5.8k
shares
ซีรี่ย์ ใช้งานแนวรับ-แนวต้านอย่างมืออาชีพ ตอนที่ 3 "วิธีใช้งานแนวรับ-แนวต้านที่ถูกต้อง"

" ให้ซื้อหุ้นที่แนวรับ "

"ให้ขายหุ้นที่แนวต้าน"

เป็นการใช้งานแนวรับ-แนวต้านที่ผิด!!!!วิธีครับ

กรณีของแนวรับ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแนวรับ " และ " ราคาหุ้นทะลุแนวรับทำจุดต่ำสุดใหม่" ซึ่งก็แปลว่าเมื่อหุ้นปรับตัวลงมาที่แนวรับมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ได้ 2 กรณี คือ

1) ถ้าแรงขายที่แนวรับมีมากกว่าแรงซื้อ ราคาจะปรับตัวลดลงต่อ

2) ถ้าแรงซื้อที่แนวรับมีมากกว่าแรงขาย ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น

Supportรูปแสดงตัวอย่าง 2 กรณีที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวลดลงมาที่แนวรับ

 กรณีของแนวต้าน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากแนวต้าน " และ " ราคาหุ้นทะลุแนวต้านทำจุดสูงสุดใหม่" ซึ่งก็แปลว่าเมื่อหุ้นปรับตัวลงมาที่แนวต้านมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ได้ 2 กรณีด้วยเช่นเดียวกัน คือ

1) ถ้าแรงขายที่แนวต้านมีมากกว่าแรงซื้อ ราคาจะปรับตัวลดลง

2) แรงซื้อที่แนวต้านมีมากกว่าแรงขาย ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นต่อ

resistance

รูปแสดงตัวอย่าง 2 กรณีที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาที่แนวต้าน 

เมื่อราคามาถึงแนวรับหรือแนวต้านควรทำอย่างไร ?


จากคำนิยามที่บอกว่า

แนวรับ คือ ระดับราคาที่คาดว่าจะมีความต้องการซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าแรงซื้อจำนวนมากที่แนวรับ จะทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น 

แนวต้าน คือ ระดับราคาที่คาดว่าจะมีความต้องการขายเข้ามาเป็นจำนวนมาก และก็ไม่มีอะไรการันตีได้อีกเช่นเดียวกันว่าแรงขายจำนวนมากที่แนวต้าน จะทำให้ราคาปรับตัวลดลง 

จะเห็นได้ว่าเมื่อราคาปรับตัวลงมาที่ระดับราคาแนวรับ หรือราคาเพิ่มสูงขึ้นไปที่ระดับราคาแนวต้าน จะเป็นบริเวณที่แรงซื้อกับแรงขายยกพวกจำนวนมากมาต่อสู้กัน 

สิ่งที่ควรทำเมื่อราคามาถึงที่แนวรับ หรือแนวต้าน คือ เราควรจะอยู่เฉย ๆ อย่าเพิ่งรีบร้อนลงมือซื้อขาย 

สาเหตุที่ควรอยู่เฉย ๆ เมื่อราคามาถึงที่แนวรับ หรือแนวต้าน เพราะ ?

1) เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะออกมาทางไหน 

2) เราไม่ควรเข้าไปร่วมกับกาต่อสู้ระหว่างแรงซื้อกับแรงขายทันทีในขณะที่กำลังต่อสู้กัน เพราะมันเหมือนกับการแทงสูงต่ำ โอกาสแทงถูก 50-50 

3) ผมรอให้รู้ผลการต่อสู้ระหว่างแรงซื้อกับแรงขายว่าฝั่งไหนเป็นฝั่งชนะก่อนดีกว่า แล้วผมค่อยเข้าไปร่วมอยู่ฝั่งเดียวกับฝั่งชนะ 

Wait at S Break S

รูปตัวอย่างแสดงวิธีให้เห็นข้อดีของการไม่รีบลงมือซื้อหุ้นทันทีเมื่อราคาลดลงมาที่แนวรับ 

Wait at RBreak R

รูปตัวอย่างแสดงวิธีให้เห็นข้อดีของการไม่รีบลงมือขายหุ้นทันทีเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปมาที่แนวต้าน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ และสิ่งที่ต้องยอมรับ เมื่อรอให้รู้ผลการต่อสู้ระหว่างแรงซื้อกับแรงขายแล้วค่อยลงมือ คือ ?

