“4 วิธีรูดซิปกระเป๋า-ลดรายจ่าย” ช่วง COVID-19

หลังจากเริ่มทำงานที่บ้าน (Work from Home) หรือ WFH ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อนๆ สังเกตกันไหมครับว่า สิ่งที่เพิ่มมาอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือ “ค่าใช้จ่ายต่างๆ” โดยเฉพาะ ค่าน้ำ-ค่าไฟ ที่เพิ่มสูงขึ้น สาเหตุหลักก็เพราะเราอยู่บ้านแหละครับ ใช้ไฟใช้น้ำทั้งวัน จากเดิมที่ใช้แค่ 8-10 ชั่วโมง หลังกลับจากที่ทำงาน

แม้ทางการไฟฟ้าฯ การประปาฯ จะออกมาช่วยในแง่ของการลดการเก็บค่าใช้จ่าย แต่นั่นอาจจะไม่ได้ช่วยลดรายจ่ายได้ทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ก็เกิดจากพฤติกรรมของเราด้วยครับ ซึ่งทุกคนสามารถปรับได้

วันนี้ aomMONEY จึงได้รวบรวมเทคนิคการรูดซิบเงินประเป๋าของทุกคนให้เกิดความมิดชิดมากยิ่งขึ้น ผ่านการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานที่บ้าน เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพราะเราไม่รู้ว่า COVID-19 จะหมดไปเมื่อไหร่

เพราะฉะนั้นมาหาวิธีลดรายจ่ายของเรากันเถอะครับ 

และ aomMONEY ได้คัดสรรมาให้ 4 วิธี มีรายละเอียดดังนี้ 

1. เพิ่ม 1 องศา ลดการใช้ไฟฟ้า

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุในเดือนเมษาแบบนี้ จะมาให้ลดการเปิดแอร์หรือเปิดพัดลมคงจะยากยิ่งต้องทำงานด้วยแล้ว บรรยากาศถือว่าสำคัญ ฉะนั้นหากไม่ลดเราจะทำอย่างไร ซึ่งทาง กฟผ.เองก็แนะว่า ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26 องศา โดยการเพิ่ม 1 องศา จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้เพิ่ม 10% ขณะเดียวกันไหนๆก็ว่างแล้ว ลองเป็นช่างแอร์มือสมัครเล่นผ่านการทำความสะอาดแผ่นกรองไปด้วยเลย

กฟผ.ยังแนะต่อไปอีกว่า วิธีที่ง่ายที่สุดในการประหยัดไฟ  คือ ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้ โดยเฉพาะโน๊ดบุ๊คหากแบตเต็มแล้วก็ถอดออก เปิดหน้าต่างรับลมบ้าง แค่นี้เอง อาจลดไม่มาก แต่ง่ายนะทำได้เลยตอนนี้

2. ใช้แดดให้คุ้มประโยชน์

ในเมื่อแดดมันแรงแบบนี้ อะไรที่ต้องสักบ่อยครั้งอย่าง หมอน ผ้าห่ม ไม่ลองเอามาตากแดดฆ่าเชื้อดู แทนที่จะซักบ่อยๆ ให้เปลืองน้ำ นอกจากวิธีดังกล่าว เนื้อที่กักตุนไว้ หากนำมาทำเป็นเนื้อแดดเดียวนอกจากยืดอายุของเนื้อสัตว์แล้ว ยังสามารถเก็บตุนไว้กินได้อีกหลายมื้อ ลดการโทรสั่งของเดลิเวอรี่ได้พอสมควรอยู่นะ

3. มัดรวมทีเดียว

จำนวนเสื้อผ้าที่ต้องใช้ในแต่ละวัน ควรรวบรวมไว้ทีละมากๆในช่วงนี้และซักพร้อมกับรีดในครั้งเดียว เพราะจะช่วยให้ประหยัดการใช้น้ำและไฟได้ อีกวิธีที่แสนง่ายแต่สามารถลดได้หากทำอย่างต่อเนื่อง สำหรับสายกรีน การรดน้ำต้นไม้ก็รดตามปกติแต่เปลี่ยนวิธีมาเป็นการหยดน้ำแทนน่าจะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำได้คุ้มมากขึ้น

4. ทำรายจ่ายระหว่าง WFH

ลองคำนวนดูว่า รายจ่ายเมื่อต้องทำงานที่บ้านจริงๆ มีอะไรเพิ่มขึ้นมา เปรียบเทียบจากเดือนที่ทำงานที่ออฟฟิส เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอาหาร และค่าอื่นๆ จากนั้น ลองตัดถอนกับรายรับดู หากส่วนไหนที่พอลดได้ เช่น พฤติกรรมการใช้น้ำ ใช้ไฟ ค่าอาหารและเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ จากที่สั่งทุกวัน ลองชงกินเองดูสัก 3 วัน/สัปดาห์ เพราะการที่ทำรายจ่ายจะทำให้เราเห็นภาพของส่วนที่สามารถลดได้อย่างชัดเจน

การปรับพฤติกรรมสักนิดเพื่อรับกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการทำงานที่บ้าน น่าจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่เรามักมองข้ามจำพวกการใช้ไฟฟ้าและน้ำที่ฟุ่มเฟือยลดลงไปได้ เพื่อเซฟเงินในกระเป๋าและรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นและกำลังสวนทางกับรายรับ

บางวิธีที่ aomMONEY เสนอไป สามารถทำได้เลยตั้งแต่ตอนนี้นะครับ เพราะเราอยากให้เพื่อนๆ มีความสุขกับการทำงานที่บ้าน โดยที่เงินในกระเป๋าไม่รั่วไหลเกินความจำเป็น และที่สำคัญอย่าลืมมาตรการเยียวยาจากรัฐฯ ที่ออกมาซัพพอร์ตเรา ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินคืนค่าประกันไฟฟ้าหรือการขอเงินคืนค่าประประกันน้ำประปานะหรือมาตรการเยียวยาผู้ว่างงานครับ ซึ่ง aomMONEY ได้สรุปเป็นบทความไว้ให้แล้ว

ขอบคุณครับ

บ.ก.aomMONEY 

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

เราควรซื้อคอนโดมั้ยในช่วง COVID-19?

ผมเชื่อว่าช่วงนี้หลายๆ คนมีคำถามว่า “เราควรผ่อนบ้าน-คอนโดระยะยาวไหม ในช่วงที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ จาก COVID-19 แบบนี้?”

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเพิ่งพารุ่นน้องที่ธรรมศาสตร์ไปเลือก คอนโด ใกล้แนวรถไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ผมถามน้องว่าทำไมถึงตัดสินใจซื้อคอนโดในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนแบบนี้ รุ่นน้องผมบอกว่าก็เพราะถ้าเราซื้อในภาวะแบบนี้เราอาจจะได้สินค้าในราคาถูกลง ซึ่งก็ไม่เกินจริงนัก ในภาวะวิกฤตคอนโดล้นตลาด ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกและกำลังซื้อหดตัว

ราคา “คอนโด” ที่รุ่นน้องเล็งไว้จาก 3.1 ล้านบาท 

ตกลงมาเหลือเพียง 2.6 ล้านบาท

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส.ระบุว่าปัจจุบันมีบ้านและคอนโดมากกว่า 3 แสนหน่วยที่ค้างสต็อก ที่ขายไม่ได้เลยสำหรับคอนโด  และบ้านแนวราบมีจำนวน6.9 หมื่นหน่วย และในนี้เป็นคอนโดถึง 3 หมื่นยูนิต ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากๆ เราจะได้เห็นมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่อย่างแน่นอน ชนิดที่ว่าแทบเสมอตัว หรือกำไรเพียงเล็กน้อย เพราะบริษัทอสังหาฯ เองก็แบกดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารที่นำมาลงทุนเช่นกัน

