เก็บเงิน 1,000,000 ยังไงให้ทันใช้ในชาตินี้?

“ถุงเงิ๊นนนน ไว้รอเก็บเงินได้สักล้านนึงแล้วจะพาไปเที่ยวต่างประเทศเอาม๊ะ”

เฮ้อ เจ้านายหยอดกระปุกแค่เดือนละสองพัน

กว่าจะได้ถึงหนึ่งล้าน ถุงคงจิขาดใจตายไปก่อนแล้ว!

ถุงอ่ะก็เคยได้ยินมาว่าการเก็บเงินล้านแรกเนี้ย

มันยากมากกกกก วันนี้ถุงเลยจะมาบอกว่า

ถ้าเก็บเงินเดือนละสองพันจะต้องใช้เวลากี่ปี

สมมติว่า เจ้ามะนุดทั้งหลายเก็บเงินเดือนละสองพันไว้ในกระปุก 

มะนุดต้องใช้เวลาเก็บกว่า 38 ปี !!!

โอ้โห้ กว่าจะได้ล้านแรกถุงคงต้องตายแล้วเกิด

ตายแล้วเกิดไปหลายรอบแย้ววว

หากเจ้ามะนุดออมโดยลงทุนในกองทุนตราสารหนี้

ที่มีผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี

จะต้องใช้เวลาเก็บ 27 ปี

แต่หากออมโดยลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว

ที่มีผลตอบแทนประมาณ 10 % ต่อปี

มะนุดจะต้องใช้เวลาเก็บ 16 ปี

ก็นับว่าไม่ห่างไกลมาก (มั้ง?)

เก็บเงิน 1,000,000 ยังไงให้ทันใช้ในชาตินี้?

ถึงถุงจะเป็นแมวเก้าชีวิตแต่กว่าเจ้านาย

จะเก็บเงินถึงหนึ่งล้านเนี่ยยยย

ถุงก็คงจะไปนอนรออยู่ใต้ต้นมะม่วงแล้ววว TT

นี่ขนาดถุงยังไม่ได้คิดอัตราเงินเฟ้ออีก 3% เลยนะเนี่ยย

แม้การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้และกองทุนรวมหุ้น

จะได้รับผลตอบแทนเยอะกว่าการออมในบัญชีออมทรัพย์

แต่อย่าลืมว่า “การลงทุนมีความเสี่ยงนะจ๊ะ”

เจาะลึกกองทุน “KFGOOD” ตราสารหนี้ หุ้น REITs INFRAs ครบจบในกองทุนเดียว เพื่อชีวิตดีเว่อร์ จาก บลจ.กรุงศรี

สวัสดีครับผม กลับมาเจอกันอีกแล้วนะครับ กับผมยอดมนุษย์กองทุน ผู้ชายหน้านุ่มที่จะทำให้คุณรู้จักกองทุนใหม่ ๆ เป็นประจำ กับหน้าที่เด่นหน้าที่เดิมที่คอยเสริมประเด็นประจำรายการกองทุนไหนดีอีกแล้วครับผม

สำหรับวันนี้ เป็นอีกกองทุนหนึ่งที่น่าสนใจเช่นเดียวกันครับ นั่นคือ KFGOOD หรือ กองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดีเว่อร์ สำหรับคนที่มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว เก็บเงินสร้างครอบครัว เก็บไว้ให้ลูก วางแผนเกษียณ หรือตอบโจทย์ทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายและสบายใจแง่ของการใช้ชีวิตครับ เรียกว่า ง่าย ครบ และจบในกองทุนเดียวครับ 

ในส่วนของตอนนี้ ผลตอบแทนในการลงทุน ตอนนี้นั้นยังไม่สามารถบอกได้ครับ เนื่องจากกองทุนนี้เป็นกองทุนใหม่ IPO ที่เพิ่งเสนอขายไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา แต่ก็ได้เปิดขายหลัง IPO ไปตั้งแต่ 11 มิถุนายน 2561 นี้ครับ แต่เราจะไปดูกันที่เรื่องของนโยบายการลงทุนกันครับ กองทุนนี้จะมีการจัดนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกันไปดังนี้

จุดที่น่าสนใจของกองทุนนี้ คือ การลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงกว่าครับ ทั้งตราสารหนี้คุณภาพดี ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ อย่างน้อย 50% เพื่อรักษาความสม่ำเสมอของผลตอบแทน และลดความเสี่ยงยามตลาดผันผวน นอกเหนือจากนั้นจึงแบ่งสัดส่วนไปลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REITs และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยสัดส่วน 0 – 50% เพื่อให้เงินลงทุนมีโอกาสเติบโตได้เร็วขึ้นครับ

แนวคิดการบริหารสัดส่วนการลงทุนจะปรับให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดจากการตัดสินใจของผู้จัดการกองทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนรวมที่สูงขึ้น  ด้วยระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมครับ

ตัวอย่างการปรับสัดส่วนผลตอบแทน จะเห็นว่าพื้นฐานนั้นจะอยู่ที่ตราสารหนี้ ส่วนที่เหลือจะปรับเปลี่ยนตามโอกาสที่เหมาะสมครับ และนอกจากนั้นทาง บลจ. เองยังมีการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในมุมมองของสภาวะตลาดที่แตกต่างกันไปครับ

จากรูปจะเห็นว่ากองทุนนี้โดยปกติ หากอยู่ในภาวะที่หุ้นไปได้ด้วยดี หรือมีแนวโน้มการเติบโตสูงก็จะให้สัดส่วนหุ้น และ REITs + INFRAs ประมาณ 50% ของพอร์ตครับ แต่ถ้าหากอยู่ในช่วงที่ตลาดผันผวนเป็นขาลงมาก ๆ กองทุนก็สามารถที่จะปรับสัดส่วนตราสารหนี้ไปได้ถึง 100% เลยล่ะครับ ถ้าพูดง่าย ๆ ภาพรวมของผลตอบแทนของกองทุนนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 – 7% และถ้าหากในช่วงที่ตลาดผันผวนก็คาดว่าผลตอบแทนน่าจะชนะเงินเฟ้อได้ไม่ยากนักครับ

ทีนี้มาถึงเรื่องของ Investment Process กันบ้างครับ สำหรับกระบวนการลงทุนในหุ้นนั้น ทาง บลจ. กรุงศรีก็ยังมีแนวคิดตามรูปด้านล่างนี้ครับ

เห็นไหมครับว่าจริง ๆ แล้ว การลงทุนนั้นจะเน้นการคัดเลือกจากสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานดีเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพบปะผู้บริหารของบริษัทฯ รวมถึงการวิเคราะห์งบการเงินต่าง ๆ ก่อนที่จะนำเข้าไปพิจารณาโดยคณะกรรมการการลงทุนอีกที เพื่อให้ได้หุ้นที่ดีที่สุดครับ

ค่าธรรมเนียม

สุดท้ายสำหรับค่าธรรมเนียมนั้น แนวทางการพิจารณาของยอดมนุษย์กองทุนอย่างผม มักจะดูที่ค่าธรรมเนียมรวม หรือ Total Expense Ratio เป็นหลักครับ โดยกองทุนนี้มีค่าธรรมเนียมรวมอยู่ที่ 1.42% ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำครับ แม้ว่าจะเป็นกองทุนแบบผสมก็ตาม แต่อย่างไรก็ดีกองทุนนี้มีการเก็บค่าธรรมเนียมการขายที่ 0.65% ด้วยครับ

