บัตรประชาชนหายต้องทำอย่างไร?

หลังเกิดเหตุการณ์หญิงสาวทำบัตรประชาชนหาย แต่กลับถูกดำเนินคดีและต้องติดคุกข้อหาฉ้อโกง เพราะมิจฉาชีพนำไปเปิดบัญชีธนาคารมากถึง 9 บัญชี จาก 7 ธนาคาร มาดูกันว่าเมื่อ “บัตรประชาชนหาย” ควรทำอย่างไร

บัตรประชาชนหายต้องทำอย่างไร?1. เอกสาร / หลักฐาน
– เอกสารที่มีรูปถ่าย ซึ่งทางราชการเป็นผู้ออกให้ เช่น ใบอนุญาตขับรถ สำเนาทะเบียนนักเรียน หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น
– ถ้าหากไม่มีเอกสารที่ทางราชการออกให้ ให้นำเจ้าบ้านหรือผู้ที่น่าเชื่อถือ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปให้การรับรอง

2. หลักเกณฑ์ / เงื่อนไข
– ลำดับแรกให้แจ้งบัตรประจำตัวประชาชนหายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อลงบันทึกประจำวัน
– ลำดับต่อไปเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน และยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่บัตรหาย หากพ้นกำหนดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100 บาท
* หมายเหตุ กรณีที่ยื่นทำบัตรประชาชน กรณีสูญหาย ต่างเขตพื้นที่ที่ตนเองมีชื่ออยู่ ทางนายทะเบียนอาจร้องขอพยานบุคคลเพิ่มเติมได้

3. อัตราค่าธรรมเนียม
การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนเนื่องจากบัตรหาย เสียค่าธรรมเนียม 100 บาท

4. สถานที่ยื่นขอ
สามารถยื่นขอทำบัตรประจำตัวประชาชนได้ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปภูมิลำเนาที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เนื่องจากปัจจุบันกรมการปกครองได้จัดทำรูปแบบการทำบัตรประจำตัวประชาชนด้วยระบบคอมพิวเตอร์

รีบยืนยันตัวตนและความบริสุทธิ์กับเจ้าหน้าที่รัฐเพียงเท่านี้ คุณก็สามารถป้องกันภัยจากมิจฉาชีพได้แล้วครับ

Passive Income เดือนละ 100,000 เป็นไปได้สำหรับมนุษย์เงินเดือนไหม?

คำถามเกี่ยวกับการสร้าง Passive Income เป็นอะไรที่ถูกถามมาทุกปี ก็อย่างว่านะครับใครๆก็อยากมีเงินใช้สบายๆ และถ้าเรามีรายได้ส่วนนี้มากกว่ารายจ่ายในแต่ละเดือนแล้ว มันก็ทำให้เราพบอิสรภาพทางการเงินได้อีกด้วย

เข้าใจว่าเป็นความฝันของหลายๆคน มาดูความเป็นจริงกันดีกว่า

กรณีต้องการ Passive Income เดือนละ 100,000 แปลว่าในแต่ละปีจะต้องมีรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล หรืออาจจะมีทรัพย์สินจำนวนนึงแล้วทยอยขายคืนเป็นรายเดือน ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดต้องสร้างกระแสเงินสดให้เรารวมกันไม่ต่ำกว่า 1,200,000 บาทต่อปี (100,000 x 12) เดี๋ยวลองมาดูทรัพย์สินแต่ละประเภทกัน

1. ดอกเบี้ยเงินฝาก

หากเราพูดถึงตัวที่คิดออกง่ายที่สุดก็คือดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร ถ้าอัตราดอกเบี้ยคิดเป็น 1% ต่อปี เราจะต้องมีเงินวางเอาไว้ 120 ล้านบาท อันนี้ถ้าไม่รวยจริงตั้งแต่เกิดมันก็ยากมากและต้องอย่าลืมว่าหากเราเอา 120 ล้านไปฝากในธนาคาร มันย่อมมีเรื่องภาวะเงินเฝ้อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ

2. ผลตอบแทนจากกองทุนรวม

หากเราจัดพอร์ตกองทุนรวมให้ได้อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังว่าเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี แล้วจะขายคืนหรือจะปันผลอะไรก็แล้วแต่ ให้มีกระแสเงินสดเข้ามาหาเราเดือนละ 100,000 บาท แปลว่าเราอาจจะต้องมีเงินในวันนี้ 18 ล้านบาท 18,000,000 x 7% = 1,260,000 บาท

แต่พอคิดนะครับว่าถ้าเราจะหาเงิน 18 ล้านแล้วจะออมยังไงดี คิดแบบง่ายๆโง่ๆเลยก็คือออมปีละ 1 ล้าน จำนวน 18 ปี หรือถ้าจะเร็วกว่านั้นก็คง ปีละ 2 ล้านบาท จำนวน 9 ปี ถ้าเป็นลักษณะนี้มนุษย์เงินเดือนที่มีโอกาสจะทำได้ก็น่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายเงินเดือนให้ถึงเดือนละ 5 แสนบาทขึ้นไป (รายได้ปีละ 6 ล้าน ลงทุน 1-2 ล้าน) คนที่จะมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้บางทีก็ต้องอายุ 40-50 ขึ้นไป

3. ผลตอบแทนจากลงทุนในหุ้น

การลงทุนในหุ้นตามทฤษฎีแล้วมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง (แต่ก็ขาดทุนได้สูงเช่นกัน) จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ 10 ปี นั้นอยู่ที่ประมาณ 11.6% งั้นผมลองใช้ตัวเลขประมาณ 12% เป็นสมมติฐานนะในการคำนวณนะครับ

หากต้องการผลตอบแทน 1,200,000 ล้านบาทต่อปี ด้วยอัตราผลตอบแทนประมาณนี้เราจะต้องมีเงินประมาณ 10,000,000 ล้านบาท (10,000,000 x 12% = 1,200,000) การเก็บเงิน 10 ล้านบาทนั้น หลายๆคนพอมองแล้วก็คิดว่า เออ มันพอเป็นไปได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคนอยู่ดี ยกเว้นเราจะเป็นคนเงินเดือนเยอะ เก็บเงินเก่ง มีรายได้ทางอื่นด้วย

แต่เอาจริงๆนะ ถ้าเราไม่ซีเรียสว่าจะต้องเป็นรายได้ Passive Income เดือนละ 100,000 บาท แต่ตั้งตัวเลขแบบ 10,000 – 20,000 บาทต่อเดือนให้เป็นหลักประกันของชีวิตยามตกงาน ผมว่ามันจะง่ายกว่าเยอะและมีความเป็นไปได้สูงสำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป

อย่างสมมติคุณมีเงินเดือน 30,000 บาท ใช้ 20,000 ออม 10,000 ใน 1 ปี เราจะมีเงินต้นประมาณ 120,000 บาทและเก็บ 1,200,000 บาทภายใน 10 ปี ถ้าอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 7% ในรูปแบบกระแสเงินสด ก็ตกปีละ 84,000 หรือเดือนละ 7,000 บาท อันนี้เป็นไปได้มากกว่าสำหรับหลายๆคน และพอเราหาทางเราเจอมันก็เป็นไปได้ครับทีเราจะสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆได้

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีคิดว่า Simple ง่ายๆแบบไม่ซับซ้อนให้มือใหม่พอเห็นภาพได้ หากใครจะคิดซับซ้อนกว่านี้แบบเอาในมุมความผันผวน การใช้อัตราแบบทบต้น หรือพวกภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องก็ลองต่อยอดวิธีคิดกันดูนะครับ และแน่นอนว่ามันอาจจะไม่ได้สำเร็จทุก Case เพราะการลงทุนเองก็มีความเสี่ยงเสมอครับ ที่เก็บๆมา 10-100 ล้าน มีกรณีที่ลงทุนแล้วพังพินาศได้เหมือนกันครับ

ปล. เชื่อผมไหม? หากคุณมี Passive Income แล้วอยู่เฉยๆได้ มันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก ผมเองสนับสนุนให้ทุกคนมี Passive Income เป็นหลักประกันชีวิตนะ แต่มาพัฒนาตัวเองเพื่อสร้าง Active Income มันจะทำให้ชีวิตสนุกกว่าเยอะเลย

“กองทุน” ถ้าอยากรวยด้วยสิ่งนี้ ต้องเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงที่ต้องรับให้ได้ก่อน!!

