ได้ผลที่สุด! นักธุรกิจซิดนีย์ยันคอร์สอบรม ‘บริหารงานสไตล์ดิสนีย์’ ดีมาก

เช้าวันพฤหัสบดี สโมสรนักศึกษา Auburn Student Center อัดแน่นไปด้วยการเรียนรู้เคล้าเสียงหัวเราะ เมื่อนักธุรกิจดาวเด่นจากหลากหลายสาขา มาร่วมสัมมนาฟังตัวอย่างดีๆ จากบริษัทดิสนีย์ เพื่อนำไปปรับปรุงการบริการลูกค้า ส่งเสริมภาวะผู้นำ และปรับปรุงออฟฟิศของตัวเองในภาพรวม

สปอนเซอร์ของงานคือ Auburn University Office of Professional and Continuing Education และบางส่วนงาน ที่รับผิดชอบแผนพัฒนาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัย Auburn

ผู้เข้าร่วมต่างได้รับเคล็ดลับ “การร่ายมนตร์วิเศษของ Disney ให้แก่การบริการและการนำทีมในบริษัทคุณ” ความรู้จากกลุ่มบริษัทชื่อก้องโลกจะช่วยพัฒนาธุรกิจของเหล่าผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เป็นอย่างดี

“เราจัดสัมมนาแบบนี้ให้ทุกคนในวงการมาเข้าร่วมได้ เพราะเราเชื่อว่า คนทำงานควรต้องพัฒนาตลอดเวลา ไม่ใช่เรียนจบปุ๊บก็หยุดเรียนรู้ไปเลย” Brent Gibson ผู้สร้างโปรแกรมสัมมนาในครั้งนี้กล่าว

การสัมมนาครั้งนี้กินเวลาสี่ชั่วโมง นำโดย Pete Blank ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ Blank ยังเป็นนักพูด และก่อนหน้านี้ เคยทำงานในบริษัท Walt Disney อยู่ถึง 13 ปี ระหว่างการบรรยาย Blank เล่าวิธีทำธุรกิจและวิธีทำงานสไตล์ Disney เพื่อเป็นกรณีศึกษาแก่บริษัทอื่นๆ

“ดิสนีย์เป็นบริษัทระดับโลก ที่คนส่วนใหญ่รู้สึกโอเคด้วยมากๆ” Blank กล่าว “ถ้าบริษัทดิสนีย์จะมีข้อดีสักอย่าง ที่พอพูดขึ้นมาปุ๊บ คนทั่วไปเข้าใจทันที สิ่งนั้นก็คือการบริการลูกค้า จะไปเรียนรู้เรื่องนี้จากใครอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ตัวพ่อที่บริการลูกค้าเก่งสุดๆ ในวงการธุรกิจ”

“จะไปเรียนรู้เรื่องนี้จากใครอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ตัวพ่อที่บริการลูกค้าเก่งสุดๆ ในวงการธุรกิจ”

– Pete Blank –

สัมมนาครั้งนี้เน้นเรื่องการสร้างภาวะผู้นำ และสร้างทัศนคติแก่คนทำงาน ให้ช่วยกันทำทุกสิ่งที่ทำได้ เพื่อความก้าวหน้าของบริษัทตนเอง Blank ระบุว่า แม้กระทั่งพวกพนักงานระดับสูง หากอยากเป็นคนทำงานที่มีประสิทธิภาพ ก็ต้องเลิก “ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น” แล้วหันมาใส่ใจแผนกอื่นๆ ในบริษัทด้วย

“ถ้าสวนสนุกดิสนีย์เวิลด์จ้างพนักงาน 55,000 คน ก็หมายถึงมีคนที่พร้อมจะบริการลูกค้า 55,000 คน” Blank กล่าว “พนักงานทุกคนช่วยกันทำให้สวนสนุกเป็นที่ที่เยี่ยมยอด อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้”

ระหว่างการสัมมนา มีการบอกสโลแกน โควตคำพูดเจ๋งๆ และวิธีอื่นๆ ที่จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมจำรายละเอียดได้ง่าย เมื่อวิทยากรกล่าวถึงเทคนิคใหม่ๆ ที่จะช่วยเรื่องการสื่อสารในองค์กร หรือปรับปรุงภาพลักษณ์องค์กรได้ ผู้ฟังทั่วห้องต่างหัวเราะและผงกหัวเป็นเชิงเห็นด้วย

Susan Allen หัวหน้าส่วนลงทะเบียนของมหาวิทยาลัย กล่าวว่า การโฟกัสเรื่องวิธีบริการลูกค้านี่แหละ ที่ทำให้สัมมนาคราวนี้มีคุณค่า

“วิธีของดิสนีย์ง่ายสุดๆ พวกเขาทำได้สนุกมากเลยละค่ะ”

– Susan Allen –

Sources:

http://www.theplainsman.com/article/2017/07/leadership-seminar-teaches-disney-techniques

สาวก Elsa เฮ! Frozen Musical จ่อคิวแสดงปลายสิงหานี้

Disney เผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Frozen ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นละครบรอดเวย์ การแสดงปัจจุบันนั้นกำลังอยู่ระหว่างการฝึกซ้อม และจะแสดงที่โรงละคร St.James ในบรอดเวย์ โดยจะมีรอบ world premiere ใน Denver Center ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมถึง 1 ตุลาคม 2017

การแสดงครั้งนี้จะกำกับโดย Michael Grandage และมี Caissie Levy รับบทเป็นเจ้าหญิงเอลซ่า Patti Murin รับบทน้องสาวของเธอ แอนนา

Frozen ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก The Snow Queen ของ Hans Christian Andersen ซึ่งทำรายได้ไปหลังจากเปิดตัวในปี 2013 กว่า 1.28 พันล้านดอลลาร์(4 หมื่น 2 พันล้านบาท) ทาง Disney Theatrical Group หวังว่ามันจะประสบความสำเร็จแบบเดียวกับที่ Lion King และ Aladdin ทำเอาไว้

“ผมได้ดู Frozen (2013) ก่อนที่โรงจะฉายด้วยซ้ำ ผมไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้เห็น มันจะเป็นละครเพลงบรอดเวย์ที่เพอร์เฟ็คมากๆ”

Thomas Schumacher ประธาน Disney Theatrical Group 

Frozen Musical นำเสนอโดยผู้เขียนบทและผู้กำกับร่วมฉบับหนังโรง Jennifer Lee และประพันธ์บทเพลงโดย Robert Lopez กับ Kristen Anderson-Lopez โดยมีผู้ร่วมงานของ Grandage Rob Ashford และ Christopher Oram ออกแบบท่าเต้นและโชว์

Robert Lopez เปิดเผยว่ามันจะมีเพลงถึง 21 เพลง โดยสามเพลงจะอยู่ในหนัง ซึ่งแน่นอนว่าเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง Let it Go ต้องอยู่ในนั้น

ผู้เขียนบท Jenifer Lee กล่าวถึง Grandage ที่เคยมีผลงานกำกับ Frost/Nixon และภาพยนตร์เรื่อง Genius “เขาเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ และเห็นความซับซ้อนของเรื่องนี้ รวมไปถึงความสนุกด้วย 