กลับมาที่รุ่นน้องผม คำถามที่ผมถามต่อ ก็คือ เมื่อตัดสินใจซื้อคอนโดที่ลดราคาแล้ว ความมั่นคงในหน้าที่การงานเป็นอย่างไรบ้าง น้องผมค่อนข้างจะวางแผนการเงินได้ค่อนข้างดี หลังจากเพิ่งได้รับโบนัส 13 เดือน โดยเขาเลือกที่จะยื่นกู้เทียบกับ 3 ธนาคารที่ต้องการไว้ ด้วยความที่ฐานเงินเดือนค่อนข้างสูง ไม่ติดเครดิตบูโร ไม่มีภาระหนี้กู้ยืมอื่นๆ เขากลายเป็นคนเนื้อหอมที่ทางธนาคารต้องการที่จะให้เป็นลูกหนี้ชั้นดี ต่างก็เสนอดอกเบี้ยอัตราพิเศษมาให้เลือก

นอกจากนั้นแล้วเขาเลือกยื่นกู้ 100% เพราะมองว่าเงินเก็บที่มีจะนำไปใช้ยามฉุกเฉิน หากเริ่มขาดสภาพคล่อง แต่บริษัทที่รุ่นน้องผมทำนั้น “ใหญ่เกินกว่าจะล้มได้” ดังนั้นเขาค่อนข้างสบายใจในส่วนนี้ ซึ่งกลายเป็นว่าเขาเป็นคนที่จะได้ของที่ดีในราคาที่ถูกลง 20% และได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุดจากโครงการและทางธนาคาร 

เรื่องนี้สะท้อนอะไรบ้าง?

ประเด็นแรกก็คือ หากคุณตัดสินใจเป็นหนี้ระยะยาวในภาวะที่คุณพร้อม มีความมั่นคง มีเงินเก็บแล้วอำนาจต่อรองของคุณจะเพิ่มมากขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องใช้งบจำกัดจำเขี่ยในการที่จะเลือกซื้อบ้านและคอนโดในช่วงเริ่มต้นทำงาน 

ข้อที่สองในวิกฤตมันมีโอกาสเสมอคุณสามารถหาของดีราคาถูกได้ เพราะภาวะเศรษฐกิจจะนำไปสู่การเอาตัวรอดแม้กระทั่งบริษัทขนาดใหญ่

แต่ประการสุดท้าย ก็คือความสามารถในการประเมินความเสี่ยงของคุณ คุณมอง 3-5 ปีหลังจากนี้อย่างไรให้สามารถอยู่รอดได้ โดยที่สามารถรักษาที่อยู่อาศัยของคุณไว้ด้วย เริ่มจากการคำนวนค่างวดขั้นต่ำ อย่างน้อย 8-10 เดือนเผื่อไว้ในช่วงที่คุณอาจจะตกงานรวมกับค่าใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตประจำวัน   

ดังนั้นผมคงจะไม่ห้ามให้ใครตัดสินใจซื้อ-ไม่ซื้อบ้านและคอนโดในช่วงนี้ แต่อยากให้ประเมินความเสี่ยง และสำรวจหาข้อเสนอที่ดีที่สุดครับ 

คอลัมน์  มีสลึงพึงบรรจบ โดย Mr.Priceless

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

“Social Distancing” คนรวยก็แค่เบื่อ แต่คนธรรมดาอาจล้มเป็นโดมิโน่

จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดกรณี “Social Distancing”  หรือ การเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ทุกคนควรทำตาม เพราะจากงานวิจัยที่ศึกษาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เมืองอู๋ฮั่นของจีน ระบุว่า “การอยู่บ้านและการรักษาระยะห่างทางสังคม สามารถชะลอการแพร่ระบาดของโควิดได้จริงโดยตัวเลขอัตราการติดเชื้อจาก 2.35 ลดลงจนเกือบเป็น 1 หมายความว่า ผู้ป่วยคนหนึ่งแพร่เชื้อต่อให้คนเดียวได้เท่านั้นจากเดิมที่สามารถแพร่ได้ 2-3 คนเมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน

ทว่า Social Distancing  หรือการเว้นระยะห่างทางสังคมในครั้งนี้ แม้จะช่วยสกัดกั้นการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโควิดให้เบาบางลงได้ แต่ก็มีผลกระทบเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงสะท้อนสังคม ความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต และความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยได้ชัดเจนขึ้น

อาทิ กลุ่มคนที่รายได้สูง การหยุดอยู่บ้านไม่ได้ส่งผลกระทบในเรื่องของปากท้อง การอยู่บ้านเป็นระยะเวลายาวๆ อาจจะเป็นแค่เรื่องน่าเบื่อ ตรงกันข้ามกลับคนที่หาเช้ากินค่ำ ลูกจ้างรายวัน มนุษย์เงินเดือนที่ไม่ได้มีรายได้สูง หรือกลุ่มธุรกิจ SME ขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหยุดกิจการชั่วคราวทำให้ขาดรายได้ พนักงานการถูกลดเงินเดือน หรือแม้กระทั่งต้องปิดกิจการและมีการเลิกจ้างงาน ซึ่งส่งผลกระทบค่อยๆ ให้กลุ่มคนเหล่านี้ทยอยล้มเป็นกันโดมิโน่ โดยที่เรายังมองไม่ออกเลยว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงเมื่อไร

aomMONEY เห็นว่าหลายคนได้รับผลกระทบในช่วงนี้ จึงอยากจะเสนอแนวคิด เพื่อเป็นไอเดียไปลองปรับใช้เพื่อความอยู่รอดในช่วง Social Distancing นี้กันดูครับ

1. หางานเสริมเมื่ออยู่บ้าน

ไหนๆ  Social Distancing  หรือ็ต้องพักอยู่บ้านแล้ว ลองนำเอางานอดิเรกหรือสิ่งที่เราชื่นชอบกลับมาทำอย่างจริงจัง ยิ่งถ้าหากสร้างรายได้ได้ด้วยแล้ว อยากบอกให้ลุย ตัวอย่างเพื่อนบ้านที่บ.ก.รู้จัก ทำงานอยู่โรงแรมแห่งหนึ่งและต้องหยุดพักยาวแบบไม่ได้รับรายได้ แต่พี่เขาไม่ย่อท้อ เค้าชอบทานปลาเผาจึงเอาความชื่นชอบมาสร้างรายได้เป็นพ่อค้าขายปลาเผาซะเลย แกไม่ได้ขายแค่หน้าร้าน แต่แกยังรับออเดอร์ผ่านระบบออนไลน์ในกลุ่มแอปพลิเคชั่น Line ของหมู่บ้าน นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่เรานำมาปรับใช้ได้เพื่อความอยู่รอดครับ

2. ถ้าไม่เคยวางแผนชีวิตเรื่องเงิน ก็เริ่มวางแผนได้แล้ว

บางทีเราใช้ชีวิตทุกวันจนลืมวางแผนชีวิตกันนะ ทำงานทุกวันจนลืมกำหนดเป้าหมาย เวลานี้อยู่บ้าน เรามาวางแผนชีวิตเหมือนกับกำหนดยุทธศาสตร์ชีวิตระยะยาวให้กับชีวิตดูไหม เช่น ขณะนี้อายุเท่าไหร่ อยากจะเกษียณตัวเองเมื่อไหร่ และระหว่างนี้เราต้องมีเงินออมเท่าไหร่ถึงอยู่ได้อย่างสุขสบายเมื่อเกษียณ และตอนนี้มีเงินสำรองฉุกเฉินไว้บ้างหรือยัง เพราะวิกฤตแบบนี้เงินสำรองฉุกเฉิน คือ ฐานรากที่สำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านวิกฤตแบบนี้ไปได้

