ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำโดย นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป โดยข้อคิดเห็นและบทความในเอกสารฉบับนี้ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ผู้ใช้ข้อมูลนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง

เปลี่ยนการทำงานให้ติดจรวด! ด้วย 6 เครื่องมือออนไลน์

ผมได้มีโอกาสได้ Coaching หนุ่มสาววัยทำงานรวมถึงระดับผู้จัดการหลายท่าน ทำให้ผมพบว่าคนส่วนใหญ่มีการใช้เครื่องมือในการทำงานเหมือนเดิมมาตลอด เพราะไม่อยากเปลี่ยนแปลง ทำเหมือนเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่วันนี้ผมอยากให้ทุกท่านลองเปิดใจ สละเวลามาศึกษา เครื่องมือฟรีง่ายๆ ที่จะทำให้การทำงานและการใช้ชีวิตของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปครับ

อันนี้ คือ Tools บางส่วนที่ปัจจุบันผมเองใช้ทำงานอยู่ โดย Tools เหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิธีการทำงานใดแต่เป็นเพียงส่วนเสริมให้ชีวิตของคุณมีกิจกรรมและสามารถลดเวลาและค่าใช้จ่ายต่างๆได้เป็นอย่างดี มาเริ่มที่ตัวแรกกันครับ

เปลี่ยนการทำงานให้ติดจรวด! ด้วย 6 เครื่องมือออนไลน์

google keep

1. Google Keep

ทำหน้าที่เป็นเหมือน Digital Post-it ที่สามารถใช้ได้ทุกแพล็ตฟอร์ม ไล่มาตั้งแต่มือถือ PC และ Tablet ครับ เป็น Tool ที่ใช้ได้ดีมาก หลักการทำงานเหมือน Post it เลย เป็น Tool สำคัญสำหรับชีวิตผมมากที่ใช้ในการบันทึกสิ่งอ้างอิงที่มักจะลืมบ่อยๆ เช่น ที่อยู่บริษัท, Check-list, ไอเดียบางอย่าง, ร้านอาหารที่ชอบ เนื่องจากระบบสามารถใส่ Tag ให้กับ post it ต่างๆได้ มีระบบ Search จาก Google ที่สุดฉลาด และไม่จำกัดในเรื่องพื้นที่จัดเก็บ ดังนั้นหลายๆอย่างที่ผมจะไม่จำผมจะนำมาใส่ใน Google Keep ทั้งหมดครับ

เปลี่ยนการทำงานให้ติดจรวด! ด้วย 6 เครื่องมือออนไลน์

HEADSPACE App

2. Head Space / Calm

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอยู่ในยุคที่ Information Overload ทำให้การโฟกัสกับเรื่องอะไรสักเรื่องเป็นสิ่งที่ยากมาก ดังนั้นแนวคิดเกี่ยวกับการทำ Mediation หรือการนั่งสมาธิจึงเป็นหัวข้อที่สำคัญมากในชีวิตการทำงานปัจจุบันครับ โดย Application เหล่านี้จะช่วยไกด์เราให้สามารถมีพื้นฐานที่ดีในการทำสมาธิ ช่วยให้เราสามารถควบคุมอารมณ์และสติได้เป็นอย่างดี

เปลี่ยนการทำงานให้ติดจรวด! ด้วย 6 เครื่องมือออนไลน์

Nike Training Club App

3. Nike Training Club

คงไม่ต้องบอกว่าการออกกำลังกายสำคัญแค่ไหนครับ โดย Nike Training Club เป็นแอพออกกำลังที่มีระบบสร้างตารางออกกำลังกายให้กับเรา โดยระบบจะมีชุดคำถามต่างๆ ว่าเป้าหมายและทรัพยากรต่างๆของเราเป็นอย่างไรบ้าง เช่น อยากลดน้ำหนัก แต่ไม่มีอุปกรณ์เวทเทรนนิ่งที่บ้านนะ ออกกำลังได้สัปดาห์ละ 3 วัน เป็นต้น โดยทุกครั้งที่ออกกำลังกายเสร็จระบบก็จะมีการสอบถาม Feedback เพื่อให้ระบบมีข้อมูลมากขึ้นเพื่อพัฒนาแผนการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเรามากขึ้น (มีระบบ AI อยู่เบื้องหลังครับ) ปัจจุบันผมออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 วันครับ เป็นวิ่ง 2 วัน และคาร์ดิโอแบบ Extreme 3 วัน และมีการโยคะเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้ออีก 1 วันครับ ซึ่งแอพนี้ตอบโจทย์ผมได้เป็นอย่างดีเลย

เปลี่ยนการทำงานให้ติดจรวด! ด้วย 6 เครื่องมือออนไลน์

จอซ้ายคือจอปกติ / จอขวาคือจอที่ตัดแสงสีฟ้าออก

4. F.Lux

ผมทำงานหน้าคอมตลอดดังนั้นเรืองสายตาเป็นสิ่งจำเป็นครับ โดยเจ้าแอพนี้จะทำหน้าที่ตัดแสงสีฟ้าของหน้าจอคอมออกในช่วงเวลาเย็นและกลางคืน ทำให้ถนอมสายตาและหลับได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ

เปลี่ยนการทำงานให้ติดจรวด! ด้วย 6 เครื่องมือออนไลน์

Brain.fm

5. Brain.fm

แอพนี้คือ แอพที่สร้างเสียงที่จะทำให้มีสมาธิขึ้นมาครับ เป็นเหมือนพิธีกรรมบางอย่างเพื่อบอกร่างกายเราว่า ชั้นกำลังจะทำงานแล้วนะ จากนั้นใส่หูฟัง เปิดแอพนี้แล้วทำงานจะทำให้เราทำงานได้ดีขึ้นนั่นเอง แอพแนวนี้มีหลายตัวครับ ก่อนหน้านี้ผมใช้แอพชื่อ Coffitivity เป็นเสียงในร้านกาแฟ กับ Youtube Clip อันนี้ครับ https://www.youtube.com/watch?v=nb9x_8pgl4Q

เปลี่ยนการทำงานให้ติดจรวด! ด้วย 6 เครื่องมือออนไลน์

6. Blinkist 

Blinkist เป็นแอพที่ทำหน้าที่สรุปหนังสือขายดีประเภทเพื่อความรู้ (non-fiction) โดยย่อสรุปเนื้อหาให้จบใน 1 หน้า และใช้เวลาอ่านไม่เกิน 15 นาที รวมถึงมี Audio Version ให้ด้วย โดยจุดประสงค์ของผมคือ การใช้แอพในการหาหนังสือที่ผมสนใจ และพอได้อ่านหรือฟังเนื้อหาสรุปแล้ว ทำให้ผมไปซื้อหนังสือเล่มนั้นๆ ได้ ทำให้ลดเวลา และสามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอดทุกที่ทุกเวลา


จาก Tools ต่าง ๆ ที่ผมจอมทรัพย์แนะนำ ถูกใจอันไหนก็อย่าลืมโหลดไปใช้กันนะครับ หรือใครมี Tools ดี ๆ อันอื่นมาแนะนำ 

ก็มาบอกมาแชร์กันได้เลยนะครับ

#เมีย2018 ลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง?

เป็นเมียเราต้องอดทน คำพูดนี้จะหายไปเมื่อผู้หญิงต้องมาเป็นใหญ่ในบ้าน ดูแลและจัดการทุกอย่าง ทั้งทำงานและการเรือน วันนี้พรี่หนอมเลยแชร์สิทธิลดหย่อนคนในครอบครัวของภรรยายุคใหม่ให้อ่านกันครับ

ถ้าสามีไม่มีเงินได้ และจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย แบบนี้เราเอามัน เอ้ย เขามาลดหย่อนได้ปีละ 60,000 บาท แต่จะคุ้มค่าไหม เปลืองเงินกว่าภาษีที่ประหยัดได้หรือเปล่า อันนี้ต้องถามตัวเองดู แต่ที่รู้ๆความรักต้องใช้เงินจ้า

ถ้ามีลูกก็ลดหย่อนภาษีได้อีก เพราะลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเรานั้น กฎหมายให้สิทธิลดหย่อนภาษีคนละ 30,000 บาท ถ้าหากปั้มเยอะก็ลดเยอะ แต่ค่าเลี้ยงอาจจะแพงกว่า โดยลูกทีมาลดหย่อนได้ต้องมีรายได้ทั้งปีไม่ถึง 30,000 บาท และอายุไม่เกิน 20 ปี แต่ถ้าเกิน 20 ปี ไม่เกิน 25 ปีก็ยังลดหย่อนได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าต้องเรียนไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรืออีกกรณีหนึ่งคือลูกเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถอันนี้ลดหย่อนได้ตลอดจ้า

อ้อ.. ค่าลดหย่อนลูกนี้ก็ไม่ต้องหารกับสามีเช่นเดียวกันนะครับ ของใครของมันเลยจ้า

ถ้าเป็นลูกกตัญญูดูแลพ่อแม่ ก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกัน โดยพ่อแม่ต้องอายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท เราจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีอีก 30,000 บาทต่อคนจ้า

สำหรับค่าลดหย่อนพ่อแม่นี้ ถ้าสามีไม่มีรายได้ และพ่อแม่เข้าเงื่อนไข เราสามารถนำพ่อแม่สามีมาใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกต่อหนึ่งด้วยนะจ๊ะ หรือพุดง่ายๆคือลดหย่อนได้ 4 คนเลย #พ่อผัวแม่ผัวพ่อเราแม่เรา จ้า

เป็นผู้หญิงยุคนี้ต้องแข็งแกร่ง อย่าย่อท้อ พรี่หนอมขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปครับ วันนี้ขอลาไปซักผ้าให้เมียก่อน สวัสดีจ้า

เป็นกำลังใจให้พรี่หนอมได้ง่ายๆ ฟรีๆ 
แถมมีคุณค่าทางใจให้มีแรงทำเนื้อหาต่อไป
สะดวกช่องทางไหน ไปกดติดตามกันเลย