การลงทุนด้วยตัวเอง อาจจะมีความเสี่ยงที่ยุ่งยากกว่าการลงทุนใน “กองทุน” ที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล

การลงทุนในกองทุนรวม ก็เปรียบเสมือนการคัดกรองความเสี่ยงออกไปในระดับหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ดี “กองทุน” รวมก็ยังมีความเสี่ยงอยู่…

ถ้าเราตัดความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้ อย่างความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากระบบ (Systematic Risk) ออกไป เเล้วมอง “กองทุน” แต่ละกอง ให้เหมือนกับ “คน” ที่จะมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน มีความชอบไม่เหมือนกัน มีเป้าหมายต่างกัน ใช้ชีวิตและมีแนวคิดที่หลากหลาย

เพราะกองทุนรวมเองมีหลากหลายกองทุน แต่ละกองมีนโยบายที่ใช้ดำเนินการไม่เหมือนกัน มีผลประโยชน์ที่คาดหวังต่างกัน และสามารถรองรับความเสี่ยงได้แตกต่างกัน

เมื่อเรียงลำดับความเสี่ยงของกองทุน

เราจะเห็นว่ากองทุนแต่ละกองก็จะเน้นไปที่สินทรัพย์ที่แตกต่างกัน

1. กองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ

เช่น กองทุนรวมที่ลงทุนกับตลาดเงิน (ลงทุนในเงินฝาก), ตราสารหนี้ อาทิ พันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ, ตั๋วเงินคลัง เป็นต้น รวมไปถึงตราสารหนี้แบบระยะยาว (มีการถือครองมากกว่า 1 ปี) และแบบระยะสั้น(มีการถือครองน้อยกว่า 1ปี) ขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนว่าต้องการลงทุนนานหรือไม่

ตัวอย่างกองทุนเช่น KTSV, KFCASH, SCBTMF

2. กองทุนที่มีความเสี่ยงปานกลาง

คือ กองทุนรวมที่มีการลงทุนแบบผสม มีทั้งการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ ในแต่ละกองก็จะมีสไตล์การลงทุนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายของกองนั้นๆว่าสามารถรับความเสี่ยงและหวังผลตอบแทนขนาดไหน เช่น กองทุนที่มีการ Fixed สัดส่วนของการลงทุนในตลาดทุนที่ 35%-65% ของมูลค่าทรัพย์สินในกองทุน หรือ กองทุนที่ไม่มีการกำหนดสัดส่วนตรงนี้ก็จะเรียกว่า กองทุนผสมแบบยืดหยุ่น

ตัวอย่างกองทุน เช่น K-PLAN3, CIMB-PRINCIPAL iBALANCED-R

3. กองทุนที่มีความเสี่ยงสูง

เช่น กองทุนที่มีการลงทุนในหุ้นหรือตราสารทุน คือ กองทุนที่มีการกำหนดสัดส่วนของการลงทุนในหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่า 65% ของกองทุน อีกกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงคือ กองทุนที่มีการลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น หรือ Warrant นั่นเอง เปลี่ยนจากการลงทุนหุ้นเฉยๆมาเป็นลงทุนใน Warrant ไม่น้อยกว่า 65% ของกองทุน

ตัวอย่างกองทุนเช่น KFFIN-D, BTP, SCBMSE

4. กองทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก

เช่น กองทุนรวมกุล่มธุรกิจ เป็นกองทุนที่มีการลงทุนในหุ้นของกลุ่มธุรกิจแบบเดียวกัน เช่น ลงทุนในหุ้นของกลุ่มธนาคาร ข้อเสียของการลงทุนแบบนี้มันกระจุกตัว ถ้าเกิดผลกระทบกับธุรกิจหนึ่งๆแล้วกองทุนแบบนี้ก็จะได้รับผลตามไปด้วย หรือ กองทุนที่มีการลงทุนซับซ้อน อาทิ กองทุนรวมน้ำมัน กองทุนรวมทองคำ หรือสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ

ตัวอย่างกองทุนเช่น SCBENERGYP, SCBGOLDH, TUSOIL

กองทุนรวมที่เคยเข้าใจว่าไม่มีความเสี่ยงนั้นไม่มีจริง การลงทุนอะไรก็ตามมักมีความเสี่ยงเสมอทั้งความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้และแบบที่เลี่ยงได้ อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละกองทุนด้วย

ดังนั้นความเสี่ยงจะยังคงมีอยู่เสมอในเรื่องของการลงทุน ผู้ที่ระวังเรื่องความเสี่ยงอยู่เสมอนี่แหละครับ คือ ผู้ที่ประสบความสำเร็จ!

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY

หุ้น Major มีรายได้มาจากไหน?

Major เป็นหุ้นอีกตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรานะครับ ใครๆก็รู้จักละเนอะเพราะเป็นหุ้นที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงภาพยนต์ พอดีผมว่างๆก็เลยหยิบแบบ 56-1 ของปี 2561 มาดูว่ารายละเอียดของหุ้นตัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เขาก็มีข้อมูลให้ดูนะครับว่า สาขาในเครือทั้งหมดมีที่ไหนที่นั่งเยอะสุดบ้าง

อันดับ 1 สยามพารากอนจำนวน 16 โรง 4,440 ที่นั่ง

อันดับ 2 เอสพลานาดแคร์รายจำนวน 16 โรง 4,109 ที่นั่ง

อันดับ 3 เมเจอร์รัชโยธินจำนวน 15 โรง 3,718 ที่นั่ง

เท่าที่ไล่ๆดู 16 โรงนี่ก็ถือว่าใหญ่สุดแล้วนะ 

(56-1 Major 2560)

สัดส่วนของรายได้ของ Major นั้น ตัวหลักเลยอยู่ที่ธุรกิจโรงภาพยนต์ ซึ่งในปี 2560 นั้นมีรายได้ 6,521 ล้านบาทคิดเป็น 72.7% (รายได้รวม 8,972 ล้านบาท) เทียบกับปีก่อนหน้าก็เป็นสัดส่วนหลักเช่นเดียวกันคือระหว่าง 67.1% – 72.7%

ตั๋วชมภาพยนต์มีตั้งแต่ราคาถูก 70 บาทไปจนถึงแพงๆ ในระดับตั้งแต่ 1,100 – 2,200 บาท พาแฟนพากิ๊กไป 4 คนก็หมื่นกว่าบาทได้เลย และที่เขาแซวกันเรื่องรายได้จาก Popcorn ขนม ไส้กรอก น้ำอัดลม ก็มีเขียนอธิบายไว้ด้วยนะครับว่ามี 19% ของสัดส่วนรายได้รวม คิดเล่นๆนี่แค่ขายขนมก็มีรายได้เป็นพันล้านแล้วป่ะ อิอิ