หรือแม้กระทั่งการมองหาประกันสุขภาพระยะยาวไว้ดูแลเราในอนาคตสักกรมธรรม์ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ต้องวางแผน บางทีอาจบ่นว่าไม่มีเวลา ตอนนี้มีเวลามากขึ้นแล้ว ก็ลองลงมือวางแผนดูครับ เพราะอนาคตเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเจอเหตุการณ์ที่แบบครั้งนี้อีกมั้ย…

3. จัดตารางกิจกรรมและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

การกำหนดหรือเพียงแค่จดตารางดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่รู้ไหมว่า หากเรากำหนดตารางการทำกิจกรรมในแต่ละวันอย่างมีระเบียบและทำอย่างเคร่งครัด จะทำให้ลดพฤติกรรมปล่อยตัวตามสบายและปล่อยใจล่องลอย จนเป็นเหตุให้เกิดการถอนตัวจากสังคมและไม่รักษาความสะอาดสุขอนามัยส่วนบุคคลได้ อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการดูแลตัวเองและสุขอนามัยของการป้องกันการแพร่ระบาด

ส่วนตารางกิจกรรมที่อยากเสนอแนะ ก็มีทั้งงานที่ต้องรับผิดชอบ การออกกำลังกายอย่างเรียบง่ายแบบโยคะ การวิดีโอคอลหาครอบครัว ทักทายเพื่อน การดูแลต้นไม้และทำความสะอาดบ้าน เป็นต้น

4. ติดตามมาตรการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดและบอกต่อผ่านโซเชียลมีเดีย

ตอนนี้มีมาตรการจากทางรัฐออกมาเยอะมากครับ aomMONEY เองก็รวบรวมข้อมูลและสรุป เพื่ออัพเดตให้เพื่อนๆ ได้รับทราบมาตรการช่วยเหลือกันตลอด และถ้าจะให้ดีอย่าลืมส่งต่อหรือบอกต่อคนที่รู้จักผ่านโซเชียลมีเดียครับ

อย่างน้อยแม้มาตรการบางอย่างจะยังไม่ครอบคลุม แต่เราก็ได้เป็นกระบอกเสียงการกระจายความช่วยเหลือไปถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น อย่างที่ บ.ก.ทราบมาล่าสุดในทวิตเตอร์ คือ น่าประทับใจมากครับ มีแอปพลิเคชั่นนึง ชื่อ Be my eyes ซึ่งมีคนตาบอดโทรมาขอความช่วยเหลืออาสาสมัครที่สายตาปกติ ในการลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา 5,000 บาท

คำแนะนำจาก aomMONEY

ในสถานการณ์แบบนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งครับที่พวกเราจะต้องร่วมมือแก้ไขวิกฤตด้วยกัน โดยเฉพาะการให้ความร่วมมือกับมาตรการ “Social Distancing” เพราะโควิดไม่ได้กัดกินแค่ปอด แต่ยังกัดกินจิตใจให้พวกเราท้อถอยและยอมแพ้ตลอดเวลา ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำ คือ เรียนรู้ที่จะอยู่กับสถานการณ์ มองวิกฤตด้วยการสร้างรายได้ทางใหม่ สร้างกำลังใจให้กัน และช่วยเหลือกันเท่าที่จะทำได้ครับ

“วิกฤต ก็แค่ ห่าฝน ทุกครั้งที่มันผ่านไป ท้องฟ้าก็สดใสเสมอ”

สู้ไปด้วยกันนะครับ

บ.ก.aomMONEY


ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุน

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

รู้หรือไม่? ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ “เราไม่ควรพักชำระหนี้”

รู้หรือไม่? ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ “เราไม่ควรพักชำระหนี้” จะเพราะอะไรนั้น aomMONEY ขออธิบายตามนี้ครับ

  • สมมติเรามีหนี้บ้าน 1,000,000 บาท
  • ผ่อนเดือนละ 10,000 บาท
  • แบ่งเป็น เงินต้น 4,000 บาท / ดอกเบี้ย 6,000 บาท

ทางเลือกที่ 1 : ถ้าเราเลือก ผ่อนชำระหนี้ตามปกติ เป็นเวลา 6 เดือน

วิธีคิด : เงินต้น – (ชำระคืนเงินต้น x ระยะเวลา)     

= 1,000,000 – (4,000 x 6) = 976,000 บาท

จากการคำนวณจะเห็นว่า เงินต้นจะคงเหลือ 976,000 บาท จะเห็นได้ว่าการผ่อนชำระตามปกติ เงินต้นก็จะลดลงตามไปด้วย ถ้ายังจ่ายหนี้ไหวตามปกติทั้งต้นและดอก aomMONEY แนะนำว่าควรเลือกชำระหนี้ตามปกติครับ

ทางเลือกที่ 2 : ถ้าพักเงินต้น-จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน

วิธีคิด : เงินต้น – (ชำระคืนเงินต้น x ระยะเวลา)

= 1,000,000 – (0 x 6) = 1,000,000 บาท

จากการคำนวณจะเห็นว่า เงินต้นจะคงเหลือ  1,000,000 บาท เท่าเดิม โดยที่เราจ่ายดอกไปทุกๆ เดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน  aomMONEY แนะนำว่า ถ้าต้องการเงินสดมาหมุนและจ่ายดอกไหว เลือกวิธีจ่ายดอกไปก่อน แต่ต้องทราบไว้นะครับว่าเงินต้นจะไม่ลดลงแต่อย่างใด

ทางเลือกที่ 3 : ถ้าพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน

วิธีคิด : เงินต้น – (ชำระคืนเงินต้น x ระยะเวลา) + (ดอกเบี้ย x ระยะเวลา)

= 1,000,000 – (0 x 6) + (6,000 x 6) = 1,036,000 บาท

จากการคำนวณจะเห็นว่า หนี้คงเหลือ คือ เงินต้น 1,000,000 บาท + ดอกเบี้ยอีก 36,000 บาท ทาง aomMONEY แนะนำว่า ถ้าจ่ายทั้งต้น-ดอกเบี้ย ไม่ไหวจริงๆ ให้เก็บทางเลือกนี้ไว้เป็นทางสุดท้ายที่จะเลือกครับ

aomMONEY สรุปให้ฟังอีกที

กรณี 1 จ่ายหนี้ไม่ไหวแล้ว : ถ้าจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องพักชำระหนี้ให้ประเมินก่อนครับว่ายังจ่ายดอกไหวมั้ย ถ้ายังจ่ายดอกไหวให้เลือกทางเลือกที่ 2 จะดีกว่า แต่ถ้าจ่ายไม่ไหวเลยทั้งตอนและดอกให้เลือกทางเลือกที่ 3 แต่ทั้งนี้ต้องทราบนะครับว่า…

“พักชำระหนี้=เลื่อนกำหนดชำระ=ดอกเบี้ยยังเดินอยู่” แต่ไม่ถือเป็นการผิดชำระหนี้ และไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิตครับ

กรณี 2 ยังจ่ายหนี้ไหวอยู่ : แนะนำว่าให้ชำระหนี้ตามปกติครับ ไม่ควรพักหนี้ เพียงเพราะเห็นว่ามีมาตรการออกมา เพราะทำให้เราจ่ายดอกเพิ่มครับ

