ตอบปัญหาคาใจ เกี่ยวกับการยกเลิกลดหย่อนภาษีด้วย LTF และ RMF
ในช่วงเดือนก่อน จนถึงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาษี และกองทุน แน่นอนว่าหลายท่านคงได้ทราบแล้วว่า จะมีการยกเลิกลดหย่อนภาษีของกองทุน LTF ครับ และ สำนักข่าวแทบจะทุกสำนักต่างก็คาดการณ์ว่ากองทุน RMF เองก็น่าจะโดนยกเลิกไปด้วยครับ
ซึ่งจริง ๆ ต้องบอกว่าการยกเลิกกองทุนลดหย่อนภาษีในรูปแบบ LTF นั้นมีอายุกำหนดไว้ถึงแค่ 2559 อยู่แล้วครับ ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ หรือ เพิ่งจะมีการขอให้ยกเลิกกันนะครับ โดยก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) เองก็เคยขอให้ขยายเวลาสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ที่ซื้อ LTF อย่างถาวร แต่ทางกระทรวงการคลังและสรรพากรเคยศึกษาไว้ มองว่าสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อคนที่มีรายได้สูงและเป็นวงจำกัด อาจจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันได้ จึงมีข้อเสนอให้ยกเลิกตามกำหนดเดิมครับ
แต่ก็มีหลายท่านที่เสนอข้อมูลทางสถิติ และการวิจัยบางส่วนออกมาโต้แย้งว่า LTF นั้นไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับคนรวย แต่คนที่เป็นพนักงานเงินเดือน หรือ คนที่มีรายน้อย – ปานกลาง ต่างหากที่ได้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ
โดยมี บทความ ของ คุณ วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. บัวหลวง
และยังมีบทความที่มีรายละเอียดค่อนข้างมากอีกครับ เรียกได้ว่าเป็น ซีรีย์เลย กดดูได้ที่นี่ครับ
และข่าวจากไทยรัฐ online
โดย คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)
โดยความตั้งใจของ กองทุน LTF /RMF เหล่านี้ตั้งมาเพื่อ ให้เก็บออม และ ทำให้ตลาดทุนมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนภาษีนั้นเป็นตัวเสริมเข้ามาให้กับพวกเราเท่านั้นเองครับ
แล้ว LTF กับ RMF ได้ตอบ หรือ บรรลุจุดประสงค์เหล่านี้หรือไม่ ???
กองทุน RMF จะโดนยกเลิกด้วยไหม ??
อีกคำถามที่ช่วงนี้คนสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้า LTF และ RMF ถูกยกเลิกครับ
ดังนั้นวันนี้ผมจะมาตอบคำถามเหล่านี้กันครับ
1. เมื่อกองทุน LTF ยกเลิกไปแล้วจะเป็นอย่างไร ?
– พอกองทุนลดหย่อนภาษีได้หมดวาระลงในปี 2559 กองทุน LTF เหล่านี้น่าจะกลายร่างได้ 3 แบบครับ
1.1 คือแปรสภาพตัวกองทุนเป็นกองทุนที่สามารถซื้อ-ขายได้ตลอดเวลาครับ แต่อาจจะกำหนดให้เริ่มต้นซื้อ-ขายได้แบบกองทุนเปิดก็ต่อเมื่อ หลังปี 2563 เนื่องจากว่าผู้ที่ซื้อกองทุน LTF เพื่อลดหย่อนภาษีในปี 2559 นั้นอาจจะยังคงต้องถือครองให้ครบอายุ 5 ปีปฏิทินตามที่ข้อบังคับของ LTF กำหนดไว้ครับ ส่วนท่านอื่น ๆ ที่ถือกองทุนครบกำหนดก็สามารถขายออกได้ตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ครับ
1.2 อาจจะกลายเป็นกองทุนเปิดตั้งแต่ปีแรกเลยก็เป็นไปได้เช่นกันครับ
1.3 อาจจะให้โอกาสนักลงทุน สับเปลี่ยนกองทุนไปยังกองทุนหุ้นแบบอื่น ๆ ตามใจผู้ลงทุนครับ
อันนี้คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ผมให้นัำหนักไปทางข้อแรกมากกว่าครับ
2. กองทุน RMF จะโดนยกเลิกการลดหย่อนภาษีด้วยไหม ?