ส่วนจำนวนเงินซื้อขั้นต่ำนั้น เรียกได้ว่าเป็นกองทุนสำหรับประชาชนเลยล่ะครับ เพราะครั้งแรกและครั้งต่อ ๆ ไป อยู่ที่ 1,000 บาทเท่านั้นครับ 

สรุปอีกที .. กองทุนนี้เหมาะกับใคร

ตามธรรมเนียมของรายการครับผม นอกจากรีวิวกองทุนแล้วเรายังต้องบอกว่า กองทุนนี้เหมาะกับใคร เพื่อที่จะได้เลือกซื้อได้ตามเหมาะสมครับ ซึ่งผมมองแล้ว กองทุนนี้เหมาะสำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนในระดับปานกลาง เพราะมีการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท และมีอายุในการลงทุนที่ยาวนานระดับหนึ่งหรือใช้เป็นกองทุนหลักในการวางแผนเกษียณก็ได้ครับ แล้วค่อยไปลงทุนในกองทุนอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้เพิ่มผลตอบแทนตามที่ต้องการ

อีกกลุ่มหนึ่งที่ผมมองว่าเหมาะสมกับการลงทุนน่าจะเป็นวันที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ที่ต้องการเป้าหมายจากการลงทุนในระยาว อย่างน้อย 3 – 5 ปีขึ้นไปครับ 

อ้อ .. อีกประเด็นหนึ่งที่ลืมบอกไป กองทุนนี้ไม่มีการจ่ายปันผลนะครับ ดังนั้นอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ต้องการกระแสเงินสดเรื่อย ๆ แต่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้กองทุนสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องมากกว่าครับ

ถ้าหากใครสนใจกองทุน KFGOOD  หรือ กองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดีเว่อร์นั้น สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี่ KFGOOD หรือใครที่อยากฟัง Insight กองทุนจากทีมบริหารกองทุนจากทาง บลจ.กรุงศรี ดูรายการ กองทุนไหนดี Special Interview ตอน KFGOODได้ที่ https://youtu.be/WzVOJkIPKkw

ดึงสติก่อนวางแผนภาษี อย่าเชื่อ “เทคนิค” มากมายที่ทำไม่ได้จริง

อยากวางแผนภาษีให้เสียน้อยๆ ลองใช้เทคนิคต่างๆ แบบนี้สิ เป็นคำพูดที่ง่าย ไว และรวดเร็ว แต่ว่าในบางทีมันมีปัญหาที่ซ่อนอยู่

ถ้าใครเข้าใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะเห็นว่าทฤษฏีวางแผนภาษีนั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไร ขอเพียงทำให้ตัว “เงินได้สุทธิ” (ตัวที่มาคิดภาษี) น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แค่นั้นก็ง่ายแล้ว

แต่ประเด็นคือ เทคนิคต่างๆที่ว่ามีข้อจำกัดอะไรแบบไหน และข้อควรระวังที่ทำให้เรามีปัญหามากขึ้นบ้างหรือเปล่า วันนี้พรี่หนอมถือโอกาสมาตีแผ่เล่าให้ฟังครับ

ย้ำอีกทีว่า วิธีเหล่านี้ไม่ใช่ไม่ได้ผล แต่เขียนมาบอกว่าอย่าสับสนที่จะใช้วิธีนี้ได้จริงๆทั้งหมด เพราะการวางแผนภาษีมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นเยอะจ้า

ถ้าแยกการคำนวณเงินได้สุทธิออกมา จะเห็นว่ามีองค์ประกอบคือ รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน

อยากให้ตัวเลขโดยรวมออกมาน้อย มันก็มีอยู่ 3 ทาง คือ ลดรายได้ เพิ่มค่าใช้จ่าย เพิ่มค่าลดหย่อน นั่นแหละจ้า แต่ที่พรี่หนอมกำลังจะบอกก็คือว่า มันไม่ง่ายเลยครับผม

เปลี่ยนรายได้ให้เป็นรายได้ยกเว้น จะเปลี่ยนยังไง ในเมื่อทุกวันนี้รายได้ไม่ยกเว้นภาษี

เพราะรายได้ที่ยกเว้นภาษี มีแต่รายได้จากการลงทุนต่างๆ กำไรจากการขายหุ้น ขายกองทุน ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ดอกเบี้ยสหกรณ์ สลากออมสิน หวยบนดิน ฯลฯ

ประเด็นคือจะเปลี่ยนยังไงฟระ ในเมื่อทุกวันนี้ไม่มีเงินลงทุน ต้องทำมาหากินอยู่ไงจ๊ะ

กระจายรายได้คนละปี ก็ลดภาษีได้ เพราะคำนวณภาษีใช้เกณฑ์เงินสด และคิดเป็นรายปี เพียงแค่แบ่งเงินรายได้ปีนี้ แล้วขอให้จ่ายเงินได้ปีหน้าแทน ก็จะช่วยลดรายได้ในปีนี้ได้แล้ว

คำถามคือ ปีหน้ารายได้พี่จะน้อยลงหรือเปล่า และคนที่จ่ายน่ะ มันจะยอมหรือเปล่า เพราะมันก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายปีนี้ และที่สำคัญคือ ถ้าคนจ่ายเจ็งขึ้นมาหรือหนีหายไป ระวังจะไม่ได้จบแค่ประหยัดภาษีนะ แต่จะไม่มีรายได้ด้วยอ่ะจ้า

Final Tax คือ เลือกให้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ แทนการคำนวณภาษี ปัจจุบันก็มีรายได้ประเภท เงินปันผล ดอกเบี้ย ขายอสังหาริมทรัพย แล้วจะไปวางแผนได้ยังไงเล่า ทุกวันนี้ตรูทำมาหากินปกติ รับเงินเดือนธรรมดา จะมา Final อะไรได้ไหม ถ้าไม่มีก็ทำอะไรไม่ได้หรอกจ้า

แยกหน่วยภาษี หาคนมารับเงินแทน ตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคล ขอโทษทีคิดแบบนี้ได้แล้วดูเจ๋ง แต่จริงๆแล้วมันเซ็งตรงไหนรู้ไหม

– ให้คนอื่นมามีรายได้แทนแบบผิดกฎหมาย ไม่ได้มีจริง โดนตรวจสอบขึ้นมาก็โดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มอยู่ดี หรือฟ้องอาญาได้นะจ๊ะ แหม่

– ห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล เสียภาษี 2 ต่อนะรู้ไหม กฎหมายออกมาตั้งแต่ปี 2557 คนเขาไม่ตั้งกันแล้ว เพราะมันเสียภาษี 2 ต่อ ทั้งกำไรของตัวเอง และแบ่งกำไรอีก แถมยังต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยนะ

จะเห็นว่าแตกหน่วยภาษี แยกหน่วยออกมาน่ะประหยัดโคตรไว แต่ประเด็นที่ไม่มีใครใส่ใจคือ มันทำได้จริงไหม และถ้าโดนจับได้จะทำยังไงมากกว่า

โอนรายได้ให้คนในครอบครัว จดสิทธิ์เก็บกิน วางแผนประหยัดภาษีได้จริง แต่ระวังศึกชิงทรัพย์นะจ๊ะ หลักการเดียวกันกับข้อก่อนหน้านี้เป๊ะเลยจ้า

เปลี่ยนรายได้ให้เป็นกลุ่มที่หักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เพราะรายได้แต่ละประเภทหักไม่เท่ากัน เงินเดือนหักได้แสนเดียว ขายของออนไลน์หักได้ 60% หรือตามจริง เอ้าพวกเราไปขายของออนไลน์กันดีกว่า

