สวัสดีครับ กลับมาอีกแล้วกับคอลัมน์ Weekly Outlook สรุปและอัพเดทกลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์ กับผมนาย อัศวินกองทุน คนเดิมคนนี้ที่จะมาให้ความรู้และความเข้าใจกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ ครับผม
เริ่มต้นด้วยการดูภาพรวมของตลาดกันก่อนครับ สัปดาห์นี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แต่สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นไปตามคาด และมีหลายอย่างที่น่าสนใจครับ เรามาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า
ภาพรวมของตลาด
เริ่มต้นจากเจ้าใหญ่เจ้าเดิม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น จากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ ในขณะที่การประชุมของ FED มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและส่งสัญญาณในการปรับงบดุลในเดือนกันยายนมาอยู่เรื่อยๆ แบบนี้ต้องดูกันต่อไปครับ
ส่วนทางฝั่งตลาดหุ้นจีนนั้น มีการปรับตัวลดลงครับ โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องของการเพิ่มทุนในหุ้นกลุ่มนี้ อันนี้ก็รอดูว่าจะมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจหรือไม่เช่นกันครับ
หันกลับมาดูปู่ SET เจ้าตลาดหุ้นไทย รอบนี้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นครับ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงค์จากการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน และหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่รัฐบาลมีการอนุมัติให้มีการประมูลรถไฟฟ้า นับว่าเป็นช่วงฟื้นตัวที่น่าสนใจหรือเปล่าเนี่ย ฮ่าๆ
มาดูฝั่งของสินทรัพย์ทางเลือก น้ำมัน กันบ้างครับ เริ่มจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากการประชุม OPEC โดยซาอุดิอาระเบียออกมาส่งสัญญาณว่าอาจจะลดปริมาณการส่งออกน้ำมัน และสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่ลดลงกว่าตลาดคาดการณ์เช่นกันครับ
ส่วนทางด้านราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น จากทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนตัวลง หลังจากที่ FED ให้ความเห็นในเรื่องของค่าเงินเฟ้อที่ยังคงต่ำกว่า 2% อยู่ ดูเหมือนว่าปีนี้ทองคำจะดูดีทีเดียวล่ะครับ
สัปดาห์นี้ดูเหมือนมันจะทรงๆ หน่อย แต่ผมเชื่อว่าทุกคนไม่ถอย พร้อมลุยกันต่อใช่ไหมล่ะครับ มาครับ เรามาจัดกลยุทธ์ประจำสัปดาห์กันต่อเลย
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน
ตลาดหุ้นอินเดีย
ผมแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นอินเดียไปเรื่อยๆ ครับ เนื่องจากมูลค่าพื้นฐานเมื่อเทียบกับการคาดการณ์การเติบโตของรายได้บริษัท ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียครับ จึงทำให้ตลาดช่วงนี้มีความน่าสนใจ สำหรับภาคเศรษฐกิจ นโยบายปฏิรูปภาษีหรือ GST ผมมองว่ายังจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงต่างชาติ ซึ่งสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาวครับผม ดังนั้นยังสะสมต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วได้ครับ
ตลาดหุ้นเกิดใหม่
เมื่อพูดถึงตลาดหุ้นเกิดใหม่ ผมยังแนะนำให้สะสมหุ้นประเทศเกิดใหม่เอเชีย หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยหรือลดขนาดงบดุลเร็วกว่าที่ตลาดคาดในการประชุมรอบเดือน ก.ค. ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้นเอเชีย ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น เช่น ตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการจากประเทศพัฒนาแล้ว และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ผมเชื่อว่าสำหรับกลุ่มนี้ โอกาสยังดีอยู่ครับ
ตลาดหุ้นยุโรป
ยังคงเหตุผลเดิมเหมือนสัปดาห์ก่อนครับ ผมแนะนำให้สะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กหลังจากตลาดปรับตัวลงเนื่องจากความกังวลถึงการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป แต่อย่างที่คาดไว้ครับว่าธนาคารกลางยุโรปจะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วตามคาด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลง โดยแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กเนื่องจากรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการบริโภคในประเทศ จึงคาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากค่าเงินยูโรที่แข็งค่าครับผม
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ ต่อไปครับ จากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงต้นปี เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทเหมือนเช่นเคยครับ ต้องยอมรับเลยครับว่า ของเค้ากำลังมาจริงๆ
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
เพิ่งให้สะสมไปเมื่อสัปดาห์ก่อน สัปดาห์นี้อยากให้ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นกันนะครับ เพราะหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณรีบขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและเยนมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้ไม่ขยับ นอกจากนี้ คะแนนความนิยมของนาย ‘Shinzo Abe’ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นลดลงต่ำที่สุดตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองญี่ปุ่นและความรวดเร็วของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบนี้หยุดพักสักนิดดูท่าทีกันไปก่อนดีกว่าครับ
สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้
สำหรับประเทศพัฒนาเน้นสะสม สหรัฐฯ กับ ยุโรป (หุ้นเล็ก) ครับ ส่วนตลาดเกิดใหม่เน้นฝั่งเอเชียเน้นไปที่ ไทย เกาหลี อินเดีย และ จีนครับผม รอบนี้มาครบเลยจ้า
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้
ตราสารหนี้สหรัฐฯ
สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงทรงตัวหลัง FED มีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเงินเฟ้อลดลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง โดยในสัปดาห์หน้า ผมคาดว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ อยู่ครับ เนื่องจากนโยบายการคลังยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง
ตราสารหนี้ไทย
อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยทรงตัว จากค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าต่อเนื่อง ขณะที่ ธปท. เตรียมออกมาตรการควบคุมสินเชื่อเพิ่มเติม ทั้งนี้จากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่ผ่อนคลาย ภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากมาตรการการเงินตึงตัว จะยังเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในตราสารหนี้ ทั้งนี้คาดว่าปัจจัยลบจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวจะอยู่ที่การประกาศลดงบดุลของ FED ซึ่งจะเกิดในช่วงปลายปีเท่านั้นครับ