– เรื่อง RMF คิดว่าเป็นไปได้ค่อนข้างยากครับ เนื่องจากตัวโครงการของ RMF นั้นไม่ได้ระบุวันหมดอายุโครงการไว้ตั้งแต่แรก และ RMF ก็ช่วยให้คนได้เก็บออนเงินเพื่อการเกษียณ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกับคนทำงานอิสระ ที่ไม่ได้มีสวัสดิการในการเงินเก็บเพื่อการเกษียณ อย่างพนักงานเอกชนทั่วไปที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ กองทุนประกันสังคมครับ
3. เมื่อกองทุนถูกยกเลิกการลดหย่อนภาษี กองทุนที่ถืออยู่จะขาดทุนไหม ถ้าคนขายกองทุนออกมาเยอะ ๆ
– เรื่องการยกเลิกของกองทุนนั้น อาจจะเป็นคนละเรื่องกันกับการขาดทุนครับ คือมีโอกาสที่กองทุนจะไม่ขาดทุนจากการยกเลิกกองทุน LTF ครับ เนื่องจากว่า กองทุนนั้น ไม่เหมือนหุ้นครับ เพราะราคา NAVของกองทุนนั้นไม่ได้ขึ้นกับว่ามีคนเข้ามาซื้อกองทุนมากหรือน้อยครับ แต่ขึ้นกับสินทรัพย์ในกองทุนเสียมากกว่าครับ ว่าหุ้นที่กองทุนเลือกมานั้นมีมูลค่าเท่าไหร่
โดยผมจะยกตัวอย่างดังนี้ครับ ถ้า NAV = มูลค่าสินทรัพย์กองทุน/จำนวนหน่วย ถ้าวันนี้มูลค่าสินทรัพย์กองทุนเท่ากับ 100,000 บาท มีจำนวน 10,000 หน่วย NAV จะเท่ากับ 10 บาท โดยถ้าเกิดการขายโดยกระทันหันทำให้มูลค่าสินทรัพย์ หรือหุ้นในกองทุน ลดเหลือ 70,000 บาท เนื่องจากมีคนขายออกไป จำนวนหน่วยก็จะลดลงเหลือ 7,000 หน่วย ดังนั้น NAV จะเท่ากับ 70,000 / 7,000 = 10 บาท เหมือนเดิมนั่นเองครับ
หรืออีกกรณีนึงคือ สมมติว่า กองทุน LTF ทั้งประเทศที่มีขนาดประมาณ 2 แสนล้านบาทนั้น ค่อย ๆ ทยอยขายออกมา จนตลาดหุ้นปรับตัวลดลง
ผมถามสั้น ๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นครับ ?
หลายท่านที่ลงทุนในหุ้นอยู่ คงพอจะนึกออก และเริ่มเตรียมเงิน เพื่อที่จะช้อนซื้อหุ้นอยู่แน่ ๆ เลย ใช่ไหมครับ ?
ผมคนนึงแหละครับ ถ้าเห็นว่ากองทุนขายหุ้นออกมามากเกิน จนทำให้มูลค่าของหุ้นลดต่ำลงจนถึงราคาพื้นฐาน หรือ ถูกกว่า ผมจะทำการซื้อทันทีครับ
ดังนั้นปี 2560 ในระยะสั้น หากมีการขายกองทุน LTF ออกมาจริง ๆ ผมเชื่อว่าไม่นานหรอกครับที่ตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาเหมือนเดิมครับ
ดังนั้นถ้าเป็นนักลงทุนระยะยาวแล้วละก็ คงไม่ได้รับผลกระทบซักเท่าไหร่ครับ
4. ถ้า LTF จะกลายเป็นกองทุนเปิด จะขายกองทุน LTF เลยดีไหม เพราะไม่รู้ว่าจะเก็บเงินไว้ในกองทุนทำไม กลัวว่ามีความเสี่ยง
– ผมเชื่อว่า ถ้ากองทุน LTF ที่เราถืออยู่ได้ให้ผลกำไรที่ดีในช่วงที่ผ่านมา และถ้ากลายเป็นกองทุนเปิดขึ้นมาจริง ๆ นั้น ท่านนักลงทุนจะทำการถอนเงินออกจากกองทุนนี้ จริง ๆ เหรอครับ ? ซึ่งผมคิดว่าส่วนใหญ่คงจะตอบว่า “ไม่” (รึเปล่า 55+) เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องถอนเงินออกมาจากกองทุนทีทำผลงานได้ดีใช่ไหมครับ ? (ยกเว้นรีบใช้เงินจริง ๆ) ดังนั้น แก่นของการลงทุนกับกองทุน ก็คือเลือกกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดี และสม่ำเสมอเสียตั้งแต่ตอนนี้ครับ (ยังเหลือเวลาอีก 2 ปี )จะได้ไม่เสียใจภายหลัง และกังวลมากเกินไปครับ