ย้ำอีกครั้ง : มาตรการผ่อนปรนการชำระหนี้ในขณะนี้ เป็นเพียงการเลื่อนกำหนดการชำระ แต่ในส่วนของดอกเบี้ยยังคงเดินอยู่ ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นการช่วยลดภาระหนี้ให้น้อยลง

ขอบคุณครับ

บ.ก.aomMONEY


ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/


ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.khaosod.co.th/economics/news_3927089

https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/COVID19/Documents/Suspend_repayment.pdf

องค์กร OECD คาด “โควิด-19 ทำเศรษฐกิจโลกซบเซาอีกยาว”

ตอนนี้อย่างที่เพื่อนๆ ทราบกันครับว่า “สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจทั่วโลก” โดยล่าสุดทางองค์กร OECD องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้ออกมาเตือนว่า

“หลังเหตุการณ์ ควิด-19 ระบาดใหญ่ไปทั่วโลก เศรษฐกิจโลกอาจจะต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นตัว และยังเรียกร้องให้รัฐบาลหลายๆ ประเทศยกเลิกกฎเกณฑ์ด้านการใช้จ่าย เพื่อที่จะทำให้การตรวจและการรักษาอาการติดเชื้อไวรัสทำได้ง่ายขึ้น”

นายกูร์เรีย เลขาธิการ OECD กล่าวว่า “ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในครั้งนี้ มีความรุนแรงมากกว่าช่วงวิกฤตการเงินโลกเมื่อ 12 ปีก่อน ความหวังในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

และหลายเดือนต่อจากนี้ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่หลายแห่ง จะเข้าสู่ภาวะถดถอย หรือการที่เศรษฐกิจติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส ซึ่งเศรษฐกิจจะไม่ได้โตต่ำแค่ในปีนี้เท่านั้น แต่ต้องรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจในอีกหลายปีข้างหน้าอีกด้วย”

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่ตามมา

นายกูร์เรีย กล่าวว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากกว่าในช่วงเหตุกาณ์ 911 หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เสียอีก เพราะเราไม่รู้ว่าปัญหาการว่างงานต้องใช้เงินมากแค่ไหน ไม่รู้ว่ามีคนจำนวนเท่าไหร่ที่ต้องถูกเลิกจ้าง และไม่รู้ว่าต้องใช้เงินมากขนาดไหนในการแก้ปัญหาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลทั่วโลกได้ใช้มาตรการที่ไม่เคยทำมาก่อน ในการช่วยเหลือคนงานและธุรกิจต่าง ๆ

OECD คาดการณ์เศรษฐกิจในอนาคต

OECD คาดการณ์เอาไว้ว่า ถึงอย่างไรก็ไม่มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เป็นเพียงแค่การมองโลกในแง่ดีเท่านั้น เพราะกลุ่ม G20 หรือ กลุ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้บริหารธนาคารกลางจากประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 19 ประเทศ รวมกับสหภาพยุโรป

เชื่อว่าการฟื้นตัวจะเป็นรูปตัว V คือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็จะมีการฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่นายกูร์เรียร์ ไม่เห็นด้วย เพราะอย่างดีที่สุดน่าจะเป็นรูปตัว U คือ จุดต่ำสุดยาวออกไป ก่อนจะกลับมาฟื้นตัว และเราสามารถเลี่ยงให้ไม่เกิดรูปตัว L ได้ ถ้าในขณะนี้เรามีการตัดสินใจที่ถูกต้อง

OECD แนะนำให้ใช้แผนการ 4 ด้าน ในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19

  • การตรวจหาเชื้อไวรัสโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • การจัดหาอุปกรณ์ที่ดีขึ้นให้กับแพทย์และพยาบาล
  • การจ่ายเงินให้แก่คนงานรวมถึงผู้ทำงานอิสระ
  • การยกเว้นภาษีแก่ภาคธุรกิจ

สำหรับใครที่สงสัยว่า OECD คือ ใคร/มีหน้าที่อะไร?

“OECD” หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development – OECD) เป็นองค์กรของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ก่อตั้งขึ้นในช่วงสงครามเย็น มีจุดประสงค์ร่วมกัน คือ ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้คืนกลับมาและอยู่อย่างมั่นคง ตามแนวทางเศรษฐกิจทุนนิยมโดยแผนการมาร์แชลล์

ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้นายกูร์เรียนำไปเปรียบเทียบกับแผนการมาร์แชลล์ คือ การได้รับเงินสนับสนุน มีทั้งเงินให้เปล่าและเงินกู้ยืม โดยอาศัยเงินทุนจากนอกประเทศ เงินดังกล่าวจะถูกนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจทางตรง นำไปขยายเศรษฐกิจด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม หลังจากที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว ประเทศต่าง ๆ จะร่วมมือกันจัดตั้งกลุ่มทางเศรษฐกิจ

และนี่คือข้อมูลที่ aomMONEY NEWS นำมาอัพเดตเพื่อนๆ ครับ ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและประเทศไทยเรา จะเป็นไปในทิศทางไหน ก็คงต้องมาติดตามกันต่อไปครับ

ขอบคุณครับ

บ.ก.aomMONEY


ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/


ขอบคุณข้อมูลจาก

https://bit.ly/2wxOzd6

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_381042

“รู้จักกองทุน SSF Extra” ลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีก 2 แสน! เฉพาะกิจช่วง COVID

วันนี้ aomMONEY ขอพาเพื่อนๆ  มาทำความรู้จักกับกองทุนฮีโร่อย่างกองทุน SSF Extra กองทุนฮีโร่เฉพาะกิจที่จะมาช่วยเราลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 2 แสนบาท ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แบบบนี้ครับ

กองทุน SSF Extra คือ อะไร?

  • กองทุนเพื่อการออมในระยะยาวที่ครม. มีมติเห็นชอบจัดตั้งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในตอนนี้
  • ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้น สูงสุด 200,000 บาท ในปี 2563
  • SSF Extra จำกัดระยะเวลาลงทุน 1 เม.ย – 30 มิ.ย 63 เท่านั้น

กองทุน SSF Extra ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นอย่างไร?

เดิมเราจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษี จาก กองทุน PVD (กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ)  + กองทุน RMF ( กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) + ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ + กองทุน SSF ปกติ (กองทุนรวมเพื่อการออม)

รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

แต่กองทุน SSF Extra สามารถช่วยลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีกจากกองทุน SSF ปกติ โดย สูงสุด มากถึง 200,000 บาท

ความแตกต่าง SSF Extra และ SSF ปกติ

รายละเอียดSSF ExtraSSF ปกติ
ช่วงเวลาลงทุน1 เม.ย – 30 มิ.ย 63 เท่านั้นลงทุนได้ตลอดทั้งปี
ลดหย่อนภาษีเพิ่มจาก SSF ปกติได้อีก โดยไม่เกิน 200,000 บาท30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
ช่วงเวลาใช้สิทธิภาษีเฉพาะปี 63ซื้อปีไหน ลดปีนั้น
ระยะเวลาการลงทุน10 ปีเต็ม นับแบบวันชนวัน
ความต่อเนื่องไม่ต้องลงทุนทุกปี
ขั้นต่ำในการลงทุนไม่มี

SSF Extra จำกัดระยะเวลาลงทุน

1 เม.ย – 30 มิ.ย 63 เท่านั้น!

