‘เต่าเหยียบโลก’ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายรายได้ 250 ล้าน จากชายตกงานวัย 40 ปี

ผมเติบโตมาในร้านโชห่วยในชนบทที่ขายผลิตภัณฑ์มากมายเท่าที่จะวางขายได้
เวลาว่างหลังเลิกเรียนหรือช่วงวันหยุด จึงมีโอกาสได้หยิบจับ ช่วยวางเรียงของขึ้นชั้นอยู่บ่อยๆ และอาจจะด้วยความเป็นเด็กขี้สงสัย ก็มักจะตั้งคำถามเสมอว่าสินค้าหรือแบรนด์หลายๆ อย่างเขาตั้งชื่อกันยังไง
อย่าง ‘ยาธาตุน้ำขาวกระต่ายบิน’….”ทำไมกระต่ายต้องบินด้วยนะ?” (มารู้ภายหลังว่าเพราะคุณยายเจ้าของสูตรเกิดปีกระต่ายและเธอก็สงสัยมาตลอดเรื่องนิทานกระต่ายกับเต่าว่า เต่าชนะเพราะกระต่ายงีบหลับ ถ้ากระต่ายมีปีกบินได้ก็คงเข้าเส้นชัยได้ก่อนแล้ว)
หรืออย่าง ‘เสื้อยืดห่านคู่’…”ห่านตัวเดียวไม่ได้เหรอ?” (มารู้ภายหลังว่า ‘ห่านคู่’ ที่มาเป็นคู่เพราะความเชื่อของคนจีนคือเป็นเรื่องมงคล ตัวห่านเป็นความเชื่อเรื่องความมั่งคั่ง พอเอาสองอันมารวมกันเลยเป็นทั้งมั่งคั่งและมงคลทวีคูณ และตัวห่านสีขาวเองก็เป็นสัญลักษณ์ถึงความนุ่มสบายด้วย)
แต่มีแบรนด์หนึ่งที่ผมสงสัยมาตลอดและเพิ่งมารู้เรื่องราวเบื้องหลังของแบรนด์เมื่อไม่นานมานี้เองหลังจากที่อ่านหนังสือ ‘สิ่งที่เคยมอง แต่ไม่เคยเห็น’ ของพี่ตุ้ม-หนุ่มเมืองจันท์
แบรนด์นั้นคือ ‘เต่าเหยียบโลก’ (เต่า…พอเข้าใจได้ แต่ทำไมต้องเหยียบโลก?)
เจ้าของผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่อยู่คู่คนไทยมายี่สิบกว่าปี เริ่มต้นจากชายตกงานวัย 40 ปี และรายได้ปีล่าสุดแตะ 250 ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว
ความน่าสนใจคือ ”การที่เต่าเหยียบโลก” มีนัยสำคัญแฝงอยู่ และที่สำคัญไม่ใช่ชื่อผลิตภัณฑ์ที่คิดเอาไว้แต่แรกด้วย
เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์ อายุประมาณ 40 ปี ลาออกจากงาน ‘คนปรุงยา’ ที่ร้านขายยาจีนแถววงเวียนใหญ่
ตอนนั้นน้อยใจเจ้านายเลยลาออกมา
เรียกว่าตกงานอยู่นานถึง 6 เดือน ไม่รู้จะทำอะไรดี เคว้งอยู่สักพัก
วันหนึ่งไปเที่ยวบ้านญาติเขาก็ทักว่าคุณสมชายอยู่ร้านขายยาจีนมาตั้งยี่สิบสามสิบปี มีทักษะปรุงยา ทำไมไม่ลองปรุงยาสมุนไพร ไปฝากตามร้านเสริมสวยขายละ?
มันกลายเป็นจุดที่ทำให้คุณสมชายกลับมาคิดได้ว่าที่ผ่านมาพยายามจะมองไปไกลมาก แต่ไม่เคยตระหนักเลยว่าที่จริงแล้วเขามีทักษะที่มีค่าติดตัวอยู่แล้ว
ในภาษาธุรกิจจะเรียกว่า ‘Competitive Advantage’ หรือจุดแข็งที่ได้เปรียบคู่แข่ง
ด้วยทักษะการปรุงยาที่ติดตัวมาจากงานเก่าประจวบกับเหตุการณ์หนึ่งที่เขานึกขึ้นได้ตอนที่ลูกค้าเคยมาสั่งให้เขาปรุงยาให้ตอนที่ยังทำงานเป็นเด็กปรุงยาเพื่อไปทำแป้งทาดับกลิ่นไต้วงแขนและบอกว่าเป็นสูตรที่ส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า
“พี่พยาบาลคนนั้นบอกว่าถ้าคุณสมชายมีปัญหาเรื่องกลิ่นเต่า ลองเอาไปใช้ได้เลยอันนี้ดีมาก”
คุณสมชายเคยลองปรุงสูตรนั้นแล้วก็คิดว่ามันใช้ได้ดีเลย ทั้งดับกลิ่นได้ดี แถมไม่ทิ้งคราบเหลืองๆ ติดเสื้อเหมือนกับลูกกลิ้งดับกลิ่นสมัยก่อนด้วย
สุดท้ายตัดสินใจเอากลับมาปรุงใหม่
ปรุงเสร็จเอาใส่ในถุงซิป ปิดกระดาษบอกสรรพคุณว่าช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ใต้วงแขน
ตั้งชื่อว่า ‘จับเต่า’ ชื่อชัดมาก
ความหมายก็ชัด เป็นการ ‘ดักจับ’ ‘กลิ่นเต่า’ ไม่ให้มันฟุ้งกระจายออกมา โดยมีโลโก้เป็น ‘เต่าเหยียบโลก’
ส่วนหนึ่งที่เขาใช้สัญลักษณ์เป็นสัตว์ก็เพราะว่าจากประสบการณ์ของตัวเองในร้านขายยาสมุนไพร คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้ออาจจะไม่รู้หนังสือ แต่สามารถบอกได้ว่ายาตัวไหนมีสัตว์อะไรแปะอยู่บนโลโก้บ้าง