Grandage บอกว่าเขาถูกดึงดูดด้วยโอกาสที่จะเข้าถึงเบื้องลึกของ Frozen “เรื่องนี้แข็งแกร่งมากๆ จนสามารถขยายความต่อได้อีก”

“สิ่งที่พลักดันและเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราคืออารมณ์ที่ลึกซึ้ง และความเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ภายใน” Janifer Lee กล่าว

แม้ว่าจะจัดรอบพรีเมียร์ที่ Denver Center แต่เชื่อว่าหลายคนยังแอบหวังนิดๆว่าจะมีภาพของเจ้าหญิงเอลซ่าและแอนนาฉบับบรอดเวย์ออกมาให้เห็นบ้าง หลังจากนั้นก็นับวันรอ Frozen 2 กันต่อยาวๆจนปี 2019 

Source :

http://www.marketwatch.com/story/with-frozen-musical-disney-aims-to-melt-adult-hearts-on-broadway-2017-07-31

อนิเมชั่นญี่ปุ่นกลับมาผงาด เตรียมพร้อมบุกตลาด USA

‘Mary and The Witch’s Flower’ ภาพยนตร์ที่กำกับโดยอดีตผู้กำกับมือทอง Hiromasa Yonebayashi จาก Studio Ghibli ผู้เคยสร้างความประทับให้คนดูมาแล้วจากเรื่อง When Marnie was there และ Arrietty ภายใต้การผลิตของ Yoshiaki Nishimura ผู้ก่อตั้ง Studio Ponoc

GKIDS ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์สัญชาติอเมริกัน มีแผนที่จะปล่อย ‘Mary and The Witch’s Flower’ ในอเมริกาเหนือช่วงฤดูหนาวนี้ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นจากหนังสือเด็ก ปี 1971 ชื่อ The Little Broomstick แต่งโดย Mary Stewart เรื่องราวของเด็กผู้หญิงที่ แมรี่ และเธอค้นพบดอกไม้ที่มอบหลังพิเศษ แต่ทว่ามันกลับมีพลังได้แค่คืนเดียว

GKIDS ถูกเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ทั้งสิ้น 9 รางวัลในสาขาภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม ได้แก่ The Cat in Paris และ Chico & Rita ในปี 2012, Ernest & Celestine ในปี 2014 The Princess of Kaguya และ Song of the Sea ในปีพ. ศ. 2015, Boy and the World และ When Marnie Was There ในปีพ. ศ. 2016 และ My Life as a Zucchini ในปีพ. ศ. 2017

‘Mary and The Witch’s Flower’ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 13.9 ล้านเหรียญ ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์แรกของการเปิดตัวเท่านั้น นับเป็นความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องแรกจากค่ายน้องใหม่อย่าง Studio Ponoc

source :

http://www.cartoonbrew.com/anime/gkids-will-release-mary-witchs-flower-north-america-152670.html 

กำไร 3 ต่อที่ได้จาก ‘คอนโดในเมือง’

คอนโดมิเนียมหรือที่เราชอบเรียกกันสั้นๆ ว่า “คอนโด” นับว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะคอนโดที่อยู่ติดแนวรถไฟฟ้าเพราะสะดวกสบายในการเดินทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องรถติด แล้วยังประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกด้วย ยัง ยัง ยังไม่หมดแค่นี้ ‘คอนโดในเมือง’ ยังเหมาะกับผู้ที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจและกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง พร้อมกับสร้างรายได้สม่ำเสมอ จากการปล่อยเช่าได้อีกด้วย อยากรู้แล้วใช่มั๊ยจ๊ะว่าทำไม ‘คอนโดในเมือง’ ถึงน่าสนใจขนาดนี้ อ่านต่อได้เลยจ้าาาา

กำไร 3 ต่อที่ได้จาก ‘คอนโดในเมือง’

กำไรต่อที่ 1 ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง

คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวที่ลูกกำลังเรียนมหาวิยาลัย มักจะฝึกให้ลูกรับผิดชอบตัวเองด้วยการให้เดินทางไปเรียนเอง มากกว่าที่จะขับรถ รับ- ส่ง ทุกวันเหมือนตอนเด็กๆ ถ้าบ้านกับโรงเรียนอยู่ใกล้กันก็จะเดินทางสบายๆ ไม่เหนื่อย ตอนเย็นกลับถึงบ้านมีเวลาพักผ่อนหรือทบทวนบทเรียนได้ แต่ถ้าบ้านกับโรงเรียนอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน ทำให้ต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่รีบเดินทางไปเรียน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำๆ ยิ่งช่วงไหนต้องเร่งทำรายงานหรือใกล้สอบ ก็อาจจะต้องค้างที่บ้านเพื่อนหรือกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้

อีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจ คือ การพักอาศัยในคอนโด ใกล้ที่เรียนหรือใกล้กับช่องทางคมนาคมสาธารณะที่เดินทางสะดวกสบาย เพราะจะทำให้…

  • ประหยัดเวลาในการเดินทาง ทำให้มีเวลาพักผ่อน ทำการบ้าน ทำรายงาน หรือหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมได้มากขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้มีเงินเหลือมาเก็บออมมากขึ้น
  • มีร้านขายของกินตลอดเวลา คอนโดใจกลางเมืองส่วนใหญ่มักมีร้านค้าที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเปิดบริเวณรอบๆ ถ้าปั่นรายงานหรืออ่านหนังสือแล้วหิวตอนดึกๆ ก็ลงมาหาของกินได้

ข้อควรระวัง

  • คอนโดที่อยู่ในย่านชุมชนทำเลดีมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบนี้ มักจะมีราคาขายค่อนข้างสูง เพราะเป็นพื้นที่หายาก ราคาก็ขยับขึ้นเรื่อยๆ คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการซื้อคอนโดให้ลูกไว้พักอาศัยเพื่อไปเรียนหนังสือนั้น นอกจากตัดสินใจจากการประหยัดเวลาและค่าเดินทางของลูกแล้ว ยังต้องดูสภาพคล่องของตัวเองจากการผ่อนชำระรายเดือนอีกด้วย
  • เราควรควบคุมหนี้ไม่ให้เกิน 40% ของรายได้ เพื่อที่จะทำให้การผ่อนคอนโดให้ลูกพักอาศัยในครั้งนี้ ไม่เป็นภาระที่หนักมากจนเกินไป (ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้ปีละ 100,000 บาท)

กำไรต่อที่ 2 Support การเริ่มต้นทำธุรกิจ

จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย 2559 ของ ETDA พบว่าปัจจุบันคนไทยใช้งานอินเตอร์เน็ต 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 6.4 ชั่วโมงต่อวัน โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 

เราจึงไม่แปลกใจที่กระแสการทำงานออนไลน์จะเติบโตมากขึ้น เพราะ…

  • เป็นช่องทางในการสร้างรายได้หลักของคนทำงานฟรีแลนซ์
  • เป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้มากขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
  • เป็นแหล่งรายได้เสริมของคนทำงานประจำและนักศึกษา