ในปี 2560 รายได้จากธุรกิจโฆษณา 1,395 ล้านบาท คิดเป็น 15.5% โฆษณาของทางเมเจอร์หลักๆก็จะเป็น Cinemedia เวลาที่เราไปดูหนังแล้วจะมีโฆษณาก่อนเข้าชมภาพยนต์และการโปรโมททั้งหลายนั่นละครับคือรายได้ของเขาด้วย นอกจากนี้พวกป้าย วีดีโอ หน้าจอต่างๆ ที่อยู่ในอาณาจักรโรงภาพยนต์ของเขาก็เป็นที่โฆษณาได้หมด

รายได้จากธุรกิจโบลิ่งและคาราโอเกะ 413 ล้านบาท คิดเป็น 4.6% โดยเฉพาะธุรกิจโบลิ่งเป็นอะไรที่ต้องใช้พื้นที่ใช้สอยเยอะ ต้องโยนไปไกลๆนั่นล่ะ ส่วนร้องคาราโอเกะก็เป็นแนว Lifestyle แล้วแต่คนชอบนะ แต่ช่วงหลังผมเองก็ไม่ได้ไปใช้บริการเท่าไหร่ละ ร้องเกะ โยนโบ สมัยเด็กๆก็เป็นกิจกรรมที่นึกถึงบ่อย

พื้นที่ให้เช่าสร้างรายได้ 433 ล้านบาทหรือ 4.8% มีทั้งแบบ Major เองเป็นเจ้าของและการเช่าช่วง เขาก็เอาพวกร้านค้ามาลงได้ อย่างถ้าไปสาขาเมเจอร์เอกมัยหรือเมเจอร์รัชโยธินจะเห็นชัดเจนตั้งแต่ MK แมคโดนัล สเวเซ่นส์ เคเอฟซี

และสื่อธุรกิจภาพยนต์ 209 ล้านบาทคิดเป็น 2.3% พวกนี้จะเป็นธุรกิจจัดจำหน่าย CD DVD บลูเรย์ สื่อภาพยนต์ทั้งหลาย เอาไปออกทีวีช่องต่างๆทั้ง Free and Pay TV

ก็เป็นรายละเอียดคราวๆมาให้อ่านนะครับเผื่อใครอยากจะไปศึกษาต่อในเชิงลึก ก็ลองดูในเรื่องของโอกาสในการเติบโตและความเสี่ยงต่างๆด้วยนะครับ

ออมหุ้น vs ออมกองทุนรวม เลือกแบบไหนดี

นักลงทุนมือใหม่ โดยเฉพาะชาวมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรา ถ้ายังไม่มีประสบการณ์ในการลงทุน อาจจะมีคำถามที่สงสัยกันแน่ๆว่า หุ้นกับกองทุนรวมมันต่างกันยังไงแล้วควรจะเริ่มลงทุนอะไรดี?

ออมหุ้น vs ออมกองทุนรวม

ความแตกต่างของทรัพย์สินทั้ง 2 แบบนี้ เป็นอย่างไรมาดูแต่ละอันกันนะครับ

“ออมหุ้น หรือ DCA ในหุ้น”

การซื้อหุ้นจะเป็นการลงทุนในบริษัท เราจะต้องเป็นคนวิเคราะห์หุ้นเป้าหมายว่าธุรกิจเป็นอย่างไร เทรนของธุรกิจดีไหม สินค้าและบริการแข่งขันในตลาดได้หรือเปล่า ผลประกอบการเป็นอย่างไรน่าลงทุนไหมและคอยติดตามหุ้นตัวนั้นๆอย่างต่อเนื่อง

– การออมหุ้นจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ลองเช็คดูว่ามีขั้นต่ำไหม และการชำระเงินเป็นแบบตัดเงินก่อนหรือตัดเงินที่หลัง การลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 – 2,000 – 5,000 บาท อยู่ที่ผู้ให้บริการ

– เราสามารถออมหุ้นได้ผ่านบัญชีออมหุ้นและ DCA Order ผ่านระบบ SETTRADE STREAMING

“ออมกองทุน หรือ DCA กองทุนรวม”

การลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้น หน้าที่ในการเลือกทรัพย์สินและจัดพอร์ตการลงทุนเป็นของผู้จัดการกองทุนรวม หน้าที่ของเราคือการเลือกกองทุนที่มีนโยบายที่เหมาะสมกับเรา และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง กองทุนรวมนั้นก็มีหลายแบบ มีทั้งกองทุนหุ้น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ ฯลฯ

– การออมกองทุนรวมมีค่าธรรมเนียมเช่นกัน แต่ต้องดูรายกองทุนว่าเก็บเท่าไหร่ ทั้งค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกองทุนรวม

– เราสามารถ DCA ผ่าน บลจ. นั้นๆได้เลย บอกพนักงานว่าจะซื้อแบบรายเดือน หรือจะซื้อผ่าน Fundsupermart ก็ได้ สามารถลงทุนเริ่มต้นได้ตามข้อกำหนด เช่น 1,000 บาท

– กองทุนที่มนุษย์เงินเดือนควรมี คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ LTF RMF เพื่อใช้สำหรับการลดหย่อนภาษีด้วยนะฮะ

ว่าแต่จะลงทุนอะไรดี? อยู่ที่การจัดพอร์ตของเราแล้วนะครับ จะออมทั้ง 2 อย่างก็ได้นะ ขอให้ทุกคนมีความสุขในการลงทุนนะครับ

#เมีย 2018 กับประเด็นภาษีที่ไม่ควรมองข้าม

หลังจากที่กันยาเข้ามา… ครอบครัวที่สงบสุขของธาดา อรุณา และนุดาก็ลุกเป็นไฟ ในช่วงแรกเหมือนว่าธาดาจะคิดว่าตัดสินใจถูกต้องที่เลือกกันยา แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็พบความจริงว่า ผู้หญิงอย่างอรุณาต่างหากที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง เพียงแต่มันสายไปเสียแล้ว..

ธาดาโดนคุณสุชาติชวนไปปั่นจักรยานหลังจากที่กันยาก่อเรื่องในงานเลี้ยง แต่ความจริงคือการให้ออกแบบเนียนๆซะงั้น กลายเป็นคนตกงานที่ไม่มีรายได้ เหมือนกับสิ่งที่เลวร้ายที่เขาเคยทำไว้จะย้อนกลับมาตามทันซะงั้น

ถ้าลองมองดูในแง่ชีวิตจริง หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับธาดา พรี่หนอมเชื่อว่า สิ่งทีต้องทำคือการจัดการชีวิตให้เรียบร้อย โดยเฉพาะเรื่องของการเงินและการจัดการภาษี เช่น

1. ค่าชดเชยออกจากงานตามกฎหมาย

อย่าลืมเช็คด้วยว่าได้หรือเปล่า อย่ามัวแต่อึ้ง เพราะถ้าธาดาถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด แปลว่ามีสิทธิได้รับเงินชดเชยสูงสุดถึง 300 วันและถ้าเงินที่ได้รับไม่เกิน 300,000 บาทถือว่าได้รับยกเว้นภาษีด้วยจ้า

แต่จากเนื้อเรื่องแล้วดูเหมือนว่าธาดาจะไม่ได้ค่าชดเชยสักเท่าไร เนื่องจากน่าจะเป็นการบังคับให้ลาออกเองเพื่อรักษาประวัติไว้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นกลยุทธ์ของนายจ้างที่เลือกวิธีนี้ เพื่อไม่ให้ต้องจ่ายเงินชดเชยนั่นเองครับ

2. ประกันสังคมควรรีบต่อ

เพราะชีวิตที่รออยู่อาจจะไม่สวยงาม ยิ่งถ้ามีกันยาอยู่ด้วย เราจะเห็นว่าธาดาเจอปัญหาอีกมากมายให้รำคาญใจ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยถ้ายังหางานใหม่ไม่ได้จริงๆ อย่าทิ้งให้รอเก้อ รีบไปต่อประกันสังคมตามมาตรา 39 ในฐานะคนที่ลาออกจากงานแล้วมาประกันตัวเองแทน เพราะมันมีสิทธิประโยชน์ที่เราอาจจะต้องใช้ในภายหลัง

3. จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ดี

ถ้าหากมองว่ามีเงินพอใช้ ไม่จำเป็นต้องเอาออกมาก็ได้ แต่ให้หาทางจัดการประหยัดเงินที่ต้องจ่ายภาษีก้อนนี้แทน โดยเลือกวิธีการโอนไปที่ใหม่ (ถ้าหางานใหม่ได้) หรือไป RMF ก็ดีตามโครงการ PVD To RMF เพื่อจะได้ลดภาษี และเงินต้นไม่หาย เพราะส่วนใหญ่เวลาเอาออกมามักจะมีเรื่องให้ใช้จ่ายเสมอแหละ

แต่ถ้าต้องเอาออกมาจริงๆ ลองดูว่าทำงานเกิน 5 ปีไหม เพราะว่าจะได้รับสิทธิแยกคำนวณภาษีสำหรับสิทธิประโยชน์ของเงินก้อนนี้ (เสียภาษีน้อยกว่า) ตรงนี้จะได้เปรียบคนที่ทำงานไม่เกิน 5 ปี เพราะถ้าทำงานยังไม่ถึง 5 ปี ตรงนี้ต้องเอามารวมคำนวณภาษีเหมือนเงินเดือนจ้า

ทีนี้มาดูทางฝั่งของอรุณากันบ้าง…

จากฟ้าผ่าที่เข้ามาในชีวิต กลายเป็นเรื่องดีๆของภรรยาที่ไม่ต้องพึ่งพาสามีอีกต่อไป อรุณาเติบโตขึ้นมาเป็นคนใหม่ที่พร้อมจะก้าวผ่านและรับสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต

ถ้ามองย้อนมาที่ผู้หญิงสมัยนี้ เรื่องราวของอรุณาอาจจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเสียด้วยซ้ำ ถ้าเราลองมาพิจารณาดูกัน จะเห็นว่า ตัวภรรยาเองก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งเรื่องของสิทธิประโยชน์ภาษี ไปจนถึงวิธีการใช้ชีวิตตามนี้

1. กรณีที่มีสามีที่ไม่มีเงินได้ (สมมติว่าอรุณายังไม่ได้หย่ากับธาดา)

ในกรณีสามีไม่มีเงินได้ และจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย แบบนี้เราเอามัน เอ้ย เขามาลดหย่อนได้ปีละ 60,000 บาท แต่จะคุ้มค่าไหม เปลืองเงินกว่าภาษีที่ประหยัดได้หรือเปล่า อันนี้ต้องถามตัวเองดู แต่ที่รู้ๆความรักต้องใช้เงินจ้า

2. กรณีที่เลี้ยงดูลูกเพียงคนเดียว

ตรงนี้ใครหลายคนเข้าใจผิดว่า ค่าลดหย่อนลูกต้องมีการแบ่งครึ่งระหว่างสามีภรรยา แต่ความเป็นจริงแล้วลูกสามารถลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนเลย ถ้าหากอรุณามีรายได้ยื่นภาษี ก็สามารถนำเอาน้องนุดามายื่นเป็นบุตรเพื่อลดหย่อนภาษีได้ทันที โดยที่ไม่ต้องหารกับธาดา

เพราะลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเรานั้น กฎหมายให้สิทธิลดหย่อนภาษีคนละ 30,000 บาท ถ้าหากปั้มเยอะก็ลดเยอะ แต่ค่าเลี้ยงอาจจะแพงกว่า โดยลูกที่มาลดหย่อนได้ต้องมีรายได้ทั้งปีไม่ถึง 30,000 บาท และอายุไม่เกิน 20 ปี แต่ถ้าเกิน 20 ปี ไม่เกิน 25 ปีก็ยังลดหย่อนได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าต้องเรียนไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรืออีกกรณีหนึ่งคือลูกเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถอันนี้ลดหย่อนได้ตลอดจ้า โดยลูกต้องไม่มีรายได้ถึง 30,000 บาทต่อปีด้วยนะจ๊ะ

ถ้าสุดท้ายแล้ว บอส แต่งงานกับ อรุณา 
แล้วน้องนุดาจะกลายเป็นลูกใครกันแน่?

ถ้ามองโดยความสัมพันธ์ตามกฏหมาย นุดา ถือเป็นลูกของธาดา (พ่อ) และอรุณา (แม่) โดยทั้งคู่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดคนละ 30,000 บาท (กรณีที่ต่างฝ่ายต่างมีรายได้ยื่นภาษี) ตามที่ได้เล่ามาตั้งแต่ต้นแต่หลังจากที่ทั้งคู่หย่ากันเรียบร้อยแล้ว สิทธิตรงนี้ก็ยังมีอยู่เพราะว่ายังถือว่าทั้งคู่เป็นพ่อและแม่ของนุดาเช่นเดิม เพิ่มเติมคือธาดาออกจากบ้านไปแล้ว แต่ยังมีการเลี้ยงดูอยู่ดี

ทีนี้สมมติว่าเรื่องจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งตามสไตล์ หากอรุณาได้แต่งงานใหม่กับบอสวศิน #แก่แล้วรักป่ะละ ขึ้นมาและจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย (อีกที) บอสวศินจะสามารถนำน้องนุดามาหักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 30,000 บาทเช่นกัน เพราะถือว่าเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายอีกคนหนึ่ง

เท่ากับว่า ตอนนี้จะมีคนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีนุดาได้จำนวน 30,000 บาทได้ทั้งหมด 3 คน คือ ธาดา อรุณา และบอสวศิน หากทั้งหมดพิสูจน์ได้ว่ามีการเลี้ยงดูน้องนุดาจริง ซึ่งธาดาเองก็ดูเหมือนจะดูแลนุดาอยู่ อรุณานี่ชัวร์แน่ ส่วนบอสวศินยังเป็นเพื่อนคุณแม่อยู่หรือเปล่านะ

อ้างอิงข้อหารือตามนี้จ้า
http://www.rd.go.th/publish/25256.0.html

แบบนี้จริงๆถ้าหากธาดาจดทะเบียนสมรสใหม่กับกันยาขึ้นมา หรือแต่งงานใหม่กับใครสักคนหนึ่งภรรยาคนใหม่ของธาดาก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีน้องนุดาได้เหมือนกันสินะ ถ้าหากว่าพิสูจน์ได้ว่ามีการเลี้ยงดูจริง แต่อย่าเลยเนอะ แค่นีก็ปวดหัวจะแย่แล้ว เดี๋ยวกลายเป็นว่าต้องสร้างเรื่อง ผัว2018 อีกสักเรื่องเลยล่ะ ฮ่าๆ 

จะเห็นว่าทั้งหมดที่เล่ามาเกี่ยวกับเรื่อง #เมีย2018 นั้น จริงๆมันคือเรื่องภาษีในชีวิตประจำวันของเรานั่นแหละ เพียงแต่ว่าโดยปกติเราไม่ได้มองถึงเรื่องภาษีมาเกี่ยวข้องด้วย มันเลยทำให้บางทีเรามองข้ามหรือพลาดสิทธิประโยชน์ดีๆเหล่านี้ไปนั่นเองจ้า

ถ้าใครชอบบทความนี้แล้วล่ะก็ อย่าลืมมาช่วยกันเป็นกำลังใจให้พรี่หนอมได้ง่ายๆ ฟรีๆ แถมมีคุณค่าทางใจให้มีแรงทำเนื้อหาต่อไปสะดวกช่องทางไหน ไปกดติดตามกันเลยจ้า