ถ้าคิดแบบนี้จริงๆ แวะกินยาและพบแพทย์ก่อนนะครับ

อยากวางแผนภาษี สิ่งแรกที่ต้องมีคือเงิน อยากลดหย่อนให้เต็มที่ สุดท้ายประเด็นคือมีเงินหรือเปล่า เพราะค่าลดหย่อนมันต้องใช้เงิน ดังนั้นอย่าประหยัดภาษีจนไม่มีสติเลยนะจ๊ะ

อยากประหยัดภาษีจริงๆ พรี่หนอมแนะนำ 3 วิธีนี้

1. คำนวณภาษีให้เป็น รู้ว่าตัวเองเสียเท่าไร

2. มีเงินกระแสเงินพอลดหย่อนไหม

3. หาทางประหยัดและวางแผนตามที่เหมาะสมจริงๆ

แค่นี้ก็ประหยัดได้แล้ว ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรมากมายหรอก อันนี้ขอบอกจากใจ

อย่าลืมกดติดตามเพจ TaxBugnoms

หรือแอดไลน์เป็นเพื่อนกันที่ https://line.me/ti/p/@taxbugnoms ด้วยนะครับ

MISSISSIPPI COMPANY – บริษัทผลิตเงิน (ไม่) จำกัด มหาชน

ฟองสบู่แห่งความหายนะสามารถเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่บนโลก เพียงแค่พื้นที่นั้นมีความโลภ

จากความเดิมตอนที่แล้ว เราได้รู้จักมหากาพย์แห่งความโลภที่เกิดขึ้น ณ ประเทศอังกฤษในเหตุการณ์ South Sea Company และในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้นเอง ที่ประเทศฝรั่งเศสก็มีวิกฤตฟองสบู่ครั้งใหญ่เกิดขึ้น ในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งหายนะครั้งนี้มีสาเหตุมาจากบริษัทที่ชื่อว่า Mississippi Company และนักเศรษฐศาสตร์เจ้าปัญญานามว่า จอห์น ลอว์

ว่ากันว่า..นี่คือชนวนความล่มสลายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส

และเป็นต้นกำเนิดของการปฏิวัติฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นในปี 1715 รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจที่เลวร้าย ค่าเงินในประเทศผันผวนอย่างรุนแรง ประชาชนประสบปัญหายากจนข้นแค้น แถมยังมีหนี้สินก้อนใหญ่ที่เหลือจากการทำสงครามกับอังกฤษ (ถ้าจำกันได้วิกฤตฟองสบู่ที่เกิดขึ้นในอังกฤษก็มีสาเหตุมาจากสงครามนี่แหละ)

เป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะหาทางออกทั้งหมดด้วยตัวเอง จึงตัดสินใจจ้าง “จอห์น ลอว์” นักเศรษฐศาสตร์ชาวสก๊อตแลนด์เข้ามารับหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการเงินของประเทศ โดยมอบหมายภารกิจสำคัญ คือ การกอบกู้เศรษฐกิจของฝรั่งเศสให้อยู่รอดให้ได้

ลอว์ ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่ศรัทธาในเรื่องของธนบัตรอย่างแรงกล้า เขาเชื่อในระบบเศรษฐกิจที่แลกเปลี่ยนด้วยกระดาษมากกว่าโลหะมีค่าอย่างทองคำ ซึ่งในสมัยนั้นเขายังไม่เคยเจอระบบเศรษฐกิจที่ไหนบนโลกใช้นโยบายการเงินแบบที่เขาเชื่อ ประจวบเหมาะกับฝรั่งเศสจ้างเขาเข้ามาทำหน้าที่สำคัญพอดี

เวลานี้จึงเป็นโอกาสทองที่ลอว์จะสามารถทดสอบนโยบายของเขาได้อย่างเต็มที่…

ในปีต่อมา (1716) ฝรั่งเศสได้จัดตั้งธนาคารกลางขึ้นมาเพื่อรับฝากทองคำจากประชาชน โดยจะพิมพ์ธนบัตรกระดาษที่เป็นตัวแทนมูลค่าทองคำให้กับประชาชน ธนบัตรแต่ละใบจะมีค่าผูกไว้กับทองคำ ทำให้ชาวฝรั่งเศสยอมรับในการใช้ธนบัตร และเริ่มให้ความเชื่อมั่นกับระบบนี้

ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นนโยบายที่ได้รับการสนับสนุนจากลอว์ แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่มีกฎหมายรองรับว่าธนบัตรนั้นจะสามารถใช้ชำระหนี้ได้…

ต่อมาในปี 1717 จอห์น ลอว์ ก็ได้เข้าซื้อบริษัท Mississippi Company บริษัทที่ได้รับสัมปทานแต่เพียงผู้เดียวในการค้าขายกับอเมริกาเหนือบริเวณแม่น้ำมิสซิสซิปี ซึ่งในขณะนั้นเป็นพื้นที่อาณานิคมของฝรั่งเศส ก่อนจะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “Compagnie d’Occident” โดยการเข้าซื้อบริษัทของลอว์ในครั้งนี้ได้รับการเห็นชอบและแรงสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสด้วย

เนื่องจากบริษัท Mississippi ได้รับสัมปทานในการค้าขายที่อเมริกามาตั้งแต่แรก บริษัทยังเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติขนาดใหญ่พื้นที่อาณานิคมที่อเมริกาอีกด้วย นอกจากนี้การที่ Mississippiมีลอว์เป็นเจ้าของ จึงทำให้บริษัทเป็นผู้ควบคุมการเงินทั้งหมดของประเทศฝรั่งเศส ทั้งสิทธิในการผลิตเงินตรา และการเก็บภาษีภายในประเทศฝรั่งเศสทั้งหมด

ภาพรวมของ Mississippi  Company จึงดูดีแบบสุดๆ!!

และแล้วฟองสบู่ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในต้นปี 1719 เมื่อแผนของลอว์ที่จะปรับโครงสร้างหนี้ให้กับรัฐบาลฝรั่งเศสเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งเป็นแผนการแบบเดียวกันกับที่ South Sea Company ปลดหนี้ให้รัฐบาลอังกฤษ

ลอว์ใช้บริษัท Mississippi รับซื้อหนี้ของรัฐบาลที่อยู่ในรูปพันธบัตรมาจากประชาชน โดยแลกกับหุ้นสามัญของบริษัท ซึ่งในขณะนั้นบริษัท Mississippi เป็นที่เชื่อมั่นของชาวฝรั่งเศสว่าเป็นบริษัทที่ดีและมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง

ในตอนเริ่มต้นหุ้นของบริษัทถูกจำหน่ายให้กับประชาชนในราคา 500 ลีฟวร์ส แต่เนื่องจากชาวฝรั่งเศส ต้องการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตร โดยมีโอกาสรวยจากการเติบโตของบริษัท Mississippi ในอนาคต อุปสงค์ของหุ้นจึงมีมากขึ้น ในขณะที่หุ้นสามัญมีจำนวนจำกัด ราคาหุ้น Mississippi จึงพุ่งไปแตะ 10,000 ลีฟวร์ส ภายในเวลาไม่นาน

สาเหตุสำคัญที่ช่วยผลักดันราคาหุ้นขึ้นมา ไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยการพิมพ์ธนบัตรออกมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้เงินในมือประชาชนมีมากขึ้น ราคาหุ้นและสินค้าต่างๆ ภายในประเทศฝรั่งเศสจึงเฟ้อขึ้นอย่างรุนแรง

โดยหารู้ไม่ว่า…ณ เวลานั้นธนบัตรถูกพิมพ์ออกมามากกว่าปริมาณทองในคลังของฝรั่งเศสหลายเท่าตัว