ขอบคุณครับ

บ.ก.aomMONEY


ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

เจอ จ่าย จบ อาจไม่ครบอย่างที่คิด ทางเลือก ระยะยาวกับประกันสุขภาพแบบเหมาๆ ปลดล็อค อัลตร้า

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตอนนี้ ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY เชื่อว่าหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่หลายคนให้ความสนใจในขณะนี้ ก็คือ “ประกันสุขภาพ” เนื่องด้วยความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ การแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ที่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวัคซีนมายับยั้งได้

ทีม aomMONEY มองว่า จากสถานการณ์ข้างต้นทำให้ประกันแบบ เจอ จ่าย จบ เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่ทว่า ประกันแบบดังกล่าวเป็นเพียงความคุ้มครองระยะสั้นเท่านั้น ไม่ได้ดูแลครอบคลุมถึงการรักษาทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเริ่มสูงขึ้น อาทิ การเข้ารักษาแบบฉุกเฉิน ฉะนั้นแล้วการมีประกันชีวิตระยะยาวสักฉบับที่พร้อมเข้ามาปลดล็อคความคุ้มครองดังกล่าว ลดภาระค่าใช้จ่ายเงินในกระเป๋ายามเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวัน ไม่เพียง ไวรัสโควิด แต่ความเป็นจริงยังมีไวรัสอีกมากมายที่อันตรายไม่แพ้กัน และในอนาคตเราก็ไม่มีทางรู้เลยว่ามีโรคอุบัติใหม่อีกเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นการคุ้มครองสุขภาพในระยะยาวจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญเลยทีเดียวครับ

ในวันนี้ aomMONEY ก็เลยเลือกหยิบประกันสุขภาพตัวหนึ่งจาก อลิอันซ์ อยุธยา มาศึกษาและอาสาสรุปเป็นบทความรีวิวให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกับประกันตัวนี้ นั่นก็คือ ประกันสุขภาพปลดล็อค อัลตร้า ซึ่งเราได้รวบรวม 3 เหตุผลหลักว่าทำไมประกันนี้ถึงน่าสนใจมากกว่า

3 เหตุผลที่ประกันสุขภาพปลดล็อค อัลตร้า น่าสนใจมากกว่า

จะดีไหม? หากประกันสุขภาพของคุณปลดล็อคทุกค่าใช้จ่าย คุ้มครองไวรัสตัวใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีก

ประกันสุขภาพปลดล็อค อัลตร้า ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายเมื่อเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล จากการเจ็บป่วยโรคต่างๆ รวมไปถึง หากมีการติดเชื้อ COVID-19 ไวรัสตัวใหม่ ก็ยังให้ความคุ้มครองเช่นกัน ถือเป็นประกันระยะยาวที่เข้ามาตอบโจทย์การคุ้มครองได้อย่างทันสถานการณ์ โดยสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และถ้าต้องเข้ารักษาตัวในฐานะผู้ป่วยวิกฤติในห้องไอซียู แบบประกันตัวนี้ได้ปลดล็อคข้อจำกัดค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาลในห้องไอซียู (ICU) นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินผู้ป่วยนอกกรณีอุบัติเหตุภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงการผ่าตัดแบบที่ไม่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังขยายไปถึงการดูแลสุขภาพด้วย วงเงินค่าฉีดวัคซีนและค่าตรวจสุขภาพประจำปีสูงสุด 5,000 บาทต่อปี

อย่าลืมนะว่า การนอน ICU นั้น ค่าใช้จ่ายหลักแสนเลยนะครับ

จะสบายใจแค่ไหน หากประกันสุขภาพของคุณจัดการทุกค่าใช้จ่าย

ประกันสุขภาพปลดล็อค อัลคร้า ครอบคลุม ค่าล้างไต เคมีบำบัด ฉายแสง และจ่ายตามจริง ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาที่ใช้สำหรับโรคยอดฮิต ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เช่น โรคมะเร็ง โรคไต แต่ถ้าเราสามารถมีเงินเพียงพอ เพื่อเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ โอกาสในการหายจากโรคเหล่านี้ก็มีสูง

จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีบริการให้คำปรึกษาผ่าน VDO Call กับคุณหมอได้อีกนะ ดูแลกันตั้งแต่ก่อนป่วยเพราะมีบริการเสริม ด้านสุขภาพ ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ Healthy Living ครอบคลุมทุกประเด็นการใช้ชีวิต สุขภาพ เช่น บริการวิดีโอคอลกับคุณหมอ ที่สะดวก ทันสมัย ประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล แต่ก็ยังสามารถสอบถามหรือบอกอาการเบื้องต้นก่อนทำการรักษาได้ หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสุขภาพกับสมาชิกคนอื่นๆ ได้เช่นกัน

เรียกได้ว่าจะมองหาประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองขนาดนี้นั้น หาได้ยากครับ ถือว่าเป็นหนึ่งประกันสุขภาพที่ควรค่าแก่การซื้อไว้เพื่อความอุ่นใจเรื่องค่ารักษา

เกี่ยวกับประกันสุขภาพปลดล็อค อัลตร้า

1) แบ่งเป็น 4 แผน มีวงเงินความคุ้มครองให้เลือกได้ตั้งแต่ 3 ล้าน 6 ล้าน 10 ล้าน และ 15 ล้านบาท 

2) สมัครได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน 1 วัน ถึงอายุ 70 ปี ต่อสัญญาได้ถึงอายุ 89 ปี คุ้มครองถึงอายุ 90 ปี ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้อุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายกันไปแบบยาวๆ

3) ประโยชน์ทางภาษี

ผู้ประกันภัยสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี รวมกับเบี้ยประกันภัยคุ้มครองชีวิต มาใช้สิทธิในการหักลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท นะครับ

คำแนะนำจาก aomMONEY

ประกันสุขภาพปลดล็อค อัลตร้า ถือเป็นประกันสุขภาพระยะยาวที่คุ้มค่าที่ค่อนข้างจะตอบโจทย์สำหรับสถานการณ์นี้ เพราะให้ค่ารักษาที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมดจริงๆ ทำให้อุ่นใจได้ว่า ไม่ว่าเราจะเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการเจ็บป่วยจากโควิด – 19 รวมทั้งโรคอื่นๆ ทั้งการผ่าตัด หรือมีการรักษาตัวในกรณีที่เป็นผู้ป่วยนอก เช่น เคมีบำบัด ล้างไต หรือ ฉายแสง เราก็จะมีวงเงินเหมาจ่ายเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้เพียงพอ ที่สำคัญยังคุ้มค่ามากกว่าประกันสุขภาพแบบเจอ จ่าย จบ ที่แค่ประกันความเสี่ยงในระยะสั้น แล้วหลังจากนั้นต้องมานั่งทำประกันอีกหลายๆ ฉบับให้ปวดหัว

ฉะนั้นถ้าจะมองหาประกันสุขภาพ aomMONEY อยากให้คำนึงถึงความคุ้มค่าในระยะยาว เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะต้องเจอกับโรคภัยไข้เจ็บอะไรอีกบ้าง ซึ่งประกันสุขภาพที่มีสัญญาหลัก คุ้มครองทุกการรักษาในระยะยาว ปลดล็อค อัลตร้า ได้ปลดล็อคทุกข้อจำกัดไว้หมดแล้วครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจประกันสุขภาพปลดล็อค อัลตร้า สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.azay.co.th/th/insurance/health-insurance/myhealth-plus-ultra/

ส่วนครั้งหน้า ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY จะนำโปรดักซ์การเงินดีๆ ที่น่าสนใจตัวไหนมาเล่าให้เพื่อนๆ อ่านกัน ก็ต้องติดตามกันในบทความต่อไปครับ

แผนความคุ้มครองวงเงินสูง จาก ประกันสุขภาพปลดล็อค อัลตร้า”

“รวม 7 บัญชีฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน” สู้สถานการณ์ COVID-19

ในสถานการณ์แบบนี้ เพื่อนๆ หลายคนอาจจะกำลังมองหาที่พักเงินอยู่เพื่อรอติดตามดูสถานการณ์ตลาดลงทุนว่า จะมีทิศทางเป็นอย่างไรต่อไป เพราะยังไม่มั่นใจและไม่กล้าลงทุนใช่มั้ยครับ วันนี้ aomMONEY อาสาพาเพื่อนๆ มารู้จักที่พักเงินอีกรูปแบบกับ 7 บัญชีฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน สู้สถานการณ์ COVID-19 ในช่วงนี้ครับ

เงินฝากประจำปลอดภาษี ต่างจากเงินฝากประจำอย่างไร?