“น้องๆ ขอยาที่มีกระต่ายมีปีกติดหน้าขวดหน่อย” แบบนี้เข้าใจได้ทันที
เต่าเป็นสัตว์ที่จำง่ายและมีความหมายตรงกับ ‘กลิ่นเต่า’ พอดี และอีกอย่างเขาบอกว่าเต่าเป็นสัตว์มงคลของจีน ความหมายดี แม้จะเชื่องช้า แต่ยั่งยืน อายุยืน
และที่เหยียบโลก ก็เพราะเขาหวังว่าสินค้าตัวนี้จะถูกส่งไปขายทั่วโลก “เพราะคนทั่วโลกก็มีกลิ่นเต่ากัน” คุณสมชายบอก
ความหมายลึกซึ้งและมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่แฝงอยู่ด้วย
หลังจากปรุงเสร็จก็ใส่ซองซิปล็อกแล้วเอาไปฝากวางขายตามร้านเสริมสวยเริ่มของภรรยาและที่อื่นๆ
ปัญหาคือชื่อแบรนด์ ‘จับเต่า’ ไม่มีใครกล้าเรียก
แม้ความหมายมันจะชัด มันก็อาจจะชัดมากไปหน่อย คนซื้อก็จะเขินๆ อายๆ เวลาพูดก็จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีกลิ่นเต่าเลยมาซื้อ
เลยมักจะพูดอ้อมๆ ว่า “เต่าเหยียบโลก” แทน
เรียกตามโลโก้
สุดท้าย ‘จับเต่า’ เลยกลายเป็น ‘เต่าเหยียบโลก’ แบบทุกวันนี้
แต่เส้นทางก็ไม่ได้ง่าย สินค้าแม้จะดี แต่กว่าคนกลุ่มแมสจะรู้จักก็ใช้เวลาเป็นสิบปี คุณสมชายต้องเอาสินค้าไปขาย ถูกปฏิเสธอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยท้อ
จนกระทั่งวันหนึ่งกระทู้ของเว็บไซต์ดังเอาแบรนด์นี้ไปพูดบอกว่าราคาไม่แพง ‘กลิ่นเหม็นขนาดช้างตายก็เอาอยู่’ นั่นกลายเป็นจุดที่ทำให้สินค้าของเต่าเหยียบโลกเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่น่าสนใจคือลูกค้าไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ แต่เข้าถึงวัยรุ่น เด็กมหาวิทยาลัย และคนทำงานด้วย
เพราะเด็กรุ่นใหม่ๆ ดูข้อมูลจากบนเว็บไซต์และพูดกันปากต่อปาก
วันหนึ่ง 7-11 ก็ติดต่อมาให้ไปวางขาย กลายเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของรายได้บริษัทแบบก้าวกระโดด ตอนนี้มีลูกชายเข้ามาช่วยเพื่อขยายตลาดออนไลน์ แถมยังพร้อมวางแผนไปต่างประเทศแล้ว
เต่า...กำลังจะไปเหยียบโลกแล้วจริงๆ
แม้ช่วงโควิดรายได้จะตกไปเล็กน้อย แต่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาไม่มีปีไหนที่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และปีล่าสุดทำได้กว่า 250 ล้านบาท
2021 : 89 ล้านบาท
2022 : 124 ล้านบาท (+39.7%)
2023 : 193 ล้านบาท (+54.97%)
2024 : 250 ล้านบาท (+29.24%)
เรื่องราวของคุณสมชายและเต่าเหยียบโลกสอนหลายอย่างในโลกธุรกิจ
1. จุดแข็งของคุณซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน
คนส่วนใหญ่เวลาตกงาน มักมองหาสิ่งใหม่ บางคนอยากเริ่มสตาร์ตอัป บางคนอยากเทรดหุ้น แต่คุณสมชายแค่ย้อนกลับมาดูว่า “เราทำอะไรเป็นอยู่แล้ว?” ทักษะอะไรบ้างที่เรามีแล้วคนอื่นไม่มี? สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ยังไง? แถมยังเป็นสูตรลับที่บคนอื่นลอกไม่ง่ายด้วย
2. เราแก้ปัญหาที่ใหญ่พอไหม?
เรื่องกลิ่นตัวคนมีปัญหาเยอะมาก ถ้าเรามอบทางแก้ได้ ในราคาที่ไม่แพงแถมยังใช้ได้ดี คนพร้อมจะอุดหนุน
3. ไอเดียดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าคุณเลิกไปซะก่อน
สิบปีแรกของ “เต่าเหยียบโลก” ไม่มีใครพูดถึง แต่เขายังผลิต ยังขาย ยังยอมถูกปฏิเสธ จนวันหนึ่งมีคนพูดถึงในเว็บบอร์ด นั่นแหละคือวันที่โลกหันกลับมามองเต่าตัวหนึ่งที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง
หากตอนนี้กำลังหลงทาง อย่าเพิ่งมองไปไกล ให้กลับมาหาสิ่งที่เรามีก่อน เรามีจุดแข็งอะไรบ้าง ความเชี่ยวชาญอยู่ตรงไหน ลองค้นๆ ดู บางทีขุมทรัพย์อาจจะอยู่ตรงหน้าแต่เราดันมองข้ามมันไปก็ได้
ที่สำคัญไม่ต้องรีบ เต่าอาจเดินช้า แต่ถ้าเดินถูกทาง มันก็เหยียบโลกได้เหมือนกัน
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