Facebook Page : TaxBugnoms
Line : https://line.me/ti/p/@taxbugnoms
Twitter : https://twitter.com/TAXBugnoms

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 27-31 สิงหาคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุนยุค Digital กลับมาแล้วครับ

สัปดาห์นี้เรามาเจาะที่ตลาดหลัก 5 ตลาดนี้ เนื่องจากยังมีความน่าสนใจอยู่ และมีโอกาสไปต่อครับ ส่วนที่เหลือให้หยุดพักดูท่าทีสักระยะครับผม

สรุปประเด็นทุกตลาดสำคัญที่น่าสนใจลงทุน พร้อมกับมุมมองแบบนี้ได้ทุกสัปดาห์ ที่นี่ที่เดียวครับ

Focus ประเทศน่าลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 27-31 สิงหาคม 2561

ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ หุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น หุ้นไทย และหุ้นอินเดีย

เหตุผล : ตลาดพัฒนายังน่าสนใจอยู่ ส่วนตลาดเกิดใหม่ให้ชะลอไป ยกเว้นไทยกับอินเดีย

Focus : ทุกตลาดตามที่ว่ามาแต่ใช้กลยุทธ์ทยอยสะสม

ความน่าสนใจ : วิกฤตชั่วคราวของตลาดตุรกี ทำให้ตลาดเกิดใหม่หลายที่ไม่น่าสนใจ ประกอบกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ทำให้ต้องเลือกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยและมีโอกาสเติบโต

Scan การปรับตัวตลาดหุ้นทั่วโลก

ตอนนี้ต้องระมัดระวังการลงทุนในตลาดเกิดใหม่จากความเสี่ยงที่ตุรกีอาจผิดนัดชำระหนี้ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยแนะนำให้เน้นลงทุนในตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งเป็นหลักครับ

สำหรับคนที่มีทองคำ แนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนในทองคำ จากการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นจาก FED และ ECB ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และลดความน่าสนใจของการลงทุนในทองคำไปครับ

แม้ว่าจะมีเหตุการณ์เข้ามามีผลกระทบมากมาย (หรือทำตัวเองก็ไม่รู้) และสถานการณ์เหมือนจะมีปัญหากับหลายฝ่าย

แต่สหรัฐฯ เอง มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากการบริโภคในประเทศและการลงทุนเอกชนอยู่ครับ  ประกอบกับนโยบายการลดภาษีนั้น จะส่งผลบวกต่อการขยายตัวเศรษฐกิจต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนต่อไปอีกด้วยครับ

เหมือนกับพี่ใหญ่ที่ทะเลาะกับหลายคน แต่ตัวเองพื้นฐานแน่นอยู่ ดังนั้นทยอยสะสมไปได้ครับ

สรุปสั้นๆ : ทยอยสะสมต่อครับ

เหมือนเดิมมาสักระยะ และจะเป็นแบบนี้ต่อไปครับ เพราะผมเชื่อว่าการสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กนั้นจะให้ประโยชน์ในระยะยาว จากเหตุผลที่เคยบอกไปแล้วครับว่า ถ้ามีปัญหาจะได้รับกระทบน้อยกว่าแน่ๆ แม้ว่าสหรัฐฯ ขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจากยุโรป ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความแข็งแกร่งในตัวเองสูงครับ

ประกอบกับ ECB ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศ ดังนั้นยุโรปยังน่าสนใจอยู่ครับผม

สรุปสั้นๆ : สะสมต่อไป แต่ขอให้โฟกัสที่หุ้นเล็กเป็นหลักจ้า

ยังสะสมต่อได้นะครับผม จากมุมมองที่ว่าผลประกอบการบริษัทที่ขยายตัวแข็งแกร่ง และจากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทส่งออกญี่ปุ่นให้เติบโตมากขึ้นครับ  

สรุปสั้นๆ : กลับมาแล้วครับ สะสมญี่ปุ่นต่อได้เลยจ้า

หลังจากที่สะสมมาสักพัก ผมว่าจังหวะนี้เราควรจะหยุดรอโอกาสแป๊บนึงครับ เพื่อความปลอดภัยต่อพอร์ทการลงทุนของตัวเอง หลังจากการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ  และจีนยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งจะกระทบกับธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกของเกาหลี และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้มีการปรับประมาณการผลประกอบการของเกาหลีลง

แม้ว่าช่วงก่อนหน้าจะมองว่าเป็นจุดกลับตัว แต่เพื่อความชัวร์ไม่ให้เจอกลับตัวที่ต่ำกว่านี้ ควรรอดูท่าทีก่อนดีกว่าครับ

สรุปสั้นๆ : หยุดสักพักก่อนนะครับ

ยังน่าสนใจด้วยเหตุผลเดิมครับ เนื่องจากรัฐบาลประกาศลดอัตราการเก็บภาษี Goods and Services Tax สำหรับสินค้ากว่า 50 รายการ เพื่อเพิ่มคะแนนนิยมให้กับพรรครัฐบาลเพื่อการเลือกตั้งในปีหน้ามาสักระยะ ทำให้หุ้นอินเดียตอนนี้น่าสนใจอยู่ครับ เพราะที่ไหนมีภาษีลด ที่นั่นย่อมมีการบริโภคเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อตัวเลขที่ดีขึ้นผลประกอบการแน่นอนครับผม

สรุปสั้นๆ : สะสมต่อไปครับ

ทยอยสะสมได้เรื่อยๆ ครับสำหรับหุ้นไทย จากภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณดีขึ้นจากทั้งการบริโภคครัวเรือน และการลงทุนเอกชน จะช่วยให้รายได้บริษัทจดทะเบียนในภาพรวมยังคงขยายตัวได้ดีขึ้นครับ

ช่วงนี้ผมเองก็มองว่าเป็นจังหวะเวลาที่คนสนใจจะวางแผนภาษี เริ่มลงทุนเพื่อสิทธิ์ลดหย่อนต่างๆ  ดังนั้นอาจเป็นช่วงที่เงินไหลเข้าจาก LTF อีกทางหนึ่งครับ

แม้ว่าจะผันผวน แต่ยังอยากชวนให้สะสมต่อครับ เพราะเชื่อว่าระยะยาวนั้นมันมีอะไรดีๆ รออยู่แน่นอนครับ

สรุปสั้นๆ : ทยอยสะสมกันต่อไปจ้า

อาทิตย์ก่อนเตือนให้นักลงทุนระวังเรื่องของการผันผวนที่เกิดขึ้นไปแล้วครับ แต่อาทิตย์นี้ผมมองว่าจากสถานการณ์ประเด็นสงครามการค้าสหรัฐฯ  ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นจีนอยู่เรื่อยๆ  ประกอบกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงมากกว่าคาด และผลประกอบการหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง ดังนั้นควรจะหยุดดูท่าทีไปก่อนครับ

สรุปสั้นๆ : ขอหยุดก่อนนะครับ

แนะนำการลงทุนประจำสัปดาห์

ตลาดตราสารทุน :  ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ หุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น หุ้นไทย และหุ้นอินเดีย

ตลาดตราสารหนี้ : แนะนำลงทุนตราสารหนี้ High Yield สหรัฐฯ ส่วนตราสารหนี้ไทยแนะนำให้ซื้อตราสารหนี้ไทยระยะสั้น

สินทรัพย์ทางเลือก : ชะลอการลงทุนในทองคำ แต่ทยอยสะสมน้ำมัน

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงต่ำ

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นไทย 12%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 44%
  • ตราสารหนี้ไทย 44%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นไทย 12%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 44%
  • ตราสารหนี้ไทย 44%

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงกลาง

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นต่างประเทศ 24%
  • หุ้นไทย 30%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 20%
  • ตราสารหนี้ไทย 20%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 6%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นต่างประเทศ 24%
  • หุ้นไทย 30%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 20%
  • ตราสารหนี้ไทย 22%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : ทองคำ 1%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : น้ำมัน 3%

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงสูง

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นต่างประเทศ 40%
  • หุ้นไทย 42%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 5%
  • ตราสารหนี้ไทย 5%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 8%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นต่างประเทศ 40%
  • หุ้นไทย 42%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 5%
  • ตราสารหนี้ไทย 8%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : ทองคำ 1%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : น้ำมัน 4%

“ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2561

ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำโดย นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป

โดยข้อคิดเห็นและบทความในเอกสารฉบับนี้ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ผู้ใช้ข้อมูลนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง

รีวิวชีวิตวัยเก๋าของคุณยายวัย 91 ปี

อยากให้ลองจินตนาการชีวิตของเราในวัย 90 ปีว่าเป็นอย่างไร ให้เวลา 1 นาที เริ่ม!!