Facebook Page : TaxBugnoms
Line : https://line.me/ti/p/@taxbugnoms
Twitter : https://twitter.com/TAXBugnoms

#TAXBugnoms

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 สิงหาคม 2561

เก็งหวยงวดโป๊ะแตกกับสถิติย้อนหลัง10งวดล่าสุด สรุปเลขตัวเก็งจากทุกสำนัก และเหตุการณ์เด็ดพร้อมเอาไปตีเป็นตัวเลข 

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 สิงหาคม 2561

1. สถิติย้อนหลังสิบงวด จากหลักการเก็งตัวเลขไม่ซ้ำกันติดต่อ10งวดล่าสุด ขณะนี้กองสลากได้ออกเลขอะไรไปบ้าง พร้อมสถิติตัวเลขที่ออกซ้ำกันมากที่สุดในแต่ละหลักให้คุณได้วิเคราะห์ความน่าจะเป็นในงวดนี้

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 สิงหาคม 2561

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 สิงหาคม 2561

2.
เก็งเลขเด็ดจากสถาบันเสี่ยงดวงชั้นนำ ในงวดนี้สถาบันเลขเด็ดชื่อดังได้บอกใบ้ คำนวณตัวเลขใดออกมาบ้าง ใช่เลขที่คุณตีความได้จากความฝัน หรือวงในแหล่งเลขเด็ดหรือไม่ หากศรัทธาสถาบันใดก็นำตัวเลขไปวิเคราะห์ต่อ หรือซื้อตามได้เลย

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 สิงหาคม 2561

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 สิงหาคม 2561

3. เหตุการณ์เด็ดวิเคราะห์ให้เป็นเลข นอกจากนี้เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันก็สามารถนำมาวิเคราะห์ให้เป็นตัวเลขได้ อย่างเหตุการณ์ที่กำลังโป๊ะแตกในขณะนี้มาดูกันว่าจะทำให้คุณๆแจ็คพอตแตกรับทรัพย์กันถ้วนหน้าไหมนะ

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 สิงหาคม 2561

จากไทม์ไลน์สามารถตีเป็นตัวเลขจากวันที่โป๊ะแตก อย่างเลข 27 20 04 03 หรือ 41 หากตีเป็นเลข 3 ตัวก็ลองเอาเดือนมารวมด้วยเป็น 116 276 037 047 207 ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมสลับหน้าหลังกันด้วยนะ

การเก็งตัวเลขเป็นเพียงการคาดเดา ทั้งนี้ต้องใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล ความฝัน โชคชะตารวมถึงบุญกุศลประกอบกัน  และควรซื้ออย่างไม่เดือดร้อนต่อตนเอง ควรระวังได้ไม่คุ้มเสียนะจะบอกให้

CREDIT : https://www.talokla.com/bk-mynk-timeline/ 

วิธีวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน

หนึ่งในปัญหาวางแผนภาษีของมนุษย์เงินเดือน คือ
สามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 100,000 บาทเท่านั้น

ซึ่งทำให้ใครหลายคนสนใจไปที่รายการค่าลดหย่อน

ลดหย่อนได้มากแค่ไหน = เสียภาษีน้อยแค่นั้น
เพราะภาษีคำนวณจากเงินได้สุทธิที่คำนวณได้

แต่จะลดหย่อนได้นั้น ต้องมีเงินเอามาลดหย่อน
เพราะรายการค่าลดหย่อนทุกตัวต้องใช้เงินแลกมา
(ยกเว้นค่าลดหย่อนกลุ่มที่เป็นภาระชีวิตปกตินะครับ)

ดังนั้นควรเช็คหลักการดีๆก่อนว่า ควรวางแผนภาษียังไง
พรี่หนอมแนะนำให้ 6 ขั้นตอนสั้นๆ คือ

1. รายได้เท่าไร – ต้องเสียภาษีไหม?
2. กระแสเงินสดเหลือไหม – จะได้ไปลดหย่อน
3. ดูว่าค่าลดหย่อนที่มีและใช้ไปแล้วมีอะไรบ้าง?
4. มองหาว่าควรเพิ่มอะไรดี?
5. เลือกจากจุดประสงค์ที่เหมาะสมกับเรา
6. สำรวจว่าคุ้มค่าไหม? ถ้าคุ้มก็ไปต่อจ้า

ใครอยากได้ค่าลดหย่อน Update ล่าสุด!!
Add Line : https://line.me/ti/p/@taxbugnoms 
แล้วพิมพ์ทักมาว่า “ลดหย่อนภาษี” ได้เลยจ้า

สำหรับใครที่มองว่าวันนี้ตัวเองไม่ต้องสนใจภาษี
เพราะตัวเองยังไม่เสียภาษี หรือเสียน้อยมาก

สุดท้ายนี้ พรี่หนอมขอฝากไว้หน่อยว่า
การที่เราไม่ต้องเสียภาษี ไม่ได้แปลว่าโชคดี
แต่มันแปลว่าเรามีรายได้น้อยอ่ะจ้า