ตัวอย่างงานออนไลน์ เช่น บล็อกเกอร์, ขายของออนไลน์, ตัวแทนขายสินค้า, รับงานฟรีแลนซ์, รับเขียนโปรแกรม, รับทำเว็บไซด์โฆษณาออนไลน์, ทำคลิปอัพลง YouTube, รับจ้างแปลหนังสือ หนังหรือซีรีย์ต่างประเทศ, ทำคอร์สเรียนออนไลน์ เป็นต้น 

การทำงานออนไลน์นั้นแม้ว่าจะทำที่ไหนก็ได้ แต่ควรเลือกที่ที่เดินทางไปไหนมาไหนคล่องตัว ใช้เวลาไม่นานก็สามารถไปถึงที่นัดหมาย ซึ่งในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจหลายคนเลือกพักอาศัยอยู่ที่คอนโดเพราะมีสะดวกสะบายในการเดินทาง ไปคุยงานกับลูกค้าหรือนัดส่งของได้สะดวก อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของที่พักอาศัย คือ ความปลอดภัยและการบำรุงรักษาคอนโดจากเงินค่าส่วนกลางที่เราจ่ายไปทุกๆ ปี เมื่อมีคนดูแลที่พักให้เราแล้ว เราก็จะมีเวลาเหลือไปหาวิธีเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ทางออนไลน์ของตัวเองต่อไป

ข้อควรระวัง

เมื่องานออนไลน์ของเราเติบโตมากขึ้นแล้วอาจจะมีคนคิดจะใช้คอนโดเปิดบริษัทเป็นเรื่องเป็นราว แต่ตามกฎหมายของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ไม่สามารถใช้คอนโดไปจดทะเบียนบริษัทเพื่อทำการค้าได้ เพราะคอนโดจัดว่าเป็นที่พักอาศัย ไม่ใช่เพื่อประกอบธุรกิจ จะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นพื้นที่เพื่อการค้าที่ได้รับอนุญาตจากนิติฯแล้วเท่านั้น

กำไรต่อที่ 3 การสร้างรายได้ในอนาคต

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงได้รับผลตอบแทนมากกว่าการฝากออมทรัพย์หรือสร้างรายได้สม่ำเสมอจากการปล่อยเช่า การซื้อคอนโดในเมืองที่อยู่ทำเลดี เกาะติดแนวรถไฟฟ้าในระยะเดินได้ไม่เกิน 300 – 400 เมตร นั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนได้ เพราะซื้อขายหรือปล่อยเช่าง่ายกว่าคอนโดในบริเวณอื่นๆ ซึ่งข้อมูลจาก TarraBKK Research ณ ปี 2558 เราจะเห็นภาพรวมของราคาคอนโดตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งแต่ละสถานีนั้นจะปรับเพิ่มขึ้นมากน้อยแตกต่างกัน ในทำเลที่ดีจะมีราคาเพิ่มขึ้นถึงปีละ 8-12% 

2 วิธีสร้างรายได้จากคอนโด

วิธีที่ 1 สร้างรายได้ระยะสั้นจากการซื้อและขาย

กำไร 3 ต่อที่ได้จาก ‘คอนโดในเมือง’
ที่มา : http://terrabkk.com/?p=66338

คอนโดเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ยิ่งเป็นคอนโดทำเลทอง อยู่ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้าก็ยิ่งมีมูลค่าสูงและมีความต้องการของผู้ซื้อมากตามมากกว่าคอนโดที่อยู่ในซอยลึกๆ ห่างไกลจากชุมชน จากภาพด้านบน เราจะเห็นได้ว่าราคาของคอนโดตามแนวรถไฟฟ้ามีเปอร์เซ็นต์ที่จะเพิ่มมากขึ้นต่อปีเรื่อยๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อซื้อเก็บไว้ไม่นานแล้วก็ขายทำกำไร

วิธีที่ 2 สร้างรายได้ระยะยาวจากการปล่อยเช่า 

สำหรับคนที่ต้องการมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอทุกๆ เดือนนั้น จะนำคอนโดไปปล่อยเช่า มีบางส่วนที่ใช้เงินสดซื้อ 100% แล้วปล่อยเช่า ในขณะที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางกู้ยืมเงินมาซื้อคอนโด แล้วนำรายได้จากค่าเช่ามาผ่อนจ่ายค่างวดกับธนาคาร ซึ่งอัตราตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดอยู่ที่ 5 – 7% ต่อปี (ข้อมูลจาก TarraBKK Research) นับว่าดีกว่าการฝากออมทรัพย์ในธนาคารมากๆ

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า เราควรคำนวณผลตอบแทนออกมาก่อนว่าถ้าอัตราผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 5 – 7% ต่อปี แสดงว่าคอนโดนี้น่าสนใจ

การคำนวณผลตอบแทนจากการปล่อยเช่ามีหลายวิธี แต่แนะนำสูตรนี้เพราะเป็นวิธีง่ายๆ ที่เราจะตัดสินใจเบื้องต้นได้ว่าคอนโดนี้น่าสนใจที่จะลงทุนหรือไม่ ถ้าได้ผลตอบแทนที่อยู่ระหว่าง 5 – 7% ก็น่าสนใจ เราจะได้นำรายละเอียดของคอนโดนั้นมาเก็บไว้เปรียบเทียบกับคอนโดอื่นๆ เพื่อหาคอนโดที่เราต้องการลงทุนจริงๆ ต่อไป แต่ถ้าได้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่า เราจะปล่อยผ่านคอนโดนี้ไป ซึ่งการคำนวณในตารางนี้จะคิดในกรณีที่มีการเช่าเต็มตลอดทั้งปี แบ่งวิธีการคำนวนออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

กำไร 3 ต่อที่ได้จาก ‘คอนโดในเมือง’

จากตารางจะเห็นว่า…

  • อัตราผลตอบแทนค่าเช่าเบื้องต้น (Rental Yield) นั้นจะเป็นค่าเช่าที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย (เช่น ค่าส่วนกลาง) จะได้ผลตอบแทน 5.4% ต่อปี
  • อัตราผลตอบแทนค่าเช่าสุทธิ (Net Rental Yield) นั้นจะเป็นค่าเช่าที่หักค่าใช้จ่ายต่างๆ ออกแล้ว จะได้ผลตอบแทน 5.11% ต่อปี


ข้อควรระวัง

  • แม้ว่าคอนโดจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าสูง สภาพคล่องต่ำ ทำให้ขายได้ช้ากว่าการลงทุนรูปแบบอื่น เช่น หุ้น กองทุนรวม ทองคำ ที่ขายวันนี้แล้วได้เงินทันทีหรือรอไม่เกิน 1 สัปดาห์จึงจะได้รับเงิน ในขณะที่คอนโดนั้นไม่มีความแน่นอน บางคนปล่อยขายไม่ถึงเดือนก็มีคนมาซื้อ แตกต่างกับอีกคนขายมาเกือบปียังหาคนซื้อไม่ได้ ดังนั้น เงินที่นำมาลงทุนจะต้องเป็นเงินส่วนเกินที่เราไม่ได้ใช้เท่านั้น จะได้ไม่เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง
  • การจับเสือมือเปล่าด้วยการกู้ยืมเงินมาลงทุนนั้น แม้ว่าได้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดหนี้สินด้วยเช่นกัน
  • เราปล่อยเช่าคอนโดระยะยาวได้ แต่ไม่สามารถปล่อยเช่ารายวันได้เพราะ “ผิดกฎหมาย”