ถ้าที่บ้านใครเคยมีผู้สูงอายุก็จะนึกง่ายหน่อยว่าเป็นอย่างไร แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมีหรือไม่เคยดูแลผู้สูงอายุ ก็อาจจะนึกภาพไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร บทความนี้จะมารีวิวให้ดูว่าผู้ใหญ่ (หรือตัวเรา) ในวัย 90 ปีจะเป็นอย่างไร หากเราเป็นลูกหลานที่ต้องดูแลท่านควรทำอะไรบ้าง สุดท้ายเราเห็นภาพในอนาคตชัดเจนขึ้นว่าจะจัดการตัวเองในวัยเกษียณได้อย่างไรนะจ๊ะ ^^

รีวิวชีวิตวัยเก๋าของคุณยายวัย 91 ปี

เกริ่นนำสักเล็กน้อย…

ช่วงหยุดวันแม่ที่ผ่านมาลูกหลานพาคุณยายไปเที่ยว ภาพข้างบนนี้เป็นช๊อตหนึ่งที่พี่แอบถ่ายไว้แล้วเราชอบมากๆ คุณยายท่านนี้อายุ 91 ปี ส่วนคนที่ตัวล่ำๆ กำลังเข็นรถอยู่นั้นเป็นอภินิหารเงินออมเองจ้า ยายเป็นผู้สูงอายุคนสุดท้ายในครอบครัว เพราะคุณตา ปู่และย่า เลือกไปที่ชอบๆของตัวเองไปก่อนหน้านี้แล้ว 

3 เรื่องวัยเก๋าของคุณยายวัย 91 ปี

เรื่องที่ 1 ความเสื่อมของร่างกาย

ความทรงจำ…

ย้อนกลับไปช่วงวัยใกล้ 80 ปี ยายเริ่มมีอาการขี้หลงขี้ลืม บางครั้งกินข้าวแล้วก็ยังบ่นว่าหิว ตอนนั้นยายแข็งแรงเดินเหินไปไหนเองได้ ชอบเดินออกไปคุยกับคนที่อยู่แถวบ้าน บางครั้งเดินออกจากซอยยืนโบกรถเมล์ไปสถานีตำรวจ ไปธนาคารด้วยตัวเอง พอไปถึงก็พูดแต่เรื่องเดิมๆกับเจ้าหน้าที่

ถ้าปล่อยไว้แบบนี้กลัวยายจะหายไปแล้วไม่กลับมา จนทำให้ญาติต้องไปบอกเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าถ้าคุณยายท่านนี้มาอีกให้โทรกลับไปบอกที่เบอร์ XXX แล้วจะรีบมารับคุณยายกลับบ้าน ส่วนเราก็ทำป้ายชื่อติดเข็มขัดที่ยายใช้ประจำ ข้อความว่าถ้าใครเจอคุณยายคนนี้ให้โทรกลับมาหาญาติ เผื่อยายหลงกลางทางแล้วคนอื่นเจอจะได้โทรมาบอกได้

ช่วงหลังๆอาการขี้หลงขี้ลืมเริ่มหนักขึ้นเพราะยายมักจะถามเรื่องเดิมๆบ่อยมาก เช่น ตอนไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์ของยายมาด้วย ตอนกลางคืนก่อนนอน ยายก็จะถามว่า “กระเป๋าสตางค์อยู่ไหน มันหายไปไหน” เราก็ตอบว่า “เก็บไว้ที่บ้าน ไม่ได้เอามาด้วย” พอเงียบไปสักพักก็ถามใหม่ด้วยคำถามเดิม แล้วก็ตอบแบบนี้วนไปสิบกว่าครั้งจนกว่ายายจะหลับ 

การเดิน…

วันหนึ่งยายไม่สบายจนต้องเข้ารับการผ่าตัด จากคนที่เดินได้อย่างคล่องแคล้ว กลายเป็นคนที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียง คุณหมอก็บอกวิธีกายภาพเพื่อให้คุณยายกลับมาเดินเองได้อีกครั้ง แต่คนอายุเกือบ 90 แล้วโอกาสเดินเองได้ก็แทบจะไม่มี ถ้าจะอาบน้ำหรือจะไปที่ไหนก็ต้องมีคนอุ้มขึ้นลงตลอดเวลา 

นอกจากลูกหลานจะแวะเวียนมานวดให้แล้ว คุณยายก็ใจสู้มากๆไม่ยอมแพ้ พยายามขยับแข้ง ขยับขาไปมาเพื่อจะได้หายเร็วขึ้น ตอนนี้อาการดีขึ้นสามารถใช้รถเข็นช่วยเดิน แต่ก็ต้องมีคนช่วยพยุงไม่ให้ล้ม

การขับถ่าย การได้ยิน…

ระบบการขับถ่ายที่ควบคุมเองไม่ได้ ทั้งฉี่และอึที่ไหลออกมาเอง ทำให้ยายต้องใส่แพมเพิสตลอดเวลา แล้วต้องคอยเปลี่ยนวันละ 1 – 2 ครั้ง ช่วงพีคสุดเป็นตอนที่คุณยายฉี่หรืออึไม่ออก คุณป้า(ลูกสาวคนโตที่ดูแลยาย) จะต้องช่วยสวนทวารเพื่อให้ขับถ่ายออกได้ ขั้นตอนทั้งหมดนี้ทำได้เองที่บ้าน ซึ่งพยาบาลจะเป็นคนสอนญาติผู้ป่วยว่าจะต้องทำอะไรบ้าง 

แม้ว่าคุณป้าไม่เคยเรียนพยาบาลมาก่อน แต่มีประสบการณ์ดูแลทั้งผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่เป็นคนในครอบครัว จึงจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าบางครั้งอึยายจะเต็มจนทะลุแพมเพิส คุณป้าก็ทำความสะอาดได้หมดจรด ส่วนระบบการได้ยินนั้นก็เสื่อมไปตามอายุที่มากขึ้น ทำให้เวลาคุยกับยายก็ต้องพูดกันเสียงดังๆ เพราะยายหูตึง

เรื่องที่ 2 การดูแลยาย

คุณยายมีลูกทั้งหมด 8 คน มีทั้งคนที่แต่งงานมีลูก แม่หม้าย คนโสดและเสียชีวิต เราแบ่งการดูแลยายออกเป็น 2 เรื่อง คือ 

ข้อที่ 1 ปัจจัยสำคัญ คือ เงิน 

  • ค่าใช้จ่ายของยายทั้งหมดจะมีคุณน้า 2 คนเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะน้ามีรายได้ประจำและเป็นโสดจึงไม่มีภาระเรื่องลูก 