                  
1) สิ่งที่จะได้ คือ ความน่าจะเป็นที่จะตัดสินใจได้ถูกมากกว่าความน่าจะเป็นที่ตัดสินใจผิด (โอกาสตัดสินใจถูกมากกว่า 50% หรือ High Winning Probability )

2) สิ่งที่ต้องยอมรับคือ จะไม่ได้ซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำที่สุด เพราะเราต้องรอให้ราคาปรับตัวเพิ่มจากแนวรับจนถึงจุดที่มั่นใจว่าแรงซื้อชนะแรงขายแล้ว จึงค่อยซื้อหุ้น 
และจะไม่ได้ขายหุ้นในราคาที่สูงที่สุดเพราะต้องราให้ราคาปรับตัวลดลงจากแนวต้านจนถึงจุดที่มั่นใจว่าแราขายชนะแรงซื้อด้วยเช่นเดียวกัน 


buy when reboundรูปตัวอย่างการซื้อหุ้นเมื่อราคาปรับตัวขึ้นจากแนวรับ ซึ่งจะไม่สามารถซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำที่สุด แต่จะได้โอกาสในการตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น

sell when down

รูปตัวอย่างการขายหุ้นเมื่อราคาปรับตัวลดลงจากแนวต้าน ซึ่งจะไม่สามารถซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำที่สุด แต่จะได้โอกาสในการตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น

 

R_S Method

รูปแสดงแนวคิดการใช้งานแนวรับ-แนวต้านที่ถูกต้อง

เทคนิคสำคัญที่มักจะถูกลืม

สิ่งที่สำคัญอันดับแรกของการซื้อขายหุ้นตามแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคา (Trend Following) คือ ทิศทางของแนวโน้ม การใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ทางเทคนิคทุกประเภท จะให้ดีต้องใช้งานให้สอดคล้องกับทิศทางของแนวโน้ม 

แนวรับ-แนวต้าน เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งทางเทคนิค ที่ใช้ในการหาจังหวะซื้อหรือจังหวะขายที่ดี ดังนั้นการใช้งานแนวรับ-แนวต้าน จะใช้งานได้ดี จำเป็นต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับทิศทางของแนวโน้มด้วย  เพราะ

ถ้าราคาหุ้นมีทิศทางของแนวโน้มเป็นขาขึ้น แนวรับจะต้องรับอยู่เสมอ ส่วนแนวต้านจะต้องโดนเบรกเสมอ ไม่เช่นนั้น กราฟจะไม่เป็นทิศทางขาขึ้น ทำให้ในทิศทางแนวโน้มขาขึ้น แนวรับจะมีความสำคัญมากกว่าแนวต้าน 

ทางกลับกันถ้าราคาหุ้นมีทิศทางของแนวโน้มเป็นขาลง แนวต้านจะต้องต้านอยู่เสมอ ส่วนแนวรับจะต้องโดนเบรกเสมอ ไม่เช่นนั้น กราฟก็จะไม่เป็นทิศทางขาลง ทำให้ในทิศทางแนวโน้มขาลง แนวต้านจะมีความสำคัญมากกว่าแนวรับ


สุดท้ายสิ่งที่อยากจะฝากเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค 

นักเล่นหุ้นทางเทคนิคที่มีประสบการณ์ทุกคนรู้ดีเกี่ยวกับความจริงที่ว่า ถึงแม้เราจะวิเคราะห์ทางเทคนิคมาอย่างดีก็ตามก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะได้กำไรชัวร์ ๆ เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะมีเหตุกาณ์อะไรเกิดขึ้น หรือราคาจะไปในทิศทางไหน

ดังนั้นเราจึงต้องวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์ในการซื้อขาย เพื่อให้ได้ความน่าจะเป็นในการติดสินใจถูกมากกว่าตัดสินใจผิด และกลยุทธ์ที่ดีควรจะมีการเตรียมตัวเพื่อรองรับกับเหตุการณ์หลายๆ กรณีที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ซีรี่ย์ ใช้งานแนวรับ-แนวต้านอย่างมืออาชีพ ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้วครับ หวังว่าผู้อ่านจะมีความเข้าใจในการใช้งาน แนวรับ-แนวต้านได้ดียิ่งขึ้น ยังไงฝากติดตามผลงานบทความหรือซี่รี่ย์เรื่องต่อไปด้วยนะคร๊าบบบบ ขอบคุณครับ.......^_^ 

TRENDING