* ข้อควรรู้ก่อนซื้อคอนโดปล่อยเช่า

เมื่อผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 5 – 7% นับว่าน่าสนใจที่จะลงทุน แต่ยังไม่ต้องรีบร้อนลงทุนทันทีเพราะจะต้องหาข้อมูลอื่นๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบก่อนการลงทุนจริงๆด้วย นอกจากผลตอบแทนที่น่าลงทุนแล้ว เรายังต้องจัดการกับสภาพคล่องของตนเองให้ดีด้วยการ “เก็บเงินฉุกเฉิน”

  • ทำไมเราควรเก็บเงินฉุกเฉิน : เก็บไว้จ่ายค่างวดกับธนาคารในช่วงที่ยังไม่มีคนเช่า รวมทั้งค่าซ่อมบำรุงห้องให้ใหม่และน่าอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
  • เก็บจำนวนเท่าไหร่ : ควรสมมติสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เช่น เราใช้เวลาหาคนเช่ารายใหม่ประมาณ 5 เดือน ถ้าเราผ่อนเดือนละ 15,000 บาท ควรเก็บเงินฉุกเฉินไว้ 75,000 บาท
  • เก็บไว้ที่ไหน : เก็บไว้ในที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง กองทุนรวมตลาดเงิน


จากไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่ต้องการความคล่องตัวจึงเลือกเข้ามาอาศัยใน “คอนโดในเมือง” เพราะเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกรวดเร็ว นอกจากใช้ประโยชน์ที่ได้อยู่อาศัยเองแล้ว ยังใช้เพิ่มรายได้ในรูปแบบอื่นๆ เช่น การทำอาชีพเสริมแบบออนไลน์ รับส่วนต่างกำไรจากการซื้อขาย และปล่อยเช่าสร้างรายได้สม่ำเสมอในระยะยาวได้อีกด้วย แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องมาจากการวางแผนจัดการเงินแบบระมัดระวังด้วยการเก็บเงินฉุกเฉินเอาไว้ใช้ในช่วงเร่งด่วนด้วยนะจ๊ะ

กำไร 3 ต่อที่ได้จาก ‘คอนโดในเมือง’

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” เมื่อเรารู้แล้วว่าการซื้อคอนโดนั้นได้ประโยชน์อะไรบ้าง ต่อไปก็ต้องลงสำรวจพื้นที่จริงกันนะจ๊ะ Ideo Q Siam Ratchathewi เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดในเมืองที่น่าสนใจ อยู่ห่างจาก BTS ราชเทวี เพียง 390 เมตร ราคาเริ่มต้น 5.39 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้นทาง Ideo Q Siam Ratchathewi ยังมีโปรโมชั่น Exclusive Private Lift ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่ในราคา 6.39 ล้านบาท ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง เดินทางสะดวกสบาย ซัพพอร์ตอาชีพอิสระ เลือกซื้อเพื่อปล่อยเช่าได้สบาย สามารถเลือกรับชมตัวอย่างในเว็บไซต์ก่อนได้ที่ http://www.ananda.co.th/condo/ideo/q-siam-ratchathewi/index-en.php

แหล่งข้อมูล 



บทความนี้เป็น Advertorial

Finding Pixar : เบื้องหลังพิกซาส์สตูดิโอ โต๊ โต (โดยฝีมือ Steve Jobs)

Steve Jobs คือ ผู้ร่วมคิดค้น IPhone — สมาร์ทโฟนที่คนค่อนโลกกำลังถืออยู่ในมือขณะนี้……คิดว่าทุกคนคงรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว

Steve Jobs คือ CEO ของ Apple ที่สร้างระบบปฏิบัติการแมคอินทอช, Imac, Macbook, IPad……เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วเช่นกัน

แต่ผลงานใหญ่ยักษ์อีกหนึ่งชิ้น ที่เปลี่ยนแปลงโลกการ์ตูนไปตลอดกาล ซึ่ง Steve Jobs ได้ร่วมสร้างขึ้นโดยใช้ความรู้และไอเดียสร้างสรรค์มาสานฝันให้กับตัวเองและเด็กๆ ทั้งโลก จนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่สร้างภาพยนตร์การ์ตูนจากคอมพิวเตอร์—หรือที่เรียกกันว่าแอนิเมชั่น—ที่มีตัวละครและเรื่องราวตราตรึงใจคนทั้งโลกอย่าง Toy Story 1-3, Finding Nemo,Inside Out และ Up

“เรากำลังพูดถึง Pixar—บริษัทผู้พลิกโลกการ์ตูนด้วยคอมพิวเตอร์”

การลาออกคือจุดเริ่มต้นของ Steve Jobs

ปี 1985 หลังก่อตั้งบริษัท Apple 9 ปี ด้วยความมุทะลุทำให้ Steve Jobs ในวัย 30 ปี มักจะมีอารมณ์โมโหร้ายเมื่อผลิตภัณฑ์หรือโปรเจคต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่เขาคิด ทำให้เขามีปัญหาขัดแย้งระหว่างผู้ร่วมก่อตั้งและทีมบริหาร จนในที่สุดจ็อบส์ก็ถูกคณะกรรมการบริหารของบริษัทถอดถอนออกจากโปรเจคต่างๆ ทำให้จ็อบส์ตัดสินใจลาออกจากบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเอง

2 สิ่งที่ Steve Jobs ทำหลังจากลาออกคือ

  • 1. ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อว่า NeXT โดยผลิตภัณฑ์ที่สำคัญคือซอฟท์แวร์ทื่ส่งเสริมงานทางด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษา
  • 2. ซื้อทีมคอมพิวเตอร์กราฟิกและแอนิเมชั่นมาจากบริษัทของเพื่อนที่ชื่อว่า LucasFilm ซึ่งคือทีมที่ทำกราฟิกทั้งหลายให้กับสตาร์ วอร์ส!

จ็อบส์ลงทุนซื้อด้วยเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยครึ่งหนึ่งสำหรับเพื่อนของเขาที่ต้องการนำเงินไปใช้ในการหย่ากับภรรยา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนำมาใช้เป็นเงินทุนสำหรับบริษัทที่ชื่อว่า Pixar

Steve Jobs สร้าง 1 ทีมเล็กเป็น 1 บริษัทใหญ่

แม้ว่าทีมคอมพิวเตอร์กราฟิกของ LucasFlim จะเป็นทีมทำกราฟิกให้กับ สตาร์ วอร์ส ที่พยายามจะสร้างให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ยิ่งใหญ่และทันสมัยที่สุดเท่าที่ยุคนั้นจะมีได้ แต่อันที่จริงแล้วก่อนหน้านั้นทีมคอมพิวเตอร์กราฟฟิกนั้นส่วนใหญ่มีแต่นักวิทยาศาสตร์และคนที่เก่งเรื่องโปรแกรมเสียมากกว่า

จนกระทั่งลูคัสได้พบกับ จอห์น ลาสเตอร์ อดีตพนักงานของดิสนีย์ที่ถูกไล่ออกมาด้วยโปรเจคที่เขาพยายามสร้างการ์ตูนโดยใช้คอมพิวเตอร์นั่นเอง