หายนะจึงเกิดขึ้นเมื่อคนที่ร่ำรวยและมีธนบัตรในมือมากมาย ต้องการแลกธนบัตรกลับมาเป็นทองคำ แต่ลอว์ดันกำหนดจำนวนเงินที่จะให้แลก เพราะปริมาณทองคำในระบบมีไม่เพียงพอนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นสัมปทานการค้าที่บริษัทได้มากลับไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดไว้

เพราะที่อเมริกาไม่มีทองคำจำนวนมหาศาลอยู่จริงอย่างที่เคยเชื่อกัน

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ราคาของหุ้น Mississippi ร่วงลงอย่างรวดเร็ว และมูลค่าของธนบัตรที่อยู่ในมือของประชาชนก็ลดลงตามความเชื่อมั่นที่หายไป ความมั่งคั่งของคนที่มีทั้งหุ้นและธนบัตรในมืออย่างอู้ฟู่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ในปีต่อมาอัตราเงินเฟ้อของฝรั่งเศสสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย (ราวๆ 23% ต่อเดือน) เพราะเงินในระบบมีอยู่มากและไม่หายไปไหน ธนบัตรที่ประชาชนถืออยู่ไร้ค่าไปในทันทีหลังจากที่ธนาคารกลางออกมายอมรับว่า โลหะมีค่าในคลังของประเทศนั้นมีไม่พอ และหยุดผลิตธนบัตรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ราคาหุ้นของ Mississippi ก็ร่วงลงจาก 10,000 ลีฟวร์ส กลับมาเหลือ 500 ลีฟวร์ส จนไม่เหลือค่าอะไรภายในระยะเวลาไม่นาน

หลังจากโป๊ะแตกทำประเทศคนอื่นเสียหาย ลอว์ก็หายตัวไปจากประเทศฝรั่งเศสอย่างไร้ร่องรอย

ความเป็นจริงนโยบายของลอว์เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน เพียงแต่ว่าโร้ดแมพการปลดหนี้ให้ประเทศฝรั่งเศสของเขาในยุคนั้นค่อนข้างจะ Aggressive เกินตัวไปมาก เพราะธนบัตรกระดาษในยุคนั้นเป็นเรื่องใหม่ที่ยังมีคนให้ความเชื่อมั่นอยู่น้อย การพิมพ์ธนบัตรจนเกินตัวทำให้ผลเสียหายเกิดตามมาอย่างรุนแรง

ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่สามารถบอกกับเราได้ว่า

ฟองสบู่ที่เกิดขึ้นมักจะใช้เวลาก่อตัวอย่างช้าๆ แต่เมื่อมันแตกเมื่อไหร่ ผลเสียหายที่ตามมาก็เปรียบได้เหมือนฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นเพียงพริบตา แต่ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงมหาศาล และสร้างแผลเป็นที่ไม่อาจรักษาให้หายไปได้โดยง่ายครับ

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 18-22 มิถุนายน 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุน ยุค Digital กลับมาแล้วครับ

สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นที่น่าสนใจยังเป็น “ซื้อ” หุ้นไทย “สะสม” ต่อไปคือหุ้นจีน เหมือนกันกับสัปดาห์ก่อน และทำไมถึงมีเหตุผลแบบนั้น ลองมาดูกันครับผม

สรุปประเด็นทุกตลาดสำคัญทั้งหมด และติดตามได้ในบทความนี้เลยครับ

Focus ประเทศน่าลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 18-22 มิถุนายน 2561

สัปดาห์นี้ผมยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มประเทศส่งออกอย่างไทย และสะสมหุ้นจีนเหมือนเช่นเคยครับ

  • Focus : ไทย จีน
  • ความน่าสนใจ : โอกาสในการส่งออกยังสดใส สะท้อนถึงความต้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น

Scan การปรับตัวตลาดหุ้นทั่วโลก

  • สัปดาห์นี้ สถานการณ์ยังคล้ายกับสัปดาห์ก่อนครับ ผมยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นประเทศที่มีสัดส่วนการส่งออกในระดับสูง เช่น เกาหลีและไทย จากดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีนที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความต้องการนำเข้าสินค้า เป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจประเทศที่เน้นการส่งออก ส่วนประเทศอื่นๆ สามารถทยอยสะสมได้เช่นกันครับ
  • ส่วนทางฝั่งตราสารหนี้ แนะนำตราสารหนี้ระยะสั้น High Yield สหรัฐฯ จากเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง บวกกับนโยบายลดภาษี จะทำให้โอกาสในการผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชนลดลงครับ
  • อย่างไรก็ดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 8-0 ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bps เป็น 1.75-2.00% และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงนโยบายการเงินเดิมตามคาด โดยจะยังคงเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ 3 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนไปจนถึงเดือน ก.ย. และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป สองฝั่งนี้จะมีผลต่ออย่างไร ต้องติดตามกันต่อไปด้วยนะครับ

Insight ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

สำหรับฝั่งสหรัฐฯ แม้ว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ผมมองว่าสัปดาห์นี้ยังสะสมหุ้นสหรัฐฯได้อยู่ครับ เนื่องจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จากการบริโภคในประเทศและการลงทุนเอกชน ที่สำคัญนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะส่งผลบวกต่อการขยายตัวเศรษฐกิจต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนต่อไปอยู่ครับ

สรุปสั้นๆ : ทะยอยสะสมต่อครับ

Insight ตลาดหุ้นยุโรป

เนื่องจากพรรคการเมืองอิตาลีมีท่าทีประนีประนอมต่อกันมากขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทำให้โอกาสที่จะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่มีมากขึ้น และลดความไม่แน่นอนทางการเมืองลง ดังนั้นสถานการณ์โดยรวมเหมือนจะเป็นโอกาสให้เราสะสมต่อได้ครับผม ประกอบกับการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้พอมั่นใจว่าตลาดทุนยังสามารถไปต่อได้อยู่ครับ

สรุปสั้นๆ : กลับมาทยอยสะสมได้ครับ

Insight ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะดูเหมือนผันผวนเล็กน้อย แต่สัปดาห์นี้ผมยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นญี่ปุ่นต่อไปครับ เนื่องจากมุมมองเดิมตามสองสัปดาห์ก่อนยังคงอยู่เหมือนกันครับ ทั้งทางธนาคารกลางญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มที่จะคงมาตรการ QE ต่อไปเนื่องจากเศรษฐกิจไตรมาสแรกของญี่ปุ่นกลับมาหดตัวลง -0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นครับ

คงต้องรอดูกันต่อไปว่าไตรมาสต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่สถานการณ์โดยรวมแล้วสามารถไปต่อได้ สะสมต่อไปเรื่อยๆ ได้ครับผม

สรุปตอนนี้ ยังทยอยสะสมต่อไปได้ครับ ลุยครับผม

Insight ตลาดหุ้นอินเดีย

หลังจากในช่วงที่ผ่านมาราคาได้มีการปรับฐานจากความกังวลต่อนโยบายการจัดเก็บภาษีจากกำไรการขายหุ้นแล้ว ตอนนี้นักวิเคราะห์ได้มีการปรับประมาณการรายได้ของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยให้สะสมต่อไปได้แล้วครับผม

สรุปสั้นๆ : ทยอยสะสมต่อได้เลยครับ

Insight ตลาดหุ้นเกาหลี

ผลจากตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของเดือนที่ผ่านมาของประเทศคู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐฯ และจีนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนภาคการส่งออกเกาหลี โดยตลาดหุ้นเกาหลีมักปรับตัวขึ้นในช่วงที่ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ

สรุปสั้นๆ : ทยอยสะสมต่ออยู่จ้า

Insight ตลาดหุ้นไทย

แม้ว่าหุ้นไทยจะทำให้ใครหลายคนใจสั่นในตอนนี้ แต่มุมมองของผมที่มีต่อเศรษฐกิจในประเทศที่มีสัญญาณดีขึ้นจากทั้งการบริโภคครัวเรือน และการลงทุนเอกชน จะช่วยให้รายได้บริษัทจดทะเบียนในภาพรวมยังคงขยายตัวได้ดีขึ้นครับ

อย่างที่บอกไว้ครับว่า.. ตอนนี้มาถึงจุดที่ตลาดซึมซับข่าวร้ายไว้ส่วนหนึ่งแล้วครับ ดังนั้นเหมือนเป็นโอกาสที่จะแนะนำให้ซื้อ เพราะปัจจัยอื่นๆ ยังเป็นบวกหมดต่อตลาดหุ้นไทยครับ

สรุปสั้นๆ : สดใสขนาดนี้ ผมว่ากดซื้อกันต่อไปครับ

Insight ตลาดหุ้นจีน

แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นจีน ที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภคจีน ซึ่งผลประกอบการมีแนวโน้มขยายตัวสูง ตามรายได้เฉลี่ยของผู้บริโภคจีนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มที่เป็น New Economy ทีกำลังมาแรงในขณะนี้ครับ

สรุปสั้นๆ : ทยอยสะสมต่อไปได้เลยครับ

แนะนำการลงทุนประจำสัปดาห์ จากอัศวินกองทุน

  • ตลาดตราสารทุน : สะสมได้ทุกตลาด ทั้งหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป, ไทย, H-Share, A-Share, หุ้นเกาหลี และอินเดีย
  • ตลาดตราสารหนี้ : แนะนำลงทุนตราสารหนี้ High Yield สหรัฐฯ ส่วนตราสารหนี้ไทยแนะนำให้ซื้อตราสารหนี้ไทยช่วงอายุ 1-3 ปี
  • สินทรัพย์ทางเลือก : ทยอยสะสมทั้งทองคำและน้ำมัน

เรามาดูสัดส่วนการลงทุนที่แนะนำประจำสัปดาห์กันบ้างครับ

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงต่ำ

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นไทย 12%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 44%
  • ตราสารหนี้ไทย 44%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นไทย 15%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 40%
  • ตราสารหนี้ไทย 45%

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงกลาง

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นต่างประเทศ 24%
  • หุ้นไทย 30%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 20%
  • ตราสารหนี้ไทย 20%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 6%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นต่างประเทศ 24%
  • หุ้นไทย 32%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 16%
  • ตราสารหนี้ไทย 22%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : ทองคำ 3%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : น้ำมัน 3%

สัดส่วนการลงทุนประจำสัปดาห์ : ระดับความเสี่ยงสูง

พอร์ตการลงทุนระยะยาว

  • หุ้นต่างประเทศ 40%
  • หุ้นไทย 42%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 5%
  • ตราสารหนี้ไทย 5%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 8%

พอร์ตการลงทุนระยะสั้น

  • หุ้นต่างประเทศ 40%
  • หุ้นไทย 44%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 3%
  • ตราสารหนี้ไทย 5%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : ทองคำ 4%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ : น้ำมัน 4%

หมายเหตุ : “ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2561

ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำโดย นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป โดยข้อคิดเห็นและบทความในเอกสารฉบับนี้ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ผู้ใช้ข้อมูลนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง

อ่านบทความ อัศวินกองทุน ย้อนหลัง 1 สัปดาห์ :  https://aommoney.wpenginepowered.com/stories/อัศวินกองทุน/สรุปภาพรวมการลงทุน-ช่วงวันที่-11-15-มิถุนายน-2561-weekly-outlook-กับอัศวินกองทุน/1925

(Review) “พร้อมพงษ์” กับโอกาสการลงทุนในคอนโดเพื่อปล่อยเช่าชาวต่างชาติ กับ “PARK24” ที่ดินขนาดใหญ่ผืนสุดท้ายบนถนนสุขุมวิท 24

สวัสดีครับเพื่อน ๆ นักลงทุนของ Fan Page TarKawin ช่วงนี้หลายๆ คนก็บ่นเหลือเกินว่าหุ้นมีความผันผวนเยอะมาก อยากจะกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในทรัพย์สินอื่น ๆ บ้างจะทำอะไรดี? แบ่งเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่างเช่นคอนโดฯ ดีไหม?

วันนี้โอกาสดีผมก็เลยจะมา Review คอนโดมิเนียม Park 24 บน ทำเลศักยภาพ ‘’พร้อมพงษ์’’  ซึ่งทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าแถวๆนี้คือ Super Prime Location ที่รายล้อมด้วย Super Luxurious Brand จากทั่วโลก กว่าหนึ่งพันแบรนด์ บนทำเล THE EM District   ย่านที่มีความชิค ๆ ความเก๋ ๆ ที่มีความเป็นคนเมืองที่ทันสมัย เวลาบอกใครต่อใครว่าฉันมีคอนโดฯแถวพร้อมพงษ์นะเธอ ฟังแล้วมันดูเท่อ่ะ จริงมะ ๆ

โครงการ  PARK24  เป็นโครงการ Luxurious Modern บนที่ดินขนาดใหญ่กว่า กว่า 10 ไร่ ผืนสุดท้ายบนถนนสุขุมวิท 24

ของ Origin property นะครับ โครงการนี้อยู่ในย่านไลฟ์สไตล์ ที่รายล้อมด้วยร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต และร้านค้าของชาวญี่ปุ่น มีกลิ่นอายความเป็น “Japanese Village” ที่ให้อารมณ์ความเป็น Home town ของชาวญี่ปุ่นที่อพพยครอบครัวมาทำงานในบริษัทเอกชนชั้นนำ ในประเทศไทย

รายล้อมด้วยร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต และร้านค้าของชาวญี่ปุ่น
มีกลิ่นอายความเป็น “Japanese Village”

และที่สำคัญละแวกนั้นคนต่างชาติเยอะมาก มีทั้งจีน ทั้งญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นนะมาทำกิจการกันเยอะจริง สังเกตง่าย ๆ จากจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นได้เลย เวลาคนญี่ปุ่นย้ายมาทำงานที่กรุงเทพก็นิยมพักกันแถวนั้นล่ะ บางทีก็มากันทั้งครอบครัว คุณพ่อก็ไปทำงานในออฟฟิศ คุณแม่ก็เป็นแม่บ้านซื้อของแถวเอ็มโพเรียม ส่วนลูกก็ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนนานาชาติ ทุกกิจกรรมเกิดขึ้นแถวพร้อมพงษ์ทั้งนั้น

“บริเวณนี้ จึงเป็นทำเลที่น่าสนใจที่สุดหากเราต้องการลงทุนคอนโดฯ เพื่อปล่อยเช่าคนญี่ปุ่น นะครับ”

เดี๋ยวนี้นายหน้าทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นก็วิ่งหาห้องเช่าให้ลูกค้ากันตลอดเวลาด้วยนะ ก่อนอื่นผมจะขอเล่าเกี่ยวกับศักยภาพของย่านพร้อมพงษ์ก่อนนะครับ

พร้อมพงษ์ดีอย่างไร?