เป็นกำลังใจให้พรี่หนอมได้ง่ายๆ ฟรีๆ 
แถมมีคุณค่าทางใจให้มีแรงทำเนื้อหาต่อไป
สะดวกช่องทางไหน ไปกดติดตามกันเลย

Facebook Page : TaxBugnoms
Line : https://line.me/ti/p/@taxbugnoms 
Twitter : https://twitter.com/TAXBugnoms

#TAXBugnoms

วิธีวางแผนภาษีสำหรับฟรีแลนซ์

ฟรีแลนซ์ กับการเสียภาษี
เป็นสิ่งที่หนักกว่ามนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในระบบ

เพราะความเข้าใจผิดที่มี ทั้งเรื่องการหักภาษี
ทั้งเรื่องของการจัดการเอกสาร ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

ดังนั้นสิ่งที่ฟรีแลนซ์ควรทำคือ

1. รู้ว่าต้องคำนวณภาษีถูกต้องทั้ง 2 วิธี

2. การจัดการเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท

3. การจัดการเรื่องเอกสารหลักฐานให้ถูกต้อง

จะเห็นว่า นอกจากมี “เงิน” เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีแล้ว
ฟรีแลนซ์ต้องมีเรื่องอื่นที่ต้องทำอีกมากมาย

อย่าลืมใส่ใจเรื่องเหล่านี้ให้ถูกต้องด้วยนะครับ
เพื่อจะได้ไม่มีปัญหา และที่สำคัญมันคือ
การเปิดโอกาสทางการเงินให้ชีวิตเราอีกด้วย

เพราะเอกสารการยื่นภาษี
คือใบเบิกทางชั้นดีในการขอวงเงินกู้จ้า

ป.ล. ฟรีแลนซ์ที่ว่า คือ ลักษณะของการทำงาน
ที่ใช้ “แรงแลกเงิน” ไม่ใช่การลงทุนในแง่ของธุรกิจ
และไม่ใช่การทำงานของวิชาชีพเฉพาะนะจ๊ะ
อย่าลืมศึกษากันให้ดีครับผม มีอะไรเม้นท์ถามได้จ้า

เป็นกำลังใจให้พรี่หนอมได้ง่ายๆ ฟรีๆ
แถมมีคุณค่าทางใจให้มีแรงทำเนื้อหาต่อไป
สะดวกช่องทางไหน ไปกดติดตามกันเลย

Facebook Page : TaxBugnoms
Line : https://line.me/ti/p/@taxbugnoms
Twitter : https://twitter.com/TAXBugnoms

#TAXBugnoms

(Review) ทำอย่างไรถึงจะเกษียณอย่างมีความสุข

50 ปีที่ผ่านมาครอบครัวคนไทยมีลูกน้อยลงจากเดิมเฉลี่ย 6 คน ปัจจุบันเหลือเพียง 1-2 คน เพราะภาระค่าใช้จ่ายถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนรายได้โตตามไม่ทัน และที่สำคัญอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยยืนยาวขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 58 ปีกลายเป็น 75 ปี แถมมีแนวโน้มอายุยืนขึ้นอีกในอนาคต เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ป่วยเป็นโรคร้ายแรงก็มีโอกาสหาย บาดเจ็บสาหัสก็มีโอกาสรอดได้

ผลที่ตามมาก็คือประเทศไทยกำลังเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” โดย 10 ปีที่ผ่านมา ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจาก 6.2 ล้านคนเป็น 11.3 ล้านคนในปี 2560 หรือคิดเป็นสัดส่วนประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 17% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งนิยามสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ของสหประชาชาติ หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด หากไม่รีบหาทางแก้ไขคาดว่าสัดส่วนผู้สูงอายุของไทยจะเกินตัวเลขนี้ในปี 2568 (อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์ ณ วันที่ 5 ม.ค. 2561)

ยิ่งด้านงบประมาณรัฐมีจำกัดจนไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุจำนวนมากขนาดนี้ได้ ยิ่งต้องริเริ่มวางแผนการเงินให้รัดกุมเพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงวัยเกษียณครับ โดยจากแหล่งข้อมูลนิด้าโพลได้สำรวจภาวะเศรษฐกิจของผู้สูงอายุไทยปี 2559 พบว่า ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.68 ระบุว่า ไม่มีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ รองลงมา ร้อยละ 48.32 ระบุว่า ผู้สูงอายุมีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ

โดยในจำนวนนี้ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.32 ระบุว่า มีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบที่เกิดจากการประกอบธุรกิจการค้า การประกอบอาชีพ รองลงมา ร้อยละ 27.09 ระบุว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 17.49 ระบุว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย บ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ ฯลฯ ร้อยละ 14.24 ระบุว่า เพื่อเป็นค่าเป็นการผ่อนชำระสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านร้อยละ 10.06 ระบุว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาบุตรหลาน และร้อยละ 0.77 ระบุอื่นๆ ได้แก่ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูพ่อแม่ ค่ารักษาพยาบาล ชดเชยค่าเสียหายจากการถูกฉ้อโกง เป็นต้น (อ้างอิง: นิด้าโพลล์ – ภาวะเศรษฐกิจของผู้สูงอายุไทย 2559)