หลังจากที่ทำสตาร์ วอร์สเสร็จสิ้นแล้ว จอห์นและทีมก็ร่วมกันผลักดันให้เกิดซอฟท์แวร์ที่เอื้อต่อการทำแอนิเมชั่น ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้ารายใหญ่ที่พวกเขามองไว้ก็ต้องเป็นดิสนีย์อย่างแน่นอน

แต่ด้วยยุคสมัยตอนนั้น ดิสนีย์ยังมองว่าเทคโนโลยีที่ว่ายังมีราคาแพงและใช้เวลานาน พวกเขาจึงเลือกที่จะทำการ์ตูนด้วยการวาดมือต่อไป

ครั้นจะให้ทีมทำการ์ตูนด้วยซอฟท์แวร์ที่สร้างขึ้นเองก็สู้ต้นทุนประมาณ 30 – 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการทำภาพยนตร์ก็คงจะไม่ไหว

นักลงทุนอย่าง ‘Steve Jobs’ จึงเป็นคำตอบสุดท้าย

Steve Jobs คือไฟนำทางให้ Pixar

คนส่วนใหญ่รู้ว่าจ็อบส์คือผู้สร้าง Pixar แต่นั่นเป็นเพียงความจริงครึ่งเดียว เพราะเคสของ Pixar เขาคือ Investor หรือนักลงทุนและถือหุ้นของบริษัทส่วนใหญ่เอาไว้โดยเขาดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท

แม้ว่าจ็อบส์จะไม่ได้เป็นต้นคิดของภาพยนตร์แอนิเมชั่น แต่เขาก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ Toy Story ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสามมิติที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเรื่องแรกของโลก ได้ถือกำเนิดขึ้นมาและได้ฉายในโรงภาพยนตร์…นั่นก็คือการบริหารและให้วิสัยทัศน์ทางธุรกิจ

จ็อบส์เล็งเห็นว่า Pixar มีบุคลากรที่พร้อมจะทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นด้วยตัวเองทุกกระบวนการ แต่แทนที่จ็อบส์จะพยายามเร่งให้ทีมสร้างภาพยนตร์ให้ได้ปีละหลายๆ เรื่อง เขาเลือกที่จะให้ทีมทำแค่ปีละหนึ่งเรื่องเท่านั้น ขอเพียงแค่ว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นจะต้องมีคุณภาพที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่จะได้รางวัล

เขาจึงเสนอให้ทีมสร้างบทแอนิเมชั่นขึ้นมาสักเรื่อง และเขาจะเป็นคนไปเจรจากับนายทุนยักษ์ใหญ่ของวงการนี้นั่นก็คือ…ดิสนีย์

Disney ยอมเป็นผู้ออกทุนให้ Pixar สร้าง Toy Story เพราะ Steve Jobs

แม้จะมีปัญหาระหว่างการทำบ้าง เช่น ดิสนีย์มองว่าตัวละคร วู้ดดี้ หยาบคายไปหน่อยจนเกือบจะยุบโปรเจค แต่ก็ได้จ็อบส์เป็นคนออกหน้าและเจรจา และทำให้ทีมกลับมาแก้บทน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

จ็อบส์จะเข้ามาที่บริษัทเดือนละสองครั้งเพื่อเข้ามาดูและวิจารณ์หนังที่ยังไม่เสร็จ เพราะสตีฟเชื่อว่าเขาเป็นคนที่อยู่วงนอกสุดและแทบไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาบทเลย ดังนั้นเขาจึงสามารถเป็นคนที่วิจารณ์ได้เที่ยงตรงเสมือนเป็นคนดูจริงๆ

3 คำสร้างพลังจาก Steve Jobs

‘Make it great’ เป็นประโยคที่จ็อบส์มักจะพูดกับผู้ร่วมงานอยู่เสมอ…รวมถึงที่ Pixar ด้วย ซึ่งทีมงานทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ารายละเอียดและความอลังการในทุกๆ เฟรมเกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของจ็อบส์

“ถ้าเราสามารถสร้างการ์ตูนที่มีวิธีการเล่าที่ยอดเยี่ยม มีตัวละครที่ตรึงใจผู้ชม และทำให้มันยิ่งใหญ่ได้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย ไม่ว่าผู้ชมจะมีอายุเท่าไหร่ พวกเขาก็จะรักและประทับใจได้เสมอ” เป็นคำพูดที่ลาสเตอร์เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับวิธีคิดของทีมที่รับต่อมาจากจ็อบส์ จนทำให้การ์ตูนของพวกเขายังคงยอดเยี่ยมอยู่เสมอ

I think Pixar has the opportunity to be the next Disney—not replace Disney—but be the next Disney.

– Steve Jobs –

ในปี 2006 ดิสนีย์ก็ต้องยอมแพ้ให้กับความสามารถทางด้านแอนิเมชั่น ทำให้ตัดสินใจซื้อ Pixar ด้วยการแลกหุ้นกับจ็อบส์ มูลค่าการซื้อขายในครั้งนี้อยู่ที่ 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้จ็อบกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของดิสนีย์ไปโดยปริยาย ทั้งๆ ที่จ็อบลงทุนไปแค่ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

ความอ่อนโยนจาก Pixar ช่วย Steve Jobs

นอกจากจ็อบส์จะเป็นคนเปลี่ยนทิศทางการทำงานให้กับทีม Pixar แล้ว Pixar เองก็ได้เปลี่ยนแปลงจ็อบส์ไปเช่นกัน เพราะจ็อบส์จะมีปัญหากับคนในบริษัทอยู่ตลอดเนื่องจากความเป็น Perfectionism เขาต้องการอยู่ในทุกๆ กระบวนการเพื่อให้แน่ใจว่าทุกผลิตภัณฑ์จะเป็นไปตามที่เขาคิด

แต่จากคำบอกเล่าของเอ็ด แคทมูลล์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Pixar ว่าจ็อบส์ได้ค้นพบว่าการพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมกับทุกขั้นตอนและพยายามเค้นให้ทีมสร้างสิ่งที่ดีที่สุดนั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เอ็ดเป็นคนหนึ่งที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของจ็อบส์ที่เปิดใจรับฟังความเห็นของคนอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดจ็อบส์เรียนรู้ที่จะเป็นหุ้นส่วนที่ดีและเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจคน

และเมื่อ NExT ถูกซื้อกิจการโดย Apple จ็อบส์จึงได้กลับไปเป็น CEO อีกครั้ง แต่เป็น Steve Jobs…คนใหม่ที่มีวิสัยทัศน์เฉียบแหลม ไอเดียสร้างสรรค์ และความเข้าใจต่อเพื่อนร่วมงาน 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้เขาเหมาะสมที่สุดที่จะถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในบุคคลผู้มีอิทธิพลต่อโลกมากที่สุด

sources :

https://www.fastcompany.com/3028955/how-steve-jobs-changed-pixar-and-how-pixar-changed-steve-jobs

http://www.alvyray.com/Pixar/PixarMyth1.htm

https://www.forbes.com/sites/carminegallo/2013/12/05/the-single-greatest-piece-of-advice-steve-jobs-gave-frozen-executive-producer-john-lasseter/#65df73fe5c57

thedailybeast.com

macrumors.com

wired.com

รู้และเข้าใจ ก่อนเซ็นสัญญาซื้อ-ขายฝาก

หลังจากที่เรารู้จักกับความหมายของคำว่า “ขายฝาก” และรู้เรื่องข้อดีต่างๆที่จะ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้รับจากการขายฝากแล้วในตอนที่แล้ว(ขายฝาก vs จำนอง : ขายฝากคืออะ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ร? ต่างกับจำนองอย่าง&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ร?) ในตอนนี้ เราจะมารู้เรื่องราวที่ต้องรู้เพิ่มเติม สำหรับคนที่สนใจจะทำธุรกรรมขายฝาก ว่ามีข้อควรรู้อะ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;รบ้าง รวมถึงเรื่องทีต้องรู้ก่อนจะเซ็นสัญญาซื้อและขายฝาก เพื่อให้&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่เสียสิทธิประโยชน์และ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่ให้ถูกเอาเปรียบ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้

การขายฝาก&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่ใช่การกู้เงิน

"ถึงแม้ว่ารูปแบบจะคล้ายกับการกู้เงิน แต่ในทางกฎหมายนั้น การขายฝาก&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่ใช่การกู้เงิน"

เพราะว่า&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่มีการกำหนดให้ผู้ขายฝากมีหน้าที่ต้องชำระค่าตอบแทนเป็นรายเดือนในแต่ละเดือน แม้ว่าจะมีสิทธิที่จะ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการขายฝากสูงสุดถึง 15% ต่อปี หรือ 1.25 % ต่อเดือนก็ตาม กำหนดการชำระค่าตอบแทนนั้นขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก

ถ้าให้สรุปง่ายๆอีกที การขายฝาก คือ การซื้อขายทรัพย์สินและให้โอกาสแก่ผู้ขายฝากในการซื้อคืน โดยผู้ขายฝากสัญญาว่าจะมา&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ถ่ทรัพย์สินคืน และให้ค่าตอบแทนแก่ผู้รับซื้อฝากนั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น นาย A ขายฝาก ที่ดินให้กับนาย B ในมูลค่า 2 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี และเมื่อครบสัญญาจะ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ถ่ถอนในราคา 2.30 ล้านบาท แบบนี้นาย B จะ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้รับผลตอบแทนจำนวน 300,000 บาท (คิดเป็น 15% ต่อปี)


ดังนั้นอย่าสับสนระหว่างการ 'ขายฝาก' และการ 'กู้เงิน' โดยสำหรับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากนั้น มีเรื่องสำคัญที่ต้องรู้และเข้าใจ ก่อนที่จะเซ็นสัญญาขายฝาก ดังต่อ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ปนี้

รู้และเข้าใจ ก่อนเซ็นสัญญาซื้อ-ขายฝาก

ปัญหาในการขายฝาก

สำหรับปัญหาในการขายฝากนั้น สามารถเกิด&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้มากมาย ตั้งแต่

  • การกระทำสัญญาที่&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การทำสัญญาโดยปากเปล่า
  • ผู้รับซื้อฝากบางรายมีการโอนทรัพย์สินให้กับบุคคลอื่นทั้งๆที่่ยัง&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่ครบกำหนด&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ถ่ถอน
  • ผู้รับซื้อฝาก&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่สามารถตรวจสอบข้อมูลสินทรัพย์&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้ หรือความเข้าใจที่ผิดพลาดทำให้ประเมินสูงกว่าราคาที่ควรจะเป็น หรือ การกำหนดราคาขายฝากต่ำกว่าความเป็นจริงที่ผู้ขายฝากควร&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้
  • มีปัญหาในการ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ถ่ถอนคืน เช่น การที่ผู้รับซื้อฝาก&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ม่ยอมให้&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ถ่ถอนสินทรัพย์คืน แม้ว่าผู้ขายฝากจะจ่ายเงิน&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ถ่ถอนทรัพย์สินนั้นครบถ้วนแล้วก็ตาม

จะเห็นว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากการที่กระทำสัญญาหรือใช้ช่องว่างที่ทำให้ทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซือฝากเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งเวลาและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

อย่าง&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;รก็ตามสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วย&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้ คือ การมีข้อมูลที่ครบถ้วน หรือผู้ช่วยที่ถูกต้อง เพื่อที่จะช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในผลตอบแทน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ที่โปร่งใส และสามารถตรวจสอบ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้จริง รวมถึงมีการประเมินราคาที่ถูกต้องจากผู้ประเมินราคาที่&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้รับการรับรองจากกลต. จะช่วยให้ธุรกรรมการขายฝากนั้นเป็น&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ป&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้อย่างยุติธรรมและถูกต้อง

รู้และเข้าใจ ก่อนเซ็นสัญญาซื้อ-ขายฝาก

โดย ZAZZET นั้นเป็นเว็บ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ซต์จับคู่ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ให้บริการด้านขายฝากอสังหาริมทรัพย์ออน&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ลน์ด้วยระบบ Online Matching จับคู่ทรัพย์กับผู้รับซื้อฝากคุณภาพ ช่วยคัดกรองและรวบรวมที่ดินจากผู้ขายฝากและเป็นแหล่งรวมผู้รับซื้อฝากคุณภาพ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ว้ในที่เดียว โดยมีทีมงานผู้มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะช่วยแนะนำบริษัทประเมินที่&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้รับความเห็นชอบจากกลต. และยังให้คำปรึกษาเรื่องการขายฝากตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ เปลี่ยนให้เรื่องขายฝากนั้นกลายเป็นเรื่องง่ายและสบายต่อทุกฝ่าย

สนใจใช้บริการสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ด้ที่ http://www.zazzet.com/

รู้และเข้าใจ ก่อนเซ็นสัญญาซื้อ-ขายฝาก

บทความหน้าพบกับ

  • กฎหมายกับการซื้อ-ขายฝาก ฉบับเข้าใจง่าย ครบจบในบทความเดียว
  • เคลียร์ข้อสงสัย เรื่องกฎหมายอัตราค่าตอบแทน และระยะเวลาสัญญาขายฝาก รวมถึงการ&#xEรู้ลึก-รู้จริงเรื่องขายฝาก-by-zazzet;ถ่ถอนทรัพย์

สาวกดิสนีย์ต้องไปสัมผัส! Minnie Vans รถบริการโฉมใหม่จาก Disney Park

Lyft จับมือกับ Disney Park พาร์ทเนอร์ยักษ์ใหญ่รายใหม่ เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวภายในรีสอร์ท สถานที่พิเศษสำหรับแขกที่จะมีบริการ Minnie Vans รถที่ถูกปรับแต่งให้กลายเป็น Minnie Mouse

รถ Minnie Vans จะพาผู้เข้าพักไปยังที่หมายใน Walt Disney World Resort เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริด้า ซึ่งภายในรถจะสามารถนั่งได้ถึง 6 คน ที่พิเศษคือรถแต่ละคันจะมีที่นั่งสำหรับเด็ก 2 ที่นั่ง คนขับจะมีการสวมใส่เครื่องแต่งกายเป็นตัวการ์ตูนแบบเต็มยศ บริการพิเศษนี้จะเริ่มต้นให้บริการที่ Boardwalk ของ Disney และ Yacht & Beach Club

Minnie Van Service จะมีราคาค่าบริการอยู่ที่ 20 เหรียญต่อการเดินทาง และเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 6.30 น. ถึง 12:30 น.