ดังนั้นผมหวังว่า ท่านผู้อ่านจะเข้าใจและลงทุนกับ LTF / RMF อย่างต่อเนื่องนะครับ
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า ผมคิดว่า LTF / RMF นั้นจะมีประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อ ผู้ซื้อ หรือ ผู้ลงทุน ได้ศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างจริงจัง และไม่เอาเรื่องการลดหย่อนภาษีที่มาล่อตาล่อใจเราเป็นเหตุผลหลักในการซื้อกองทุน เพราะว่า การลงทุนที่นึกถึงแต่การลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้เราประสบความสำเร็จทางการเงินได้ครับ
ที่สำคัญคือ เราต้องอาศัยความรู้ ด้านการจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) จึงจะทำให้ บรรลุเป้าหมายในการลงทุน และการเกษียณอายุได้อย่างสบายใจ
เพราะว่าจากประสบการณ์
ผมยังคงเห็นผู้ลงทุนหลายคนยังคง หากองทุน LTF / RMF จาก Promotion ของธนาคาร
ผมยังคงเห็นว่ามีผู้ที่เลือกลงทุนแต่ LTF เพราะว่าคิดว่ากองทุน RMF ไม่สำคัญและไกลตัว
ผมยังคงเห็นว่ามีหลายคนไม่รู้ว่ากองทุน RMF มีหลายระดับความเสี่ยง และสามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้ตามช่วงอายุเพื่อเลือกความเสี่ยงของกองทุนที่เหมาะสม หรือ สามารถปรับได้ตามสภาวะของตลาดหุ้นก็ได้
ผมยังคงเห็นผู้ที่ซื้อกองทุน LTF อยู่เต็ม MAX อยู่ทุกปี และไม่เคยดูว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้มาก น้อยเพียงใด
ผมยังคงเห็นกองทุนที่ทำผลงานได้ไม่ค่อยดี แต่ก็มีคนไปลงทุนด้วยอยู่มากมาย
ทำให้ผมตั้งคำถามขึ้นมาในใจครับ ว่าถ้าไม่มีเรื่องภาษีที่มาลดหย่อนแล้ว พวกเราจะยังคงลงทุนกับกองทุน โดยมองเรื่องเกษียณอยู่รึเปล่า ?
หรือ เพียงแค่กลัวที่จะเสียสิทธิ์ที่ตัวเองควรจะได้เท่านั้น
ผมไม่หวังว่ากองทุน LTF / RMF นี้จะช่วยให้ตลาดมีเสถียรภาพอย่างที่หลายฝ่ายบอกครับ
ผมไม่หว้งว่ากองทุน LTF/ RMF จะช่วยให้ภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจได้ จาการที่คนเหลือเงินจากการจ่ายภาษี แล้วจะจับจ่ายใช้เงินเยอะขึ้น
แต่ผมหวังว่ากองทุน LTF /RMF นี้จะช่วยให้คนไทยเรารู้จักเรื่องการออม การลงทุนมากขึ้น และเกษียณได้อย่างไม่เป็นภาระคนรุ่นหลังครับ
ดังนั้นคำถามสุดท้ายของวันนี้นั้น จะเป็นตัวบ่งชี้ครับ ว่าการตั้งกองทุน LTF/ RMF ขึ้นมาได้บรรลุวัตถุประสงค์แล้วหรือไม่
แต่ผมคงไม่ตอบ แต่จะขอให้ท่านผู้อ่านตอบแทนผม และตอบตัวเองให้ได้ครับ
“ว่าเราลงทุนกับกองทุน LTF / RMF เพราะอะไรกันแน่ครับ ??”