จากข้อมูลที่แสดงออกมานั้นชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีภาระกับมีภาระมีสัดส่วนกันเกือบเท่ากันเลยทีเดียว ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดต้องรู้จักพึ่งตนเองโดยการวางแผนสะสมความมั่งคั่งเพื่อวัยเกษียณตั้งแต่ตอนที่ยังมีแรงทำงานไหว โดยหมั่นเก็บออมเงินเป็นประจำ เรียนรู้วิธีการลงทุนให้เงินงอกเงย และกระจายความมั่งคั่งในทรัพย์สินรูปแบบต่างๆ ได้แก่ เงินฝาก ประกัน หุ้น กองทุน อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ซึ่งอสังหาฯ เป็นทรัพย์สินที่ควรสะสมเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า พร้อมรับผลตอบแทนจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งราคาอสังหาฯ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นทุกปี และไม่ค่อยผันผวนเหมือนหุ้น นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงระดับความมั่งคั่งด้วยว่าฐานะความเป็นอยู่หลังเกษียณต้องดีขึ้นหรืออย่างน้อยเท่ากับก่อนเกษียณ เพื่อใช้ชีวิตยามเกษียณอย่างมีความสุขไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ซึ่งสามารถใช้คำนวณจำนวนเงินที่ควรจะมีในวันเกษียณได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือ

ค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณ x 70% ของค่าใช้จ่ายปัจจุบัน x จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้หลังเกษียณ

ยกตัวอย่าง คุณตั้งใจจะเกษียณต่ออายุ 60 ปีและคาดว่าจะมีอายุหลังเกษียณต่อไปอีก 20 ปี ถ้าคุณมีค่าใช้จ่ายปัจจุบัน 30,000 บาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณของคุณจะเท่ากับ 21,000 บาทต่อเดือน (30,000 x 70%)  หรือประมาณ 252,000 บาทต่อปี

จากนั้นนำจำนวนเงินที่ได้ต่อปีไปคูณกับจำนวณปีที่คุณต้องการจะอยู่ 252,000 x 20 จะได้เท่ากับ 5,040,000 บาท นี่คือจำนวนเงินที่คุณจะมีใช้ไปตลอด 20 หลังเกษียณตามที่คำนวณอย่างสบายใจครับ หากทำได้ตามแผนที่คำนวณไว้จะทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งสุขภาพกายและใจซึ่งเป็นเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องเงินครับ ยิ่งอายุมากขึ้นโรคภัยไข้เจ็บก็เริ่มถามหา หยุดทำงานก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า เพื่อนฝูงที่คบเริ่มจากไปก็เกิดความเหงา

ดังนั้น ผู้สูงอายุต้องการการดูแลเป็นพิเศษโดยเฉพาะกลุ่มคนโสดกับครอบครัวที่ไม่มีลูก จึงทำให้เกิดแนวคิดใหม่ในการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุเป็นสถานที่เพรียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกปลอดภัย บริการทางการแพทย์ที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความสุข ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดบ้านพักคนชราที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นสถานที่สำหรับผู้สูงอายุที่เดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัย ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู ฐานะยากจน ไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ จะเห็นได้ว่าบรรยากาศการอยู่อาศัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

โครงการ Jin Wellbeing County เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ โดยบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้มีประสบการณ์ด้านโรงพยาบาลมากว่า 40 ปี พัฒนาโครงการนี้โดยรวม 3 ธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ Health Care, Real Estate และ Hospitality เพื่อให้เป็นเมืองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ โดยคำนึงถึง กิจกรรม สังคม วิถีชีวิตที่เหมาะสมกับการส่งเสริมดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้ง Body, Soul และ Spirit โดยแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และยังใช้โปรแกรมการดูแลแบบเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Medicine ที่เริ่มตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์ถึงระดับยีน ประเมินความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้ผู้พักอาศัยในโครงการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

โครงการ Jin Wellbeing County ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนใหญ่พหลโยธินขาออก ใกล้ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และอยู่ก่อนถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินทางโดยรถยนต์สะดวกมาก ลงจากทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์เพียง 2 กิโลเมตรก็ถึงโครงการ และด้านหลังโครงการมีรถไฟฟ้าสายสีแดงผ่านในอนาคตอีกด้วย

การเดินทางไปสนามบินดอนเมืองก็ง่ายอยู่ไม่ไกล การเดินทางไปต่างจังหวัดโดยรถมุ่งสู่ภาคเหนือ-อีสานก็ต้องใช้ถนนสายนี้ เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โครงการมีพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 140 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางมากถึง 50% เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสทำกิจกรรมต่างๆ ได้เจอเพื่อนใหม่มีสังคมในวัยเดียวกันซึ่งเข้าใจกันมากกว่าคนวัยอื่น