ผู้เข้าพักของรีสอร์ทสามารถเรียกใช้บริการนี้ได้ผ่านแอพพลิเคชั่น Lyider ที่มีอยู่ เมื่อเข้าใช้ก็จะพบรถ Minnie Vans ปรากฎอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด

“การมีส่วนร่วมในประสบการณ์ของครอบครัวในสถานที่ที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลกนี้เป็นความฝันที่กลายเป็นจริง” Lyft co-founder และ President John Zimmer กล่าว

อย่างไรก็ดีการให้บริการตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ดำเนินการโดยเอกชนอย่าง Disney เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนสำหรับการพัฒนารูปแบบธุรกิจของ Lyft 

sources :

http://www.wesh.com/article/underwater-camera-catches-close-up-shot-of-a-white-shark/10400102 

เปิดตัวแรง ‘Star Wars Experiences’ เอาใจคอเกม VR จาก Disney

ดิสนีย์ประกาศในงาน D23 ที่ Anaheim Calif ว่าทางทีมงานกำลังพัฒนา Virtual Reality System ร่วมกับ LucasFilm และ Lenovo โดยใช้สมาร์ทโฟนเป็นหลัก ชื่อของมันคือ Star Wars Experiences ซึ่งจะมีทั้งการต่อสู่ในสเกลใหญ่ผ่าน VR ฟาดฟันไลท์เซเบอร์ และเล่นหมากรุกโฮโลแกรมประจำสตาร์วอร์อย่าง Holochess แข่งกับตัวละครในเรื่อง

ภาพลักษณ์โดยรวมของมันดูดีไม่น้อยทีเดียว ตัวอย่างในแสดงให้เห็นตัวละคร StormTrooper ขนาดเท่าตัวจริงยืนอยู่ต่อหน้าเรา และ Holochess ต่อสู้กันอยู่บนกระดาน โดยผู้ใช้มีอุปกรณ์เสริมเป็นไลท์เซเบอร์

“ดิสนีย์จะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อหาทางนำเสนอเรื่องราวเสมอ เรากำลังพัฒนา Augmented Reality ของตัวเอง”

– Mike Goslin,รองประธานฝ่ายพัฒนาของ Disney –

แน่นอนว่าวิธีใช้ Star Wars Experiences ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่โหลดแอพพลิเคชั่น ใส่สมาร์ทโฟนเข้าไปยังเฮดเซต ผู้ใช้ก็สามารถมองเห็นโลกใบเดิมที่มีบรรดาตัวละครจาก Star Wars อยู่ข้างใน รวมไปถึงสัมผัสความรู้สึกในสงครามและอื่นๆที่ทางผู้พัฒนาจะใส่เข้ามาในแอพด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมของอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังไม่แน่ชัด ไม่เปิดเผยวันวางจำหน่าย และยังไม่ชัดเจนว่าจะเชื่อมต่อกับ AR และ VR อื่นๆหรือไม่ แต่การประกาศแบบนี้ก็น่าจะทำให้แฟนๆที่รอ Star Wars The Last Jedi สนใจจะมาฟันดาบไลท์เซเบอร์กันก่อนหนังเข้าฉายไม่น้อยทีเดียว

source :

https://www.phonearena.com/news/Lenovo-and-Disney-teaming-up-for-immersive-Star-Wars-VR-experience_id96073

https://venturebeat.com/2017/07/15/disney-unveils-star-wars-jedi-challenges-ar-headset/

แกะรอยหุ้นน้องใหม่ นักลงทุนต้องดูอะไรก่อนซื้อหุ้น IPO

หุ้น IPO ถือเป็นของหวานจานโปรดของนักลงทุนในยุคนี้

เนื่องจากหุ้นไอพีโอส่วนมากนั้นเข้าตลาดมาวันแรกจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกและมักจะเป็นบวกค่อนข้างมาก ทำให้นักลงทุนที่ได้สิทธิ์จองซื้อมักจะได้กำไร ส่วนผู้ที่ไม่ได้สิทธิ์ก็มักจะมาลุ้นเอาตอนตลาดเปิด หุ้นบางตัวที่เป็นที่นิยมมากๆ ก็อาจให้ผลตอบแทนได้ถึง 200% ในวันเดียว

แล้วนักลงทุนควรต้องดูอะไรบ้างก่อนซื้อหุ้น IPO ?

หุ้นไอพีโอนั้นมีหลักการวิเคราะห์ไม่ต่างจากการวิเคราะห์หุ้นเพื่อลงทุนโดยปรกติเลย เพียงแต่จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยที่แตกต่างจากการวิเคราะห์โดยปรกติซึ่งจะอธิบายอยู่ในตอนท้ายของบทความนี้

ส่วนของการวิเคราะห์เหมือนหุ้นตามปรกติ

  • ปัจจัยมหภาค
    กิจการได้รับภาวะเกื้อหนุนจากปัจจัยระดับประเทศหรือภูมิภาคอย่างไรบ้าง แง่มุมที่ต้องวิเคราะห์เช่น ลักษณะสังคม การเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย เทคโนโลยี รวมไปถึงสภาพแวดล้อม
  • อุตสาหกรรม
    กิจการอยู่ในอุตสาหกรรมแบบไหน และพื้นฐานภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมนั้นเป็นอย่างไร แนวโน้มของอุตสาหกรรมสดใสหรือไม่อย่างไร
  • พื้นฐานธุรกิจ
    กิจการประกอบอาชีพอะไร ลูกค้าคือใคร ผลิตภัณฑ์บริการคืออะไร จุดเด่นจุดด้อยของธุรกิจอยู่ตรงไหน โดยอาจเน้นการเปรียบเทียบกับกิจการที่คล้ายกันที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนที่ห้ามลืมที่สุดคือความเสี่ยงของกิจการที่จะเปิดเผยอยู่ในหนังสือชี้ชวนตราสารทุน
  • ผู้บริหาร
    กิจการถูกบริหารโดยใคร นักลงทุนอาจกดค้นหาจากเสิจเอนจิ้นต่างๆ รวมไปถึงอ่านประวัติของกิจการประกอบซึ่งก็พอจะบอกถึงลักษณะและแรงจูงใจของผู้บริหารได้
  • งบการเงิน
    กิจการมีสถานะทางการเงินอย่างไร ตรวจสอบงบกำไรขาดทุนเพื่อดูความสามารถในการทำกำไร ตรวจสอบงบกระแสเงินสดเพื่อดูความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและคุณภาพกำไร และตรวจสอบงบดุลเพื่อตรวจสอบสถานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ โครงสร้างของเงินทุนบริษัท ถึงแม้ว่างบการเงินก่อนเข้าตลาดนั้นจะมีความละเอียดลออในการตรวจสอบน้อยกว่างบการเงินของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดแล้ว แต่งบการเงินของหุ้นไอพีโอก็ถือว่าเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ในการวิเคราะห์เลย
  • การเติบโต
    กิจการจะมีการเติบโตอย่างไรในอนาคต ข้อนี้สำคัญมากอีกเช่นกัน เนื่องจากหุ้นไอพีโอนั้นมักจะถูกชูแนวโน้มการเติบโตในอนาคตเป็นจุดขาย นักลงทุนจึงต้องทำการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการเติบโตเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจและประเมินมูลค่าต่อไป
  • มูลค่าพื้นฐาน
    กิจการนี้ควรถูกซื้อขายที่ราคาเท่าไหร่ เรื่องนี้ก็ถือเป็นหัวใจของหุ้นไอพีโอ เพราะส่วนใหญ่หุ้นไอพีโอนั้นมักจะถูกขายในราคาที่เต็มมูลค่า แต่ก็มีโอกาสที่หลายครั้ง ปัจจัยการเติบโตในอนาคตยังไม่ถูกรวมเข้ามาในราคาไอพีโอ นักลงทุนจึงจำเป็นต้องมองภาพธุรกิจและการเติบโตให้ขาด เพื่อวิเคราะห์ให้ได้ว่าราคานี้เหมาะสมหรือไม่อย่างไร