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเงินที่เราฝากกับบัญชีออมทรัพย์หรือฝากประจำกับธนาคาร ดอกเบี้ยที่เราได้มานั้นจะถูกหักภาษีดอกเบี้ยด้วยนะครับ  แต่การ “ฝากประจำปลอดภาษี” ซึ่งเป็นเงินฝากที่รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนออมเงิน ทำให้ได้รับสิทธิพิเศษในการ “ปลอดภาษีดอกเบี้ย” และโดยปกติแล้วเงินฝากประจำปลอดภาษีนั้นยังให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าฝากประจำด้วยครับ

7 บัญชีฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน สู้สถานการณ์ COVID-19 ที่น่าสนใจ

aomMONEY ขอหยิบตัวอย่างมาให้เพื่อนๆ ดูกันสัก 7 ธนาคาร ลองเปรียบเทียบและเลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคนดูครับ

บัญชีเงินฝากปลอดภาษี ระยะเวลาฝาก 24 เดือน – ธนาคารไทยเครดิต

  • ดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี (คงที่ตลอดระยะเวลาฝาก) อัพเดต 14 มีนา 63
  • เปิดบัญชีเงินฝากขั้นต่ำ 1,000 – 25,000 บาทต่อเดือน *ฝากต่อเดือนตามจำนวนเงินที่เปิดบัญชีขั้นต่ำ
  • ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/33qO6FHhttps://bit.ly/2Xz1QgL

เงินฝาก Krungthai ZERO TAX MAX – ธนาคารกรุงไทย

  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว อิงเงินฝากประจำระยะเวลา 24 เดือน บุคคลธรรมดา วงเงินต่ำสุด บวกเพิ่มในอัตราดังนี้ ระยะเวลาฝาก 24 เดือน = 1.90%*** (ระยะเวลา 24 เดือน +0.8% ต่อปี) 
  • เป็นอัตราดอกเบี้ย ณ วันที่ 25 มีนา 63 ทั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยสามารถเรียกดูข้อมูลอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ krungthai.com 
  • เปิดบัญชีฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน (สามารถหักบัญชีอัตโนมัติได้)
  • ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/3a01PWq / https://bit.ly/3ba4hdt

เงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน – ธนาคารกรุงศรี

  • ดอกเบี้ย 1.8% ต่อปี
  • เปิดบัญชีฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน (ตั้งโอนอัตโนมัติผ่าน Appication KMA ได้)
  • ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/2WngvLw

เงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี 24 เดือน – ธนาคารออมสิน

  • ดอกเบี้ย 1.625% ต่อปี (จะต้องฝากติดต่อกันเป็นระยะเวลา 24 เดือน)
  • เปิดบัญชีฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน
  • ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/3a1h0ib

บัญชีเงินฝากโบนัส 24 เดือน แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก – ธนาคารไทยพาณิชย์

  • ดอกเบี้ย 1.60% ต่อปี 
  • เปิดบัญชีฝากขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน (สำหรับบัญชีที่ขอรับสิทธิ์ในการยกเว้นภาษี)
  • มี SMS ช่วยเตือนทุกเดือน, สามารถเปิดบัญชีผ่าน Application SCB Easy Net ได้ไม่ต้องไปสาขา, สามารถหักบัญชีอัตโนมัติได้
  • ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/3b1bSuz / https://bit.ly/3cifkS2

เงินฝากทวีทรัพย์ 24 เดือน – ธนาคารกสิกรไทย

  • ดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี
  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท โดยนำฝากในจำนวนเท่ากันทุกเดือน ติดต่อกัน 24 เดือน (สามารถหักบัญชีอัตโนมัติได้)
  • ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/38TpNkN / https://bit.ly/2K7vOQQ

บัญชีเงินฝากสินมัธยะทรัพย์ทวี – ธนาคารกรุงเทพ

3 ข้อควรรู้ก่อนเปิด “ฝากประจำปลอดภาษี”

เราสามารถมีบัญชีฝากประจำปลอดภาษีได้แค่ 1 บัญชีเท่านั้นครับ

ไม่ใช่ 1 บัญชีต่อธนาคารนะครับ เช่น ถ้าเราเปิดบัญชีฝากประจำ 24 เดือนกับธนาคาร A แล้ว เราจะไปเปิดกับธนาคาร B ไม่ได้ จนกว่าเราจะครบกำหนดฝาก 24 เดือน หรือเราปิดบัญชีนี้ก่อนครบกำหนด ถึงจะไปเปิดกับธนาคาร B ได้

1. ต้องเป็นเงินเย็น เนื่องจากการฝากประจำปลอดภาษีส่วนใหญ่จะเป็นการฝากระยะยาว

หากเราถอนเงินมาก่อนเราก็จะไม่ได้รับดอกผลตามที่กำหนดไว้ ดังนั้นเงินที่จะฝากต้องมั่นใจว่า ในแต่ละเดือนเราสามารถออมตามจำนวนนั้นไหว และเป็นเงินเย็นที่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ ในระยะเวลาฝาก

2. อย่าเลือกเพียงแค่ดอกเบี้ยสูง ควรเลือกสาขาที่ใกล้เรา หรือมีวิธีการฝากเงินที่สะดวก

เพราะหลายธนาคารกำหนดให้เงินฝากประจำปลอดภาษี เราต้องไปฝากที่เค้าเตอร์เท่านั้น หรือบางที่สามารถโอนเข้าได้ ต้องศึกษาข้อกำหนดให้ดี เพราะหากเลือกที่ดอกเบี้ยสูงสุดเพียงอย่างเดียวแต่สาขาห่างไกลจากถิ่นที่อยู่เรามาก ค่ารถเดินทางไปฝากจะไม่คุ้มกับดอกเบี้ยที่ได้รับนะครับ

ถ้าเพื่อนๆ เลือกกันได้แล้วอย่าลืมมาแชร์ให้บ.ก.รู้บ้างนะครับว่าเปิดของที่ไหนกันบ้าง

ข้อมูลอัพเดตเมื่อวันที่ 10 เม.ย.63

บ.ก.aomMONEY

ติดตามเรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

“5 บทเรียนเรื่องเงินจาก COVID-19” สำหรับมนุษย์เงินเดือน

เกือบ 100 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการยืนยันจากทางจีนว่าเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่นหรือ “COVID-19” ได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทยของเรา โดยในขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อทะลุไปแล้ว 2 พันคน

ระยะเวลา 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา “COVID-19” สร้างผลกระทบในทุกด้าน หากขยายให้เห็นภาพ คือ การไหลเทเป็นโดมิโนเรียงตามยาว นับตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย ไปจนถึงมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ยิ่งไปกว่านั้นบางธุรกิจต้องหยุดชะงักส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างงาน มีประชาชนไม่น้อยว่างงาน บางสถานประกอบการขอความร่วมมือให้พนักงานใช้วันหยุด หรือจ่ายเงินตามที่ปฏิบัติงานจริงเท่านั้น