  • ตัวอย่างรายจ่ายของยาย เช่น ค่าเดินทางไปหาหมอ ค่าแพมเพิส อาหาร ยา การนวดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ท่องเที่ยว (ยายจะได้ไม่เหงา) อุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุ ฯลฯ ซึ่งเป็นรายจ่ายที่หนักหนาพอสมควร

ข้อที่ 2 การดูแล 

  • คุณป้าลูกสาวคนโตวัย 60 นิดๆ เป็นคนดูแลยายเกือบทุกเรื่อง เช่น พาไปตรวจสุขภาพตามนัดของหมอ (บ้านยายอยู่ต่างจังหวัดต้องไปหาหมอที่ กทม.) กายภาพบำบัด นวดคลายเส้นส่วนขาที่ยังเดินเองไม่ได้ การอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ดูแลเรื่องการขับถ่าย เรื่องการกินยา เตรียมกับข้าว ฯลฯ 

  • ช่วงที่ยายป่วยแล้วต้องเข้ารับการผ่าตัด ตอนนั้นยายยังเดินไม่ได้และนอนติดเตียง คุณป้าก็เหนื่อยมากเพราะต้องคอยอุ้มยายขึ้นๆลงๆ ส่วนป้าก็ต้องระวังตัวเองด้วย เดี๋ยวจะปวดหลังเวลาอุ้มยาย 

  • ทุกครั้งที่เราไปบ้านยายก็จะได้ยินคุณน้าและคุณป้า เคี่ยวเข็ญยายให้กินข้าว เพราะตักข้าวมาแล้วนั่งมอง จับช้อนเขี่ยข้าวไปมาไม่ยอมกินสักทีแล้วนั่งบ่นว่า “เบื่อ” แตกต่างกับตอนที่พายายออกไปเที่ยว สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ส่งอะไรให้ก็กินหมด ก๋วยเตี๋ยวชามโตก็กินเองซะเกลี้ยงชาม พอเป็นแบบนี้ก็ต้องพายายออกไปข้างนอกบ่อยๆจะได้กินข้าวได้ แต่ก็ต้องไปพร้อมกับรถเข็นตามในภาพนี้แหละ 

เรื่องที่ 3 สิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ

คุณยายอยู่บ้านนานๆก็บ่นว่าเบื่อ หน้าตาเศร้า กินข้าวไม่ลง ปลงกับชีวิต เพราะติดอยู่กับรถเข็นไปไหนไม่ได้ ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆอาจจะตรอมใจตายได้ เพื่อให้ยายมีความสุขก่อนจะถึงวาระสุดท้าย พอมีเวลาว่างลูกหลานก็พายายไปเที่ยว เราพายายไปทุกๆที่ที่รถเข็นเข้าถึง

ส่วนคนเข็นรถให้ยายก็จะเป็นหน้าที่ของหลานๆ เพราะยังมีเรี่ยวแรงเข็นยายได้ เราเองก็ชอบเข็นรถให้ยาย มันได้ออกกำลังกาย จากเรื่องนี้ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุมากขึ้น เช่น 

  • ทางลาดเพื่อรถเข็น สถานที่บางแห่งก็มีทางลาดทำให้เราเข็นรถขึ้นไปได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่มี ทำให้เราจะต้องยกรถเข็นยายขึ้นๆ ลงๆ มีครั้งหนึ่งที่พายายไปเที่ยววัด บันไดสูงมาก ส่วนคนที่มาด้วยมีแต่ผู้สูงอายุเลยยกรถเข็นขึ้นไปให้ยายไม่ได้ ยายจึงต้องไหว้พระอยู่ข้างล่าง

  • พื้นราบ ปกติเวลาเราเดินไปเรื่อยๆ เจอท่อระบายน้ำที่เป็นซี่เหล็กเล็กๆ หรือพื้นที่ไม่เสมอกัน เราก็เดินข้ามไปเองได้ แต่รถเข็นทำแบบนั้นไม่ได้ ต้องค่อยๆยกล้อหรือเข็นผ่านแบบระมัดระวังสุดๆ เพราะล่าสุดที่เข็นรถให้ยายแล้วเจอทั้งท่อระบายน้ำกับพื้นที่ไม่เสมอกัน เราประมาทคิดว่าผ่านไปได้เพราะมันเล็กๆ แต่สุดท้ายสะดุดทำให้ยายเกือบตกรถเข็น โชคดีที่ยายมือเหนียวมาก เพราะสองมือเกาะรถเข็นแน่น 

  • สายฉีดในห้องน้ำ แม้ว่ายายจะใส่แพมเพิส แต่ระหว่างวันก็ต้องเปลี่ยน ยายจะได้สบายตัว ป้าบอกว่าชอบเข้าปั๊ม ปตท. เพราะในห้องน้ำมีสายฉีดทำความสะอาดได้ 

    • ล่าสุด!! พายายไปเที่ยวแล้วยายอึเต็มแพมเพิส เลอะเสื้อและกางเกง กลิ่นรุนแรงมาก คุณป้าก็ต้องพายายไปล้างอึและเปลี่ยนแพมเพิส แต่บังเอิญว่าในห้องน้ำไม่มีสายฉีด พ่าม!!! อารมณ์ป้าพุ่งปรี๊ด เพราะหงุดหงิดที่ไม่รู้จะทำยังไง โชคดีที่ในห้องน้ำมีกระมังเล็กๆกับขวดน้ำที่อยู่ท้ายรถ เอามากรอกน้ำทำความสะอาดก้นให้ยาย

เป้าหมายของการเกษียณไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่ต้องเตรียมไว้อย่างเดียว แต่ต้องวางแผนการใช้ชีวิตด้วย แม้ว่าชีวิตของแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่สุดท้ายสภาพร่างกายก็จะเสื่อมลงเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเสื่อมมากหรือน้อย อภินิหารเงินออมเล่าเรื่องคุณยายให้ฟังเพื่อต้องการให้ดูว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้างในวัยเกษียณ เพื่อเราจะได้ออกแบบชีวิตเกษียณของตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ โดยสรุปออกมาเป็น 2 เรื่องด้านล่างนี้จ้า

เรื่องที่ 1 คนดูแลผู้สูงอายุ

  • ครอบครัวดูแลเอง : ผู้สูงอายุที่มีอาการขี้หลงขี้ลืม คนดูแลต้องอดทนมากๆ เพราะทั้งวันก็จะพูดแต่เรื่องเดิมๆตลอดเวลา รวมทั้งท่านขับถ่ายไม่ได้ เดินเองไม่สะดวกต้องช่วยพยุง ทั้งหมดนี้ทำให้ลูกหลานที่ดูแลต้องฝึกวิธีการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ บางครั้งคนดูแลอาจจะมีอาการเครียดหรือหงุดหงิดได้ มันก็ต้องทำใจและเข้าใจเพราะไม่สามารถแก้ไขได้ ทางออกก็คือลูกหลานที่ดูแล ก็ต้องหาวิธีคลายเครียดให้ตัวเอง เช่น ออกไปเที่ยวบ้าง นั่งสมาธิ หรือวิธีอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองถนัด

  • จ้างคนอื่นมาดูแล : จำนวนเงินที่จ้างขึ้นอยู่กับอาการของผู้สูงอายุ หากใครเป็นลูกหลานก็ต้องเตรียมเงินเผื่อส่วนนี้ด้วย แต่ก็ต้องคอยติดตามพฤติกรรมผู้ดูแลด้วยว่าปฎิบัติตัวอย่างไรกับผู้สูงอายุ บางคนทำตัวดีก็ไม่เป็นอะไร แต่บางคนทำร้ายผู้สูงอายุก็ต้องตักเตือน