ส่วนการวิเคราะห์เพิ่มเติมสำหรับหุ้น IPO

  • เหตุผลของการระดมทุน
    กิจการนี้ถูกนำจดเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่ออะไร นักลงทุนต้องวิเคราะห์ถึงเหตุผลและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เช่น ระดมทุนเพื่อขยายการเติบโต แบบนี้อาจเพิ่มมุมมองของการโตในอนาคต หรือถ้าระดมทุนเพื่อชำระหนี้ แบบนี้อาจมองภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงซึ่งอาจนำไปสู่มูลค่าที่สูงขึ้นได้
  • โครงสร้างการถือหุ้นก่อนและหลังระดมทุน
    กิจการนี้จะมีโครงสร้างกิจการเปลี่ยนไปอย่างไรหลังจากระดมทุนสำเร็จแล้ว นักลงทุนต้องพิจารณาถึงสัดส่วนการถือหุ้นภายหลังจดทะเบียนว่าโครงสร้างดังกล่าวเอื้อประโยชน์อย่างไรต่อการลงทุนบ้าง เช่น ผู้บริหารยังคงถือหุ้นบริษัทเยอะอยู่ แบบนี้อาจวางใจได้ว่าผู้บริหารยังมีแรงจูงใจในการทำให้บริษัทเติบโตและประสบความสำเร็จ แต่ถ้าผู้บริหารจะถือหุ้นน้อยลงมากหลังจดทะเบียน แบบนี้ต้องวิเคราะห์หาแรงจูงใจว่าเป็นเพราะเหตุผลไหน และผู้ที่จะเข้ามารับไม้ต่อนั้นมีศักยภาพอย่างไรบ้างในการขับเคลื่อนบริษัท
  • จิตวิทยาการลงทุน
    เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากไม่แพ้หัวข้อไหนเลยในการวิเคราะห์หุ้นไอพีโอ เพราะหุ้นไอพีโอนั้นมีจำนวนขายที่จำกัด ทำให้ความรู้สึกอยากซื้อของคนนั้นสูงขึ้นได้มากกว่าปรกติ อารมณ์ของนักลงทุนส่งเข้ามาส่งผลต่อราคาตลาดค่อนข้างมาก นักลงทุนอาจต้องวิเคราะห์ถึงจิตวิทยาตลาดที่เกี่ยวข้องในการลงทุนว่ามีผลต่อราคาหุ้นมากระดับไหน ถึงแม้ว่าสุดท้ายนักลงทุนต้องตัดสินใจตามพื้นฐานและมูลค่ากิจการ แต่การเข้าใจถึงจิตวิทยาก็พอจะช่วยให้วางแผนรับมือสำหรับสถานการณ์ต่างๆ ได้

การวิเคราะห์หุ้น IPO นั้นมีข้อจำกัดคือ

ข้อมูลที่มีนั้นน้อยกว่าหุ้นที่จดทะเบียนแล้วค่อนข้างมาก ทำให้หลายครั้งการวิเคราะห์เป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ความยากลำบากนี้เองก็อาจจะกลายมาเป็นข้อดีเพราะข้อมูลที่จำกัดและยากที่จะเข้าถึงทำให้ตลาดอาจจะเข้าใจถึงมูลค่าของกิจการผิดไปได้และนำมาซึ่งโอกาสลงทุนของนักลงทุนนั่นเอง

หลายครั้ง IPO ย่อมาจาก It’s probably overpriced.
แต่หลายครั้ง IPO ก็ย่อมาจาก It’s probably opportunity.

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ไทยเจ๋ง! เปิดตัว WMApp แอพฯ พยากรณ์อากาศแม่นสุดในอาเซียน!

พกร่ม พกเสื้อกันฝนได้ถูกวัน ไม่ต้องกลัวเปียกอีกต่อไป เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2650 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดตัวระบบพยากรณ์อากาศ และแอพพลิเคชั่นในชื่อ “WMApp” แอพพลิเคชั่นที่การันตีว่ามีความแม่นยำ และความละเอียดสูงที่สุดในอาเซียน สามารถคาดการณ์เวลาฝนตกได้ล่วงหน้าถึง 28 ชม. หรือระยะยาว 5.5 วัน

WMApp แอพพลิเคชั่นที่มีการเชื่อมต่อกับ Google Maps สามารถระบุตำแหน่งพื้นที่ ความหนักเบาของฝน หรือแม้กระทั่งคาดการณ์เวลาฝนตกล่วงหน้าได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการวิจัย และพัฒนาอัลกอริทึมประมาณค่าฝน หิมะ ลูกเห็บ โดยการสังเกตของดาวเทียว นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศเชิงเลขความละเอียดสูงสำหรับเขตร้อน (Tropics) ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี

ผศ.ดร.ชินวัชร์ สุรัสวดี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ผู้รับผิดชอบโครงการจัดตั้งวิทยาลัยวิศวกรรมอวกาศและระบบโลก กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาความไม่แม่นยำการพยากรณ์ การบริหารจัดการน้ำ และป้องกันภัยธรรมชาติภาพรวมของประเทศนั้น จำเป็นต้องพิจารณาปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับระบบโลก โดยมองทั้งการกระทำของมนุษย์ที่จะทำให้โลกเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะส่งผลกระทบต่อมนุษย์

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ชินวัชร์ ยังกล่าวต่อว่า จากปัญหาข้างต้นจึงผลักดันโครงการจัดตั้งวิทยาลัยวิศวกรรมอวกาศและระบบโลก (College of Space and Earth Systems Engineering: SESE) ขึ้น เพื่อหวังแก้ไขปัญหา ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีอวกาศโดยใช้ดาวเทียมประเภทต่าง ๆ ถือเป็นวิธีการเดียว ที่สามารถสังเกตข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของโลก ได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8111 หรือเข้าไปที่ www.kmitl.ac.th

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save