หากเปรียบ “COVID-19”  เป็นหนังสือหนึ่งเล่ม นี่คือหนึ่งบทเรียนครั้งสำคัญ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ เพราะไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ทิ้งแค่เชื้อโรค แต่ทิ้งข้อคิดทางการเงินที่ดีที่ฝากไว้ให้เราคิดยามที่ต้องประสบปัญหา ซึ่งทีม aomMONEY ได้ร่วมกันตกผลึก และสรุปออกมา 5 บทเรียนเรื่องเงินเพื่อให้ทุกคนได้นำไปปรับใช้กันครับ

1. เงินออมสำคัญ

ยามวิกฤตที่แต่ละองค์กรไม่การันตีในการจ่ายเงินเดือนแบบนี้ เงินออมในบัญชีมีความสำคัญเสมือนดังลมหายใจที่เราจะสามารถประเมินการใช้ชีวิตทั้งการกินอยู่ จ่ายหนี้และอื่นๆที่จำเป็น หากคุณมีเงินออมที่เพียงพอ  COVID คงไม่สามารถกัดกินสุขภาพใจคุณได้ มองในแง่ดีได้พักผ่อนและกลับมาดูแลตัวเอง ในทางกลับกันหากไม่มีเงินออม คราวนี้จะเห็นผลชัดเจนว่า การวางแผนการออมเงินในชีวิตสำคัญมากแค่ไหน

2. ประกันชีวิตระยะยาว จะทำให้ทุกคนฉุกคิดหลังจากนี้

แต่ก่อนการทำประกันชีวิตระยะยาวที่อาจผูกกับการออมหลายคนมองว่าไม่สำคัญ แต่หลังจาก COVID เกิดขึ้นทุกคนวิ่งหาหลักประกัน เพื่อคุ้มครองสุขภาพตัวเองกันให้จ้าละหวั่น ฉะนั้นจะดีกว่าไหมหากไม่ต้องรอไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นอีก โดยเจียดเงินในแต่ละเดือนเก็บหอมรอมริบทำประกันชีวิตให้กับตัวเองสักกรมธรรม์

3. จากนี้ทุกเดือน การวางแผนการใช้เงินจะสำคัญ

จำกันได้ไหมในวัยเด็กที่คุณครูมักบังคับให้เราทำ “บัญชีรายรับ – รายจ่าย” นั้นคือ สิ่งที่ง่ายที่สุดและสามารถนำมาใช้ได้จริง เพราะในปัจจุบันเราเองมักใช้เงินเกินตัว ของมันต้องมีหรืออะไรก็แล้วแต่ วันนี้หากไม่มีใช้ก็ต้องผ่อนถ่ายออกไป เราเชื่อว่าการจดบันทึกจะช่วยเตือนสติให้เราเห็นภาพแทนที่จะหยิบใช้ ๆ จนหมดไป ฉะนั้นหากเราวางแผนการเงินในแต่ละเดือนอย่างรัดกุมในอนาคต ทำสมุดรายรับ รายจ่าย แบบง่าย ๆ ที่เราเคยทำกัน ต่อให้เกิดโรคระบาดอีกกี่ครั้ง หากเราวางแผนการเงินที่ดี เราก็สามารถผ่านปัญหาเรื่องการเงินไปได้ โดยไม่ต้องกังวลหรือรอมาตรการเยียวยาด้วยซ้ำ

4. มีทองนับเป็นพี่

ภาษิตที่ว่ามีทองนับเป็นพี่ ยังใช้ได้ทุกยุคสมัย โดยเฉพาะในช่วงนี้หากสภาพการเงินไม่คล่องจริงๆ การนำทองไปฝากหรือจำนำไว้ เน้นย้ำ เราไม่อยากให้ขาย เพราะดอกเบี้ยที่จำนำ ไม่ว่าจะเป็น โรงรับจำนำรัฐหรือเอกชน ไม่ได้สูงเลย บางแห่งยืดอายุการต่อดอกได้ยาวถึง 6 เดือน ฉะนั้นการมีทองติดไว้ยังไงก็อุ่นใจทุกสถานการณ์แม้วิกฤต

5. มองให้เป็นโอกาส

ในเมื่ออยู่บ้าน อะไรที่เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ อาทิ การขายของออนไลน์ การทำอาหาร หรืออื่นๆที่แปรเปลี่ยนเป็นเงินก็ควรงัดมันออกมา ไม่แน่ในอนาคตอาจเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ให้กับงานประจำก็ได้นะ

คำแนะนำจาก aomMONEY

การออมก็ดี การลงทุนในเรื่องหลักประกันอย่างประกันสุขภาพ การมีทองติดไว้หรือการวางแผนการเงินที่ดี ล้วนแล้วเป็นสิ่งใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถเริ่มทำได้ในทันที แม้ระหว่างนี้จะอยู่ในภาวะวิกฤต “COVID-19” แต่อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ มองให้เป็น บทเรียนที่สุดท้ายเราจะร่วมกันผ่านไป เมื่อมองย้อนกลับมา เราจะไม่ให้ปัญหาด้านการเงินมาเป็นข้อจำกัด ที่สำคัญคิดบวกไว้ บางทีอาจเป็นโอกาสใหม่ๆในการสร้างอาชีพก็เป็นได้ ทีมงาน aomMONEY ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนโดยเฉพาะมนุษย์เงินอย่างเราๆ ผ่านไปด้วยกัน

เราผ่านมาแล้วหลากหลายวิกฤต เราจะมาพังเพราะ “COVID-19” ไม่ได้ นะครับ ?

ขอบคุณครับ

บ.ก.aomMONEY

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุน

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

4 เทคนิค “เกษียณ” ฉบับข้าราชการ ให้อยู่สบาย-มีเงินใช้ตลอด

ขึ้นชื่อว่าอาชีพข้าราชการแล้ว ในสายตาของคนทั่วไป นอกจากจะเป็นอาชีพที่ดูมั่นคง ในหน้าที่การงาน และมีสวัสดิการที่ดีแล้ว ยังเป็นอาชีพที่ไม่ต้องพบเจอกับความเสี่ยงอย่างการถูกจ้างออกเหมือนกับเหล่าพนักงานบริษัทเอกชนอีกด้วย และด้วยความมั่นคงแบบนี้นี่เอง ทำให้หลายคนประมาทในการใช้เงิน จนกลายเป็นคุณป้าคุณลุงวัย ” เกษียณ” ที่ไม่มีเงินใช้ และถ้าเราไม่อยากมีชีวิตแบบนั้นล่ะ เราควรต้องทำอย่างไร?