    • เคยคุยกับคนที่ขายอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วย (คลิปข้างล่าง) เป็นอุปกรณ์สื่อสารทางสายตา เขาเล่าว่าลูกซื้อไปให้พ่อที่ป่วยเป็นอัมพาตทั้งตัว พูดไม่ได้ ขยับได้ที่เดียว คือ ดวงตา พอพ่อได้เครื่องนี้ไปก็เข้าโปรแกรมการพิมพ์เพื่อบอกว่าคนดูแลทุบตีเขาอย่างไรบ้าง สุดท้ายผู้ดูแลถูกไล่ออก    

SenzE : อุปกรณ์สื่อสารผ่านดวงตา สำหรับผู้ป่วยอัมพาต และสื่อสารลำบาก 

อภินิหารเงินออมไม่ได้รับค่าโฆษณาจากบริษัทนี้นะคะ แค่เคยเดินไปงานนวัตกรรมแล้วเจอเครื่องนี้ ลองเล่นดูแล้วรู้สึกว่าเล่นง่ายมาก ใช้สายตาแทนแทนเมาท์หรือมือที่จิ้มบนหน้าจอ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับครอบครัวที่มีผู้ป่วยที่สื่อสารลำบาก เครื่องมือนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดี หากสนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.meditechsolution.com/

เรื่องที่ 2 ถ้าเราเป็นผู้สูงอายุ…

ในวันที่เราต้องกลายเป็นผู้สูงอายุ ร่างกายเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น วางแผนแล้วรึยังว่าจะให้ใครมาดูแลเรา ถ้ามองโลกตามความเป็นจริงจะมีใครมาสวนทวารให้ในวันที่เราขับถ่ายเองไม่ได้ คอยหาอาหารมาวางไว้ให้ในวันที่เราลุกเดินไปไหนไม่ได้ หลายคนคิดว่าลูกหลานจะมาดูแล ถ้าเป็นไปตามที่คิดไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ามองร้ายที่สุดไม่มีใครดูแลเราล่ะจะเป็นอย่างไร มันก็ต้องมีแผนสำรองเป็นทางเลือกให้ตัวเอง อย่างเช่นบ้านพักคนชรา

บางคนมองว่าอย่ากังวลกับอนาคตให้เครียดจนเกินไป ควรอยู่กับ “วันนี้” มีความสุขอยู่กับปัจจุบันมากกว่า แต่เราอย่าลืมว่า “วันนี้ของเรา ก็เป็นวันนี้ของผู้สูงอายุ แล้ววันหนึ่งเราก็จะกลายเป็นผู้สูงอายุเช่นกัน” บทความนี้น่าจะทำให้เห็นภาพตัวเองในอนาคตมากขึ้นว่าจะเป็นอย่างไร เพื่อให้เราเตรียมพร้อมที่ต้องดูแลพ่อแม่ ญาติพี่น้องที่เป็นโสด รวมทั้งออกแบบชีวิตของตัวเองได้ในวัยเกษียณนะจ๊ะ

8 ของกินยอดนิยมที่ผสม ไขมันทรานส์

กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศอาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นของอันตราย!

กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศแบนไขมันทรานส์เพราะเป็นอันตรายแก่สุขภาพ และห้ามผลิต ห้ามจำหน่าย หรือนำเข้า ไขมันทรานส์จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน

ไขมันทรานส์คือ ไขมันชั้นเหลวที่อันตรายเป็นอันดับ 1 ของไขมันทั้งหมด เพราะเป็นไขมันอิ่มตัว เกิดจากการแปรรูปกรดไขมันโดยการเติมไฮโดรเจน

พบมากที่สุดในอาหารจำพวก เนยขาว คุกกี้ เค้ก เฟรนช์ฟรายส์ และโดนัท รวมไปถึงอาหารประเภททอดทั้งหลายนั้นมีไขมันทรานส์แอบแฝงอยู่เช่นกัน

8  ของกินยอดนิยมที่ผสม ไขมันทรานส์

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2561

” เก็งหวยงวดเอเชี่ยนเกมส์ กับสถิติย้อนหลัง10งวดล่าสุด สรุปเลขตัวเก็งจากทุกสำนัก และเหตุการณ์เด็ดพร้อมเอาไปตีเป็นตัวเลข “

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2561

1. สถิติย้อนหลังสิบงวด จากหลักการเก็งตัวเลขไม่ซ้ำกันติดต่อ10งวดล่าสุด ขณะนี้กองสลากได้ออกเลขอะไรไปบ้าง พร้อมสถิติตัวเลขที่ออกซ้ำกันมากที่สุดในแต่ละหลักให้คุณได้วิเคราะห์ความน่าจะเป็นในงวดนี้

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2561

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2561

2.
เก็งเลขเด็ดจากสถาบันเสี่ยงดวงชั้นนำ ในงวดนี้สถาบันเลขเด็ดชื่อดังได้บอกใบ้ คำนวณตัวเลขใดออกมาบ้าง ใช่เลขที่คุณตีความได้จากความฝัน หรือวงในแหล่งเลขเด็ดหรือไม่ หากศรัทธาสถาบันใดก็นำตัวเลขไปวิเคราะห์ต่อ หรือซื้อตามได้เลย

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2561

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2561

3. เหตุการณ์เด็ดวิเคราะห์ให้เป็นเลข นอกจากนี้เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันก็สามารถนำมาวิเคราะห์ให้เป็นตัวเลขได้ อย่างในช่วงนี้เป็นฤดูกาลแห่งการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ มาดูว่าเราจะมีฝีมือตีตัวเลขได้รับโชค เหมือนนักกีฬาที่มีฝีมือคว้าเหรียญรางวัลไปครองหรือไม่

เก็งหวยรวยเปรี้ยง ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2561

ซึ่งสามารถตีเป็นเลขจากความฝันที่ฝันถึงกีฬาต่างๆ เช่น ฝันว่าเล่นวอลเล่ย์บอลจะได้เลขเด่น คือ 4 หรือ 9 หากฝันว่าว่ายน้ำจะได้เลขเด่น คือ 6 หรือ 8 และถ้าหากฝันว่าเตะตะกร้อ จะได้เลขเด่น คือ 1 2 3 9 ซึ่งเลขดังกล่าวสามารถนำไปจับกับเลขอื่นๆใดตามความชอบ หรือหากจะตีเลขจากการแข่งขันกีฬาต่างๆที่คุณกำลังติดตาม นอกจากเชียร์เอาสนุกแล้วยังต้องใช้ทักษะการสังเกตควบคู่กันไป อย่างเช่น จำนวนเหรียญรางวัลที่ได้จากการแข่งขัน ไม่ว่าจะเหรียญทอง หรือเหรียญรวม เหรียญของประเทศไทย หรือเหรียญของประเทศที่ท่านสนใจก็เลือกสรรได้ตามใจชอบ หรือจะสังเกตจากหมายเลขเสื้อนักกีฬาที่เป็นดาวเด่นดาวรุ่ง คนที่ท่านสนใจเพราะมักจะมีออร่าแห่งความสำเร็จ นำพาความโชคดีต่างๆ ดังนั้นการสังเกตตัวเลขที่เกี่ยวข้องก็ถือเป็นสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้

การเก็งตัวเลขเป็นเพียงการคาดเดา ทั้งนี้ต้องใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล ความฝัน โชคชะตารวมถึงบุญกุศลประกอบกัน  ควรซื้ออย่างไม่เดือดร้อนต่อตนเอง และคนรอบข้าง และเชียร์กีฬาอย่างสนุก ไม่หัวร้อนจริงจังจนเกินไปนะจ้ะ

CREDIT : https://lotto.mthai.com/dream/

   http://www.korhuay.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save