การออกแบบเน้น Universal Design “สวยงาม ปลอดภัย ผ่อนคลาย” ภายในห้องคำนึงถึงการใช้ รถ Wheelchair ได้สะดวกในการกลับรถ และทำกิจกรรมต่างๆ พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องยาง ไม่ลื่น กันกระแทก และเก็บเสียงได้ดี ส่วนในห้องน้ำใช้กระเบื้องกันลื่น เฟอร์นิเจอร์เลือกใช้ที่เกิดซอกมุมให้น้อยที่สุด ไม่เก็บฝุ่น และทำความสะอาดง่าย ภายนอกห้องจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางตลอดเส้นทางเดินมีราวจับเป็นระยะๆ เพื่อความปลอดภัย มีที่นั่งพักร่มรื่นภายใต้ต้นไม้ใหญ่ มีรถกอล์ฟไว้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน มีลิฟท์กว้างพิเศษที่สามารถขนเตียงเข้าไปได้ โถงลิฟท์ออกแบบมาให้เป็นโถงกันไฟได้ 3 ชั่วโมงตามมาตรฐานของสถานพยาบาล

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่โครงการให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ภายใต้แนวคิดสุขภาพดีอย่างยั่งยืนแบบครบวงจร (Integrated Healthcare) ด้วยการป้องกัน รักษา และฟื้นฟู ไล่ตั้งแต่ โภชนาการ กิจกรรมเพื่อการผ่อนคลาย การออกกำลังกาย บริการนักจิตบำบัด ระบบติดตามสุขภาพ (Tracking System) โรงพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งโครงการเน้นดูแลกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุที่เป็นคนไทยมากกว่าคนต่างชาติ รวมถึงนักลงุทนที่สนใจลงทุนปล่อยเช่า โดยประเภทห้องมี 2 ขนาด ได้แก่ 1 ห้องนอนขนาด 43 – 46 ตร.ม. และ 1 ห้องนอน (Plus) ขนาด 63 – 66 ตร.ม. ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4 ล้านบาทหรือประมาณ 94,000 บาทต่อตร.ม. ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ดังนี้

สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน Community Center (ทุก Cluster)

  • ห้องออกกำลังกาย
  • ห้องเล่นเกมส์
  • ห้องสวดมนต์
  • ห้องเอนกประสงค์
  • สระว่ายน้ำ
  • พื้นที่ปลูกผัก 
  • ทะเลสาบ
  • ลู่วิ่ง
  • เลนจักรยาน
  • ทางสำหรับรถเข็น
  • ลานกิจกรรม
  • ลานหินบำบัด

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอย่าง Wellness Center (หน้าโครงการ)

เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ ด้วยคลาสกิจกรรมบำบัดที่หลากหลาย มุ่งเน้นการปรับสมดุลจากจิตใจสู่ร่างกาย ลดความเสียงการเกิดภาวะซึมเศร้า เพิ่มคุณภาพชีวิตให้มีความสุขยิ่งขึ้น ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพโดยเฉพาะ ประกอบด้วย

  • สระธาราบำบัด
  • บ่อสปาบำบัด ห้องซาวน่า จากุซซี่ ห้องอบไอน้ำ
  • ห้องนวดบำบัด
  • ห้องออกกำลังกาย
  • ห้องเล่นเกมส์
  • ห้องคาราโอเกะ
  • ห้องสวดมนต์
  • ห้องจัดเลี้ยง

บริการทางการแพทย์แบบบูรณาการ (Integrated Healthcare)

สำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ อาทิ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่พักฟื้นหลังการผ่าตัด เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ประกอบด้วย

  • ห้องพักคลินิกรักษาโรคทั่วไป 
  • บริการให้คำปรึกษาเภสัชกร 
  • นักกายภาพบำบัด 
  • นักกำหนดอาหารวิชาชีพ 
  • นักโภชนาการ 
  • นักจิตวิทยา 

นอกจากนี้ ทางโครงการยังให้ความสำคัญกับการส่งต่อผู้ป่วย (Effective transfer)  โดยร่วมมือกับสถาบันหลักๆ ในการช่วยเหลือผู้ป่วย ในกรณีป่วยหนัก หรือ ฉุกเฉิน ทั้งในส่วนของเครือโรงพยาบาลธนบุรีเอง และโรงพยาบาลใกล้เคียง ตลอด 24 ชั่วโมง

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • ระบบติดตามสุขภาพ (Tracking System)
  • หน่วยพยาบาลฉุกเฉิน ที่เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
  • สัญญาณเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทั้งภายในห้องพัก และรอบโครงการ
  • เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที (Emergency Call)
  • รปภ.และกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง
  • Smoke Detector ป้องกันอัคคีภัย
  • ระบบจัดการขยะและกลิ่นรบกวน

