สวัสดีครับ รายงานตัวครับผม อัศวินกองทุน เจ้าเก่าเจ้าเดิม กับความรู้เพิ่มเติมและกลยุทธ์ในการลงทุนทั่วโลกมาฝากกันอย่างนี้ทุกสัปดาห์ครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คุณจะเป็นใคร แต่ถ้าคุณคิดจะลงทุนให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดี นี่คือคอลัมน์ที่คุณควรจะติดตามไว้ครับผม
เอาล่ะครับ อย่าโม้ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย เรามาเริ่มกันที่ภาพรวมของตลาดกันก่อนครับ…
ภาพรวมของตลาด
เริ่มจากที่ฝั่งจีนแดนมังกร ทางตลาดหุ้นจีน A-Share มีการปรับตัวลงหลังรัฐบาลจีนเพิ่มมาตรการควบคุมธุรกิจสินเชื่อขนาดเล็กบนออนไลน์ และอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้คนหันไปลงทุนมากขึ้นครับ
ส่วนทางฝั่งตลาดหุ้นอินเดียนั้น มีการปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่ทางมูดดี้ส์เพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลอินเดียเป็น Baa2 ครับ ซึ่งต้องดูต่อแล้วล่ะครับว่างานนี้จะไปต่อได้อีกแค่ไหนครับผม
พี่ใหญ่ของเรา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนกลับมาคาดหวังถึงความคืบหน้ามาตรการภาษีที่วางไว้ ปีนี้ต้องบอกว่าสหรัฐเขามาชุดใหญ่กันจริงๆ ครับ
ย้อนมาดูทางแดนปลาดิบกันบ้าง ฝั่งของตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนมีการเทขายหุ้นกลุ่มการผลิตรถยนต์ และยังมีแรงกดดันจากรายงานการปลอมแปลงข้อมูลสินค้าของบริษัทมิตซูบิชิ แมททีเรียล งานนี้ก็ต้องดูดีๆ เหมือนกันนะครับ
ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง ราคาทองคำปรับสูงขึ้น เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงและนักลงทุนหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น หลังมีการปิดท่อส่งน้ำมันคีย์สโตนบริเวณเซาท์ดาโกตาชั่วคราว หลังพบว่ามีน้ำมันรั่ว
“ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นแบบนี้ เรามาดูกันต่อครับว่ากลยุทธ์ควรจะเป็นอย่างไร”
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้เวลากลับมาจัดต่อแล้วล่ะครับ สำหรับหุ้นสหรัฐ เนื่องจากความคืบหน้าของการผ่านร่างนโยบายปฏิรูปภาษีที่คาดว่าจะเสร็จในปีหน้า ซึ่งประกอบไปด้วยการลดภาษีรายได้บุคคลและภาษีในภาคธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อการบริโภคในประเทศ และจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานและการลงทุนภาคเอกชนต่อไป
- ตลาดหุ้นยุโรป ยังไปต่อได้เช่นเดียวกันครับ แนะนำให้ซื้อหุ้นยุโรป หลังจากตลาดหุ้นได้ปรับฐานมาแล้ว ในขณะที่ปัจจัยพื้นทางเศรษฐกิจออกมาดีกว่าตลาดคาดตั้งแต่เดือนตุลาคม เช่น ตัวเลข GDP ดูท่าแล้วอนาคตที่มีน่าจะสดใสไม่แพ้กันครับ
- ตลาดหุ้นอินเดีย จัดอีก จัดอีก ครับผม ผมมองว่าช่วงนี้เป็นจังหวะดีที่จะซื้อหุ้นอินเดียหลังจากรัฐบาลอินเดียจะอัดฉีดเงินทุนในธนาคารของรัฐบาลเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง แก้ปัญหาหนี้เสีย และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าการอัดฉีดเงินทุนจะช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจได้มากขึ้น ดังนั้นผลดีน่าจะตกสู่ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ แบบนี้คือโอกาสอีกช่วงหนึ่งที่จะสะสมเพิ่มครับ
- กลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ใครที่สนใจในช่วงนี้ แนะนำซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มเติมครับ เนื่องจากหุ้นในกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการปฏิรูปนโยบายภาษีที่กำลังมีขึ้น และเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตจากผู้บริโภคมากที่สุดครับ
- ตลาดหุ้นเอเชีย ฝั่งเอเชียน่าจะไปได้สวยครับ หุ้นในกลุ่มทวีปนี้ แนะนำให้ทยอยสะสมเนื่องจากตลาดหุ้นได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออก โดยคาดว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง จากกระแสการใช้สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งโดยรวมเหมือนจะไปต่อได้ดีเลยล่ะครับ
สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้
เห็นได้ชัดว่าสัปดาห์นี้สดใสหลายกลุ่มเลยครับ แนะนำจัดได้หมดครับ สหรัฐ ยุโรป อินเดีย เอเชีย และถ้าใครสนใจกลุ่มเทคโนโลยี ผมมองว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีที่จะสะสมเพิ่มครับ
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้
- ตราสารหนี้สหรัฐฯ ฝั่งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีปรับตัวลงเล็กน้อย หลังผลการประชุมของ Fed ชี้ว่าคณะกรรมการบางส่วนมีความกังวลถึงแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจต่ำกว่าเป้า โดยในสัปดาห์หน้า ผมกำลังจับตาความคืบหน้าของร่างกฎหมายภาษีของสหรัฐฯ ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา หากสามารถผ่านได้เร็วอาจสร้างความคาดหวังต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอาจปรับตัวขึ้นได้ครับ
- ตราสารหนี้ไทย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับขึ้นในทุกช่วงอายุ จากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีต่อเนื่อง ไม่ว่าจะ GDP ไตรมาสที่ 3 ที่ขยายตัวกว่า 4.3% yoy ขณะที่ตัวเลขส่งออกเดือน ต.ค. ขยายตัวกว่า 13% yoy ผมมองว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยไม่น่าจะปรับตัวผันผวนรุนแรงจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติเนื่องจากค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า แต่ต้องบอกนะครับว่า ผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยยังไม่จูงใจเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ต่างประเทศเท่าไรนัก
สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้
ยังแนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มี high yield และ short duration เป็นหลักครับในช่วงนี้
กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก
- ทองคำ ผมยังแนะนำให้ซื้อทองคำต่อนะครับ เพื่อปกป้องความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายลดภาษีสหรัฐฯ ที่กำลังต้องจับตา ซึ่งจะทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้การลงทุนทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้น และความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างซาอุฯ และเลบานอน ที่ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในตอนนี้ครับ ดังนั้นสะสมเพิ่มไว้ให้อุ่นใจดีกว่าครับ
- น้ำมัน ทยอยสะสมน้ำมัน เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ OPEC จะยืดระยะเวลาการลดกำลังการผลิตในการประชุมรอบเดือนพฤศจิกายน และความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศซาอุดิอาระเบียและระหว่างซาอุฯ และเลบานอน เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันในระยะสั้นตอนนี้ครับ
สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้
แนะนำให้ยังสะสมต่อไปครับสำหรับทองคำและน้ำมัน ผมยังมองว่าแนวโน้มน่าจะดีทั้งคู่ครับผม
สำหรับแผนการลงทุนในสัปดาห์นี้ กระจายออกไปเพิ่มเติมจากสัปดาห์ที่แล้วครับ นอกจากอินเดีย ยุโรป อเมริกาก็กลับมาพร้อมกับเอเชีย แถมยังมีกลุ่มเทคโนโลยีอีกครับผม
ฟากของตราสารหนี้ ยังแนะนำให้ลงทุนในกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มี high yield และ short duration เหมือนสัปดาห์ก่อนครับ ในขณะที่สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำกับน้ำมัน ผมแนะนำให้เพิ่มเติมได้เรื่อยๆ ครับ
โอเคครับ สำหรับสัปดาห์นี้ก็มีเพียงเท่านี้ ฮ่าๆ ฝากไว้สักนิดนะครับว่า อย่าลืมติตตามสถานการณ์ลงทุนประจำสัปดาห์ และกลยุทธ์ในการลงทุนดีๆ กับผม อัศวินกองทุน และ Weekly Outlook แบบนี้เป็นประจำต่อเนื่องได้ที่นี่
แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ
หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง
บทความนี้เป็น Advertorial