วันนี้ บ.ก.aomMONEY ไม่รอช้าที่จะรวบรวม 4 เทคนิคเกษียณ ฉบับข้าราชการ “อยู่สบาย-มีเงินใช้ตลอด” ที่สามารถนำไปปรับใช้ วางแผนและกำหนดทิศทางของตัวเอง มาฝากเพื่อนๆ กันครับ

1. “ออมเงินเกษียณ” กับ “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)”

กบข.หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ถือเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติ กบข. ซึ่งเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการ เมื่อออกจากราชการ โดยกองทุนดังกล่าวเข้ามาสนับสนุนให้ข้าราชการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณผ่านการ ส่งเงินสะสมขั้นต่ำ 3% ของเงินเดือน ซึ่งสมาชิกสามารถออมเพิ่มได้นะ แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินเดือน

ขณะเดียวกันรัฐบาลจะให้เงินสมทบอีก 3% ของเงินเดือน โดยเงินสมทบดังกล่าวเพื่อนๆ ข้าราชการสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งสูงสุดถึง 500,000 บาท

สำหรับบำเหน็จบำนาญ กรณีที่เกษียณอายุราชการแล้ว แบ่งออกเป็น 2 ส่วน อยู่ที่ผู้เกษียณจะเลือกว่าเลือกบริหารเงินในรูปแบบไหน

1. เงินบำเหน็จ

=  จ่ายครั้งเดียว โดยคิดจาก เงินเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้าย x อายุราชการ (ปี) เช่น ทำงานมา20ปี เงินเดือนก้อนสุดท้ายคือ 50,000บาท เงินบำเหน็จที่จะได้รับคือ 1,000,000 บาท

2. เงินบำนาญ

= เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x อายุราชการ (ปี) จากนั้นนำมาหารด้วย 50 ก็จะเป็นเงินที่ได้รับเป็นรายเดือนต่อไปจนเสียชีวิต

ฉะนั้นแล้ว การเลือกออมเงินกับ กบข.นอกจากได้เงินสะสมและเงินสมทบยังได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ในปัจจุบันเพื่อนๆ ทุกคนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอปของ กบข.ได้แล้ว ในชื่อ My GPF

หรือ เข้าไปลองเข้าไปคำนวณเงินเพื่อวัยเกษียณผ่าน www3.gpf.or.th/thai2013/member/savingplan.asp อีกหนึ่งทางเลือกที่เยี่ยมเลยทีเดียวในแง่ของการออมเงินในสมัยนี้

2. “ออมเงินเกษียณ” กับ “หุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์”

อีกหนึ่งการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่เสี่ยง แถมยังถูกกฎหมาย คือ หุ้นจากสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ คือ สถาบันการเงินที่มีสมาชิกเป็นบุคคล ซึ่งมีอาชีพเดียวกันหรืออาจอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน มีวัตถุประสงค์หลักในแง่ของการส่งเสริมการออมทรัพย์ โดยเพื่อนๆข้าราชการสามารถซื้อหุ้นผ่านการหักจากเงินเดือนได้เลย โดยในส่วนนี้อยากให้คำนึงถึงความพร้อม ค่อยๆสะสม สำหรับผลตอบแทนที่ได้รับ คือ เงินปันผลค่าหุ้นให้แก่สมาชิกตามจำนวนที่เพื่อนๆตุนหุ้นไว้นั้นเอง

จุดเด่นที่เรียกได้ว่าดีมากๆของ หุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ คือ ดอกเบี้ยที่ดี อีกทั้งยังมีบริการเงินกู้ เรียกได้ว่า ตอบทั้งโจทย์ของการลงทุนที่เสี่ยงน้อย ได้คุ้ม มีดอกเบี้ย และยังกู้เงินมาหมุนได้อีกด้วย ซึ่งไม่ต้องไปกู้นอกระบบให้ปวดหัว

3. “ออมเงินเกษียณ” กับ “ประกันชีวิตสะสมทรัพย์”

อีกหนึ่งวิธีการออมที่แสนง่าย คุ้มค่า เรียกได้ว่า ยิงหนึ่งได้สองประโยชน์ คือ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คือ ประกันที่ออกแบบมาให้ผู้ถือกรมธรรม์ออมเงิน ควบคู่ไปกับการมีความคุ้มครอง โดยการออมเงินนั้นจะจ่ายเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา มีทั้งแบบรายงวด เป็นก้อนใหญ่ ทั้งนี้ประกันในแบบดังกล่าวใช่ว่าจะต้องออมไปทั้งชีวิต เพราะเราสามารถเลือกได้ว่า จะออมกี่ปีดี เช่น ขั้นต่ำอาจ 5 ปี หรือเลือกยาวๆไปจนถึง 20 ปี

ฉะนั้นการซื้อประกันออมทรัพย์ก็เหมือนเราได้ออมแถมมีความคุ้มครองเพิ่มความเข้ามา ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆข้าราชการมีความมั่นคงทางด้านการเงินเพิ่มเข้าไปอีก

4. “ออมเงินเกษียณ” กับ “กองทุน RMF”

และอีกหนึ่งการออมที่ดูแล้วเหมาะสมแก่การวางแผนเงินก่อนการเกษียณคือการลงทุนใน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF โดยกองทุน RMF ย่อมาจาก Retirement Mutual Fund หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ถือเป็น  กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้คนไทยเก็บออมระยะยาวเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณ โดยความต่างระหว่างกองทุน RMF กับกองทุนอื่น คือ

  • เพื่อนๆข้าราชการต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นเงินเกษียณ โดยต้องซื้อหน่วยลงทุนทุกปี
  • ลงทุนขั้นต่ำที่ 3% ของเงินเดือน
  • การขายคืน เพื่อนๆข้าราชการจะขายได้ก็ต่อเมื่อ ผู้ลงทุนมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี หรือลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนแรก

ที่สำคัญกองทุน RMF ไม่มีปันผลนะทุกคน โดยกองทุนจะนำเงินที่ปันผลเอาไปลงทุนต่อเพื่อให้เกิดดอกเบี้ยทบต้น อย่างไรก็ตามแม้ RMF จะดูมีข้อจำกัดกว่า กองทุน LTF แต่ก็ทำขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เรา “ออม” ในระยะยาว ฉะนั้นถือเป็นทางเลือกที่ดูเหมือนกึ่งบังคับและไม่เห็นผลในระยะสั้นแต่เชื่อว่ายาม “เกษียณ” คุณจะสุขใจ อยู่แบบสบายๆ อีกทั้งยังเป็นการฝึกการออมที่สามารถนำเอาไปลดภาษีได้อีกด้วยนะ

คำแนะนำจาก บ.ก.aomMONEY

เรื่องของการออมเงินเกษียณที่เพียงพอนั้น ควรมีเงินออมคิดเป็น 80% ของเงินเดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

เพื่อนๆ ควรมองหาการ “ออมเพิ่ม” และ “เลือกแผนลงทุน” ให้เหมาะสม โดยควรเริ่มตั้งวันนี้ จะได้มีชีวิตหลังเกษียณที่อยู่สบาย มีเงินใช้ ไม่เดือดร้อนลูกหลาน และอยู่แบบคูลๆ ในสังคมผู้สูงวัยได้อย่างมีความสุข

ก็หวังว่าสุดท้ายแล้ว…การวางแผนเงินเกษียณในวันนี้ จะช่วยกันจบวัฏจักรความจนจากรุ่นสุ่รุ่น ลูกหลานได้มีชีวิตที่ดีกว่า แทนที่จะต้องมาแบกเราเป็นภาระนะครับ

ขอบคุณครับ

บ.ก.aomMONEY


ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : aommoney.rabbitstaging.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/


ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. https://www.set.or.th/set/education/html.do?name=preretire_isp_preretire-14&innerMenuId=48&fbclid=IwAR2BYRYTLupd3UcAeKogsnzce0xZnyIcS6igjuyo65rCzNeDX52m0r6AKU8
  2. https://www.opendurian.com/news/korporgraduate1/
  3. http://www.fpo.go.th/main/General-information-public-service/FAQ/2803/2869.aspx
  4. https://cpd.upbean.co.th/page.php?pid=49
  5. https://www.krungsri.com/bank/th/planyourmoney/must-stories/investment-plan/is-saving-insurance-good-for-you.html

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save