ร้านค้าภายในโครงการ

  • ร้านอาหาร
  • ร้านสะดวกซื้อ
  • ร้านทำผม

สำหรับคนที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและลงทะเบียนรับโปรโมชั่นได้ที่ https://goo.gl/xyRcyT หรือโทร 062-802-9999

บทความนี้เป็น Advertorial 

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 23-27 กรกฎาคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุน ยุค Digital กลับมาแล้วครับ

สัปดาห์นี้เรากลับมาโฟกัสที่หุ้นไทย (อีกแล้วสินะ) ความสดใสกำลังจะกลับมา (จริงๆ) ใช่ไหม? ตลาดต่างประเทศตลาดไหน น่าสนใจ สรุปให้เหมือนเช่นเคยครับ

สรุปประเด็นทุกตลาดสำคัญทั้งหมด ครบถ้วนจัดเต็มแน่นอนเหมือนเช่นเคย พบกันแบบนี้ทุกสัปดาห์ กดติดตามกันด้วยนะครับผม

Focus ประเทศน่าลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 23-27 กรกฎาคม 2561

Focus ประเทศน่าลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 23-27กรกฎาคม 2561ตลาดที่น่าจับตาสัปดาห์นี้ ยังเน้นว่า “ซื้อไทย” เพราะน่าสนใจกว่าที่อื่น จากการที่Valuation นั้นน่าสนใจในขณะนี้ เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่องอยู่ครับผม

ส่วนตลาดอื่นที่สะสมได้ในสัปดาห์นี้ คือ สหรัฐฯ ยุโรป จีน เพราะยังมีทิศทางที่น่าสนใจ อยู่ครับ ประกอบกับแนวโน้มที่ดีของกลุ่มนี้ที่ยังมีปัจจัยแข็งแกร่งซ่อนอยู่ ต้องลองค้นดู ถึงจะรู้และเข้าใจ (อะไรเนี่ย มาเป็นเพลงซะงั้น)

  • เหตุผล : Valuation ที่น่าสนใจกับปัจจัยภายในที่เจ๋งอยู่
  • Focus : ไทย ส่วนที่เหลือสะสมไปเรื่อยๆ ครับผม
  • ความน่าสนใจ : โอกาสในการทยอยสะสมหุ้นที่มีมูลค่าต่ำ Valuation ดี

Scan การปรับตัวตลาดหุ้นทั่วโลก

  • ผมยังเชื่อว่าตลาดที่น่าสนใจจริงๆ ตอนนี้คือ “หุ้นไทย” ครับ เนื่องจากตลาดปรับตัวลงมามากจากการเทขายของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้valuation ของตลาดปรับตัวลงมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจ ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง จึงคาดว่าผลประกอบการจะยังขยายตัวได้ดีอยู่ครับผม จะเห็นได้ว่าสัปดาห์ก่อนหน้านี้มีการเด้งตัวจนเราสงสัยเลยว่า “เอ๊ะ นี่หรือว่าจะเป็นการหมดรอบของการปรับฐานใช่ไหม”
  • ส่วนตลาดอื่นนั้นให้มองหาประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งในตัวเองเป็นหลักครับ อย่างที่เขาว่ากันว่า คนที่แข็งแกร่งกว่าย่อมจะมีโอกาสอยู่รอดปลอดภัย ส่วนประเทศที่มีการส่งออกเยอะ หรือมีปัจจัยภายในต่างๆ ให้หยุดไปก่อนครับ

Insight ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

อย่างที่บอกไปสัปดาห์ก่อนว่า สหรัฐฯ นั้นถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุดตอนนี้ครับเนื่องจากยังมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จากการบริโภคในประเทศและการลงทุนเอกชนอยู่ครับ

นอกจากนั้นนโยบายการลดภาษีนั้น จะส่งผลบวกต่อการขยายตัวเศรษฐกิจต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนต่อไปอีกด้วยครับ

แม้ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ขอให้มั่นใจต่อไปครับว่า ยังไปต่อได้ครับผม

สรุปสั้นๆ : ทยอยสะสมต่อครับ

Insight ตลาดหุ้นยุโรป

สัปดาห์นี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงครับ เรายังสามารถทยอยสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กได้ต่อ อย่างที่บอกไปว่ารายได้บริษัทส่วนใหญ่มาจากการบริโภคในประเทศ นั่นแปลว่าหุ้นขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าหากสหรัฐฯ ขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจากยุโรป ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความแข็งแกร่งในตัวเองสูงครับ

สรุปสั้นๆ : สะสมได้ครับ แต่ขอให้โฟกัสที่หุ้นเล็กเป็นหลักจ้า

Insight ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ในสัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ชะลอการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นเหมือนสัปดาห์ก่อนครับเนื่องจากเข้าใกล้มาทุกทีแล้ว กับช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ทางสหรัฐฯ จะมีการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นมียอดส่งออกเกินดุลไปสหรัฐฯ เป็นอันดับ 3 ทำให้มีความเป็นไปได้เช่นกันที่ญี่ปุ่นจะโดนตั้งกำแพงภาษีค่อนข้างมากจากผลกระทบของการส่งออก ดังนั้นเราควรรอดูท่าทีต่อไปสักระยะโดยการชะลอการลงทุนก่อนครับ

สรุปตอนนี้ : พักเบรกกันต่อไปอีกนะครับกับญี่ปุ่น

Insight ตลาดหุ้นอินเดีย

สัปดาห์นี้ขอให้หยุดสักพักครับ เราควรชะลอลงทุนหุ้นอินเดียไปสักระยะหนึ่งครับหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาเร่งตัวจากราคาน้ำมันและราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงที่ธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ย และตัวเลขขาดดุลทางการค้าของอินเดียปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้ค่าเงินรูปีอินเดียปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่อง

ที่ผ่านมาใครสะสมเรื่อยๆ ตอนนี้ก็หยุดดูท่าทีกันไปก่อนครับ แหม.. หลายสัปดาห์ไม่มีปัจจัยอะไรมากระทบ แต่พอกระทบทีนี้ก็ลุ้นกันเลยครับ แบบนี้หยุดดูกันไปก่อนสักระยะหนึ่งนะครับผม

สรุปสั้นๆ : หยุดก่อนนะครับ

Insight ตลาดหุ้นเกาหลี

ภาษีของสหรัฐฯ ที่มีมาสักระยะนี่แหละครับ หลังจากที่มีการตั้งกำแพงภาษีระหว่าง สหรัฐฯและจีน อาจส่งผลให้การค้าโลกชะลอตัวลง เนื่องจากเศรษฐกิจของเกาหลีพึ่งพาการส่งออกสินค้า ทำให้เกาหลีมีความเสี่ยงที่จะโดนผลกระทบจากสงครามทางการค้าอยู่เหมือนเดิมครับ

สรุปสั้นๆ : รอก่อนจ้า หยุด (ต่อ) ไปยาวๆอีกสักพัก

Insight ตลาดหุ้นไทย

บวกมาอีกนิดส์ครับสำหรับหุ้นไทยในสัปดาห์ก่อน ถ้าสถานการณ์ช่วงนี้ไม่มีอะไรมากระทบ หุ้นไทยน่าจะกลับมาบวกอีกครั้งครับผม (เสียงถอนหายใจโล่งอก) อย่างที่บอกไปตลอดครับว่าเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณดีขึ้นจากทั้งการบริโภคครัวเรือน และการลงทุนเอกชน จะช่วยให้รายได้บริษัทจดทะเบียนใน ภาพรวมยังคงขยายตัวได้ดีขึ้นครับ ดังนั้นซื้อต่อไปครับผม!

สรุปสั้นๆ : ซื้อต่อจ้า

Insight ตลาดหุ้นจีน

ยังคงเน้นหนักไปที่หุ้นกลุ่มที่เป็นการบริโภคในประเทศจีน การเติบโตใหม่ๆ ของเทคโนโลยี (New economy) เพราะกลุ่มนี้ผลประกอบการมีแนวโน้มขยายตัวสูง ตามรายได้เฉลี่ยของผู้บริโภคจีนที่เพิ่มขึ้นครับ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่กำแพงภาษีไม่สามารถทำอะไรได้ครับผม

สรุปสั้นๆ : สะสมได้ (เฉพาะกลุ่ม) ครับ

แนะนำการลงทุนประจำสัปดาห์ จากอัศวินกองทุน

  • ตลาดตราสารทุน : ซื้อหุ้นไทย สะสมหุ้นสหรัฐฯ หุ้นยุโรป หุ้นจีน
  • ตลาดตราสารหนี้ : แนะนำลงทุนตราสารหนี้ High Yield สหรัฐฯ ส่วนตราสารหนี้ไทยแนะนำให้ซื้อตราสารหนี้ไทยช่วงอายุ 1-3 ปี
  • สินทรัพย์ทางเลือก : ชะลอการลงทุนในทองคำ แต่ทยอยสะสมน้ำมัน

เรามาดูสัดส่วนการลงทุนที่แนะนำประจำสัปดาห์กันบ้างครับ

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงต่ำ

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นไทย 12%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 44%
  • ตราสารหนี้ไทย 44%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นไทย 14%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 42%
  • ตราสารหนี้ไทย 44%

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงกลาง

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นต่างประเทศ 24%
  • หุ้นไทย 30%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 20%
  • ตราสารหนี้ไทย 20%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 6%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นต่างประเทศ 24%
  • หุ้นไทย 32%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 18%
  • ตราสารหนี้ไทย 20%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : ทองคำ 3%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : น้ำมัน 3%

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงสูง

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นต่างประเทศ 40%
  • หุ้นไทย 42%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 5%
  • ตราสารหนี้ไทย 5%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 8%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นต่างประเทศ 40%
  • หุ้นไทย 44%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 4%
  • ตราสารหนี้ไทย 4%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : ทองคำ 4%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : น้ำมัน 4%

หมายเหตุ : “ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2561

ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำโดย นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป โดยข้อคิดเห็นและบทความในเอกสารฉบับนี้ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ผู้ใช้ข้อมูลนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save