ถ้าเราพูดถึงพร้อมพงษ์แล้วในปัจจุบันคงคิดถึงห้างสรรพสินค้าในกลุ่มของ EM District ดิเอ็มโพเรียม ดิเอ็มควอเทียร์ ซึ่งเชื่อมต่อกันโดย Skywalk ของรถไฟฟ้า BTS นอกจากนี้ก็ยังมีโรงแรม อาคารออฟฟิศทำงาน และมีอีกหลายโครงการที่กำลังพัฒนากันอยู่ครับ ทำเลนี้ก็เลยเป็นทำเลที่น่าจับตาของบรรดานักลงทุนเพราะมูลค่าและการเติบโตยังมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ลองจินตนาการพร้อมพงษ์เมื่อ 10-20 ปีที่แล้วสิครับ หากใครมาเดินเล่นแถวนี้จะพบว่าเงียบกว่านี้มาก แทบจะไม่มีอะไรเลยนอกจากบ้านคนและรถยนต์ ตอนนี้กลับกลายเป็นที่ๆมีราคาเติบโตขึ้นแบบ Super Prime Area เกรด A ของกรุงเทพ ลองคิดเล่นๆกันดูว่าในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้าจะขนาดไหนเนอะ

? สถานการณ์ตลาดคอนโดฯ ในพร้อมพงษ์

เวลาที่เราพูดถึงโครงการคอนโดฯที่ขึ้นมาใหม่เรื่อย ๆ หลาย ๆ คนก็คงตั้งคำถามว่าโครงการขึ้นเยอะ ๆ แล้วไปขายให้ใคร ก่อนอื่นต้องบอกว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละย่านด้วย ย่านไหนที่คึกคักมีคนอยู่เยอะก็ยอมมีความต้องการมากขึ้น

อย่างในพร้อมพงษ์มีการศึกษามาแล้วว่า ความหนาแน่นของที่อยู่อาศัยประมาณ 80-90% แหนะ ซึ่งเป็นระดับต้น ๆ ของกรุงเทพเลยนะครับ หลายคนก็เลยซื้อคอนโดไว้ลงทุน บางคนก็ปล่อยเช่า ในระหว่างซอยสุขุมวิท 23-55 หรือไม่เกิน 1.5 กิโลเมตรจาก BTS พร้อมพงษ์ ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมามีโครงการเกิดขึ่้นประมาณ 24 โครงการ รวมประมาณ 5,900 ยูนิต ซึ่งโครงการที่เกิดขึ้นมีการขายไปแล้วประมาณ 3,500 ยูนิตคิดเป็น 60% นะครับ มูลค่ารวม 50,000 ล้านบาท

ส่วนราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรนั้นอยู่ที่ 250,000 บาท ถ้าเราคิดเล่นๆในขนาดห้องแบบ 1 ห้องนอนพื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 28 ตารางเมตร ก็จะตกที่ห้องละ 7 ล้านบาท

? อัตราค่าเช่าของคอนโดฯ ย่านพร้อมพงษ์**

อย่างที่ผมบอกในตอนต้นนะครับว่าย่านพร้อมพงษ์เป็นย่านที่คึกคัก มีคนเช่ากันเยอะไม่ว่าจะเป็นคนไทยที่มีกำลังซื้อสูง และคนต่างชาติที่มาอยู่ยาว ๆ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นเช่ากันเยอะมาก เพราะรายล้อมด้วยร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต และร้านค้าของชาวญี่ปุ่น มีกลิ่นอายความเป็น “Japanese Village”

และด้วยทำเล ที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนง่าย สามารถขึ้น BTS ไปทำงานในเมืองได้แถมเส้นทางยังมุ่งหน้าฝั่งตะวันออก สู่มอเตอร์เวย์ออกไปที่นิคมอุตสาหกรรมชลบุรีและระยองได้ด้วยครับ ซึ่งก็เป็นเหมือนแหล่งงาน ฐานทัพใหญ่ ที่รวมการลงทุนจากต่างชาตินั่นเอง

ที่สำคัญก็คือเขาใช้ชีวิตง่าย มีร้านค้าที่ขายของจากญี่ปุ่นเยอะ หากเราปล่อยเช่าให้คนญี่ปุ่น เรามีเฟอร์นิเจอร์ครบ ติดทีวีช่อง NHK และเครื่องกรองอาบน้ำให้เขา เขาก็ชอบแล้วครับ ส่วนการปล่อยเช่านั้นคนญี่ปุ่นชอบติดต่อผ่าน Agency ก็ฝากนายหน้าให้ช่วยได้เช่นกันครับ

ปัจจุบันย่านนี้คนญี่ปุ่นพักอยู่ประมาณ 100,000 ครอบครัวหรือประมาณ 250,000 คน ส่วนใหญ่เป็น Expat ที่มาทำงานในไทย การปล่อยเช่า อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 5-7%   โดยเฉพาะในซอยสุขุมวิท 24 จะมีอัตราค่าเช่าเริ่มต้น 35,000 – 120,000 บาท ( 750 -1,000 บาท/ตร.ม.) โดยห้องที่ปล่อยเช่าได้ส่วนมากจะเป็น 1 ห้องนอน

ส่วนโครงการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2559-2560 และจะมีการปล่อยเช่าในอนาคต มีการคาดการณ์ว่าหากเทียบเคียงจากคอนโดข้างเคียงจะปล่อยได้สูงกว่าไม่เกิน 950 บาทต่อตารางเมตร อันนี้เป็นผลตอบแทนที่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายนะครับ (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2560)

“แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พร้อมพงษ์มีแต่ที่อื่นอาจจะไม่มีก็คือ ความคาดหวังในการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สิน (Capital Gain) ราคาอสังหาริมทรัพย์ละแวกนี้เติบโตได้อย่างรวดเร็วเช่นกันนะครับ”

ถ้าใครลงทุนในหุ้นอยู่มันก็อารมณ์เดียวกับหุ้นเติบโตนั่นล่ะ ปันผลน้อยเมื่อเทียบกับราคาหุ้นแต่ราคาหุ้นเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ได้ หลายคนก็เลยใช้กลยุทธ์การลงทุนด้วยการซื้อแล้วถือเอาไว้เพื่อรอการเติบโตของมูลค่าคอนโดฯที่เพิ่มขึ้น แต่ในระหว่างทางเราก็สามารถนำคอนโดของปล่อยเช่าได้

รู้จักทำเลและโอกาสในการลงทุนแล้ว
มาดูโครงการ Park 24 กันนะครับว่าจะตอบโจทย์นักลงทุนของเราได้อย่างไรบ้าง

ทำไมโครงการ “PARK24” ถึงน่าสนใจลงทุน เพื่อการซื้อขายและปล่อยเช่า?

มาถึงจุดนี้แล้วเราก็คงจะทราบกันอยู่แล้วนะครับว่า “ทำเลพร้อมพงษ์มีศักยภาพในการเติบโตที่สูงมากเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพ ซึ่งถ้าเราต้องการซื้อเพื่อลงทุนก็ต้องซื้อที่แหล่งแบบนี้ล่ะ” ซึ่งถ้าหากเรามองในแง่ที่เราจะขายต่อให้คนที่ต้องการหรือปล่อยเช่าให้คนมาอยู่ เขาก็จะดูในเรื่องของความสะดวกสบาย การเดินทาง การใช้ชีวิต และในตัวคอนโดฯเองก็ต้องสิ่งอำนวยความสะดวกและการดูแลความปลอดภัยที่ครบ ในราคาที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

ถ้าดูจากแผนที่แล้ว บางคนอาจจะมองว่า คอนโด Park 24 ไม่ได้ติดกับ BTS ต้องเข้าซอยไปอีก แต่อย่าลืมนะครับว่า คอนโดฯที่ติดรถไฟฟ้ามาก ๆ ราคาก็จะแพงกว่าคอนโดที่อยู่ในซอย คนเช่าเองก็จะต้องจ่ายค่าเช่าที่สูงกว่า  ที่สำคัญอีกอย่าง คือเรื่องความพลุกพล่าน มลภาวะจากการจราจร

หากเปรียบเทียบกันแล้วคอนโดที่เข้าซอยไปในระยะที่สามารถเดินเท้าได้สะดวก ไม่ไกลมาก สามารถซื้อหรือเช่าได้ในราคาที่ถูกกว่า และมีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่แพ้กัน บางทีการปล่อยเช่าคอนโดในซอยก็ มีจุดได้เปรียบกว่าในแง่นี้นะครับ

“การอยู่กลางซอยสุขุมวิท 24 ก็เป็นจุดที่น่าสนใจไปอีกแบบ เพราะมีทางเลือกในการเดินทางมากกว่าหลาย ๆซอยนะครับ สามารถเข้าออกได้ 3 ทาง คือซอย สุขุมวิท 22 สุขุมวิท 24 และถนนพระราม 4” 

ซึ่งผู้ที่จะซื้อต่อหรือผู้เช่าก็อาจจะมองในแง่ทางเลือกในการใช้ชีวิต ทางปากซอยสุขุมวิทก็จะมี M-District สำหรับใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ ส่วนฝั่งพระราม 4 ก็มีโครงการของ K-Village มีโลตัส บิ๊กซี สำหรับการซื้อของใช้ทั่ว ๆ ไป

PARK24 มีห้องในโครงการให้เลือกหลากหลาย

เริ่มต้นตั้งแต่ 1 ห้องนอน (27.05 – 39.71 ตารางเมตร) 2 ห้องนอน (52.05 – 56.28 ตารางเมตร) และ Duplex (87.49 – 88.82 ตารางเมตร)

เราสามารถเลือกตามงบประมาณของเราได้นะครับเพราะการปล่อยเช่าไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือญี่ปุ่นก็มีความต้องการที่หลากหลาย บางคนมาอยู่เมืองไทยคนเดียวก็ต้องการห้องเล็ก แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยเลยนะครับที่ต้องการห้องใหญ่ ๆเพราะย้ายกันมาอยู่เมืองไทยทั้งครอบครัว

อีกเรื่องที่ผู้เช่ามักจะนำมาเปรียบเทียบเพื่อตัดสินใจก็คือ สิ่งแวดล้อมของโครงการ และ Facility ต่าง ๆ คอนโดฯ Park24 นั้นหากใครเคยดูรีวิวหรือไปดูโครงการจะพบว่าเขาจะให้ความสำคัญกับสร้างพื้นที่สีเขียวในบริเวณโดยรอบ ผมว่ามันดูน่ารักดีนะ ไม่ใช่เดินเข้ามาก็เจอตึกเลย เวลาว่าง ๆ ก็สามารถออกมาเดินเล่นพักผ่อนได้ ถ้าอยากจะออกไปข้างนอกก็มีรถ Shuttle Bus บริการครับ

Facility ที่นี่ก็มีครบตามความต้องการของผู้ที่ต้องการซื้ออยู่ และผู้เช่าครับ

ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ มีสระว่ายน้ำเด็กด้วยนะ แถมใช้ระบบเกลืออีกด้วย มีฟิตเนตและห้องสมุด นอกจากนี้แล้วเรื่องระบบการรักษาความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่คนต่างชาติค่อนข้างให้ความสำคัญนะครับ ที่นี่จะใช้ประตูระบบ Digital มีกล้อง CCTV ที่คอยตรวจความเรียบร้อยรวมถึงมีการจัดระบบ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

  • CLOUD POOL สระว่ายน้ำเปิดภาพวิวเมืองจากมุมสูงชั้น 50 พร้อม Jacuzzi Pool
  • ACTIVE FLOOR ฟิตเนสนำเข้าระดับ World Class ขนาดกว่า 800 ตารางเมตร  ห้องซาวน่า ห้องโยคะ ห้องต่อยมวย และโต๊ะปิงปอง
  • Library Room , Play Ground Yard ,Kid Room  และห้อง Meeting Room
  • Luxury Lobby  

ทั้งหมดก็เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ โครงการ PARK24 นะครับ หากสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาเชิงลึกของโครงการอีกครั้ง รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ในการจ้าง Agency เพื่อมาปล่อยห้องเช่าให้กับคนต่างชาติ

และต้องอย่าลืมว่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่าน พร้อมพงษ์ นั้นต้องใช้เงินจำนวนมาก เหมาะสำหรับคนที่มีความพร้อมในการลงทุนนะครับ

นอกจากนี้ ทาง ORIGIN Property ยังมีบริษัท “Primo Property Solution”

บริการเรื่อง “การรับปล่อยเช่า สำหรับลูกค้าที่สนใจเรื่องการลงทุนโดยเฉพาะ” พร้อมทั้งมีบริการต่างๆ รองรับการดูแลลูกค้าที่ปล่อยเช่า

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กับการเปิดตัวห้องคอลเล็กชั่นหรูใหม่ พร้อมสัมผัสมนต์เสน่ห์การออกแบบสไตล์ Luxurious Modern…แรงบันดาลใจจาก”อะพาไทต์” (Blue Apatite) หินสีเขียวอมฟ้า ที่สร้างความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเสริมสร้างพลังความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณ @PARK24

คอนโดหรูพร้อมอยู่บนพื้นที่สีเขียวกว่า 10 ไร่ ผืนสุดท้ายใจกลางสุขุมวิท เพียง 500 ม. จาก BTS พร้อมพงษ์ และ The EM District #2ห้องนอน เริ่มเพียง 12 ล้าน*

ลงทะเบียน เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษก่อนใคร คลิก CLICK https://bit.ly/2t6hMa6 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 020-300-000

The Elite Showcase of Newly-Designed Units inspired by Celebrities @PARK24

Experience the charismatic beauty of modern luxury design inspired by #Apatite stones, creating peaceful relaxing ambiance while unleashing your creativity.

Luxury, ready-to-move-in condo amidst a 10-rai green space in the heart of Sukhumvit. Only 500 meters from BTS Phrom Phong & The EM District. 2-bedroom unit starts at 12 MB* Register for the special experience.  

CLICK https://bit.ly/2t6hMa6 More info, T. 020-300-000

บทความนี้เป็น Advertorial

(Review) “พร้อมพงษ์’’ ใจกลางย่านไลฟ์สไตล์สุขุมวิท บนทำเลศักภาพ เพื่อการลงทุน กับ PARK 24 ที่ดินขนาดใหญ่กว่าสิบไร่ ผืนสุดท้ายบนถนนสุขุมวิท 24

“พร้อมพงษ์” ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลทองที่น่าจับตามากในอนาคต

ด้วยการพัฒนาเมืองให้ตอบสนองความต้องการของคนกรุงอย่างต่อเนื่อง พร้อมพงษ์จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการใช้ชีวิตอยู่อย่างครบครัน ทำเลนี้ชูจุดเด่นด้วย The Em District โครงการ 3 ห้างใหญ่ของเครือเดอะมอลล์ที่ทำให้พื้นที่ตรงบริเวณนี้ยกระดับขึ้นด้วยความหรูหรา ทั้ง Emporium ที่เป็นห้างหรูหราดั้งเดิม Emquartier ห้างใหม่ที่รวบรวมไลฟ์สไตล์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่และยังรักษาภาพลักษณ์เรื่องความหรูหราเอาไว้ และ EmSphere ห้างใหม่ในเครือเดียวกันที่กำลังพัฒนาและยังไม่ได้เปิดตัว

“พร้อมพงษ์” ทำเลที่ครบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคพื้นฐาน”

เมื่อนำมาประกอบกับความพร้อมด้านไลฟ์สไตล์และความหรูหรา พร้อมพงษ์จึงมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยเกิดขึ้นมารองรับกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงโครงการ PARK24 ซึ่งเป็นผืนที่ดินขนาดใหญ่กว่า 10 ไร่ ผืนสุดท้ายใจกลางสุขุมวิท

“สุขุมวิท 24” ถือเป็นอีกทำเลที่มีศักยภาพในการปล่อยเช่า ถึงแม้ว่าราคาปล่อยเช่าจะไม่ถูกเมื่อเทียบกับทำเลอื่น แต่บริเวณนี้ก็มีความต้องการเช่าจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นได้ที่สัญญามาทำงานในประเทศไทย พร้อมพงษ์ตอบโจทย์ทั้งในแง่ความหรูหราสะดวกสบาย มีอารมณ์ ความเป็น Hometown เรียกได้ว่าเป็น “Japanese Village” ของชาวญี่ปุ่นทั้งหลาย ที่เดินทางเข้ามาทำงานในเมืองไทย ร้านค้า ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์แม่บ้านชาวญี่ปุ่นที่พักอาศัยอยู่จำนวนมาก รวมไปถึงเส้นทางสุขุมวิท ที่ชาวญี่ปุ่นสามารถเดินทางไปทำงาน เส้นมอเตอร์เวย์ได้สะดวก สู่แหล่งงาน แถบชลบุรีหรือระยองได้อย่างง่ายดาย

อัตราค่าตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมในย่านพร้อมพงษ์ในปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 4.5 – 6.0% แต่สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือศักยภาพการเพิ่มขึ้นของราคาทรัพย์ในอนาคต ยิ่งพร้อมพงษ์พัฒนาไปมากเท่าไหร่ ราคาคอนโดมิเนียมในแถบนี้ก็จะพัฒนาตามไปด้วย ซึ่งผลตอบแทนของส่วนต่างราคาหรือ Capital Gain ตรงนี้จะมาเพิ่มให้การลงทุนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ลองมาเจาะลึก! ถึงประเด็นศักยภาพของทำเล และการปล่อยเช่า

สุขุมวิทถือเป็นถนนที่เหมือนเป็นหัวใจของกรุงเทพ โดยเฉพาะทำเลย่านพร้อมพงษ์ที่เป็นที่นิยม เพราะบริเวณนี้ถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ครบครัน ตั้งแต่ห้างระดับ Luxury ไปจนถึง Community mall ที่มีให้เลือกหลากหลายบรรยากาศ โรงพยาบาลและโรงเรียนก็สามารถเดินทางได้สะดวก รถไฟฟ้าที่ตัดผ่านเป็นเหมือนหัวใจสำคัญที่จะขยายศักยภาพของทำเลไปได้กว้างมากขึ้นเรื่อยๆ หากจะขับรถเลยไปถึงฝั่งสมุทรปราการแล้วก็ยังเป็นทำเลของแหล่งอุตสาหกรรม หรือจะขึ้นมอเตอร์เวย์ก็สามารถยิงยาวสู่ฝั่งตะวันออกที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

กลุ่มตลาดที่มีศักยภาพในการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์สูงคือค่าเช่าแบบค่อนข้างสูง ในพื้นที่ทำเลที่หรูหราและครบครัน

สุขุมวิท เป็นตัวอย่างที่ดีของกลุ่มตลาดแบบนี้ ด้วยความเป็นทำเลทองที่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เองไม่ถูกนัก ทางเลือกเรื่องการเช่าจึงเป็นเรื่องหลักที่ผู้อาศัยจะเลือกหยิบยกขึ้นมาตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง แต่อาจจะมีแนวโน้มการย้ายงานในอนาคต การเลือกเช่าคอนโดมิเนียมในทำเลที่หรูหราอย่างพร้อมพงษ์ก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล และตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิต

พร้อมพงษ์ ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการปล่อยเช่าเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

ด้วยความหนาแน่นของการอยู่อาศัยที่สูงถึง 80 – 90% ทำให้พร้อมพงษ์เป็นตลาดเช่าที่ใหญ่ และมีศักยภาพสูง ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอย่างต่อเนื่องจากทั้งผู้ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและปล่อยเช่าเพื่อสร้างผลตอบแทน

ตลาดผู้เช่าชาวต่างชาติมีขนาดมากกว่า 100,000 ครัวเรือน หรือ 250,000 คน ในซอยสุขุมวิท 24 ที่เป็นพื้นที่ของ PARK24 อัตราค่าเช่าเริ่มต้นอยู่ที่ 35,000 – 120,000 บาท (750 – 1,000 บาท/ตารางเมตร)

ซึ่งถ้าหากนำมาเทียบกับราคาเริ่มต้นของโครงการ PARK24 เองก็จะพบว่าค่าเช่าที่อัตราตลาดดังกล่าวจะวิ่งอยู่ในช่วง 5 – 7% ซึ่งถือว่าเป็นกรอบโดยประมาณของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่า

แน่นอนว่าผลตอบแทนนี้ยังไม่รวมถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์ที่มีโอกาสจะสูงขึ้นในอนาคต เสน่ห์สำคัญของอสังหาริมทรัพย์คือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามเวลาและความสามารถในการเอาชนะเงินเฟ้อ ที่ดินเป็นสิ่งที่เพิ่มจำนวนเพิ่มไม่ได้ (โดยทั่วไป) แต่ความต้องการพักอาศัยเพิ่มสูงขึ้นเสมอ การครอบครองสินทรัพย์บนที่ดินที่มีศักยภาพจึงเป็นการแสวงความมั่งคั่งในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนทำเลที่มีความพรีเมียมและมีแนวโน้มการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มูลค่าของทรัพย์ที่จะเพิ่มมากขึ้นถือเป็นปัจจัยที่มองข้ามไปไม่ได้เลย

“PARK24” ครบทั้งไลฟ์สไตล์ในคอนโด ฯ พร้อมความหรูหราที่รายรอบ

คอนโดมิเนียม Luxurious Modern ขนาดใหญ่กว่า 10 ไร่ ภายใต้บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวกว่า 10 ไร่บริเวณพร้อมพงษ์ ใจกลางสุขุมวิท สะดวกสบาย เพียง 500 เมตร จาก  BTS พร้อมพงษ์ และ THE EM DISTRICT (Emporium, Emquartier และ EmSphere) ที่รวบรวม สินค้าแบรนด์เนมกว่า 1,000 แบรนด์จากทั่วโลก

ทำเลของ “PARK24” อยู่บนถนนสุขุมวิท 24 ที่สามารถทะลุเข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขุมวิท  24 และสุขุมวิท 22  หรือจะออกมาทางพระราม 4 และถนนเพชรบุรีก็ได้เช่นกัน เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัว และ รถไฟฟ้า สถานี พร้อมพงษ์

PARK24 มีห้องในโครงการให้เลือกหลากหลาย

เริ่มต้นตั้งแต่ 1 ห้องนอน (27.05 – 39.71 ตารางเมตร) 2 ห้องนอน (52.05 – 56.28 ตารางเมตร) และ Duplex (87.49 – 88.82 ตารางเมตร)

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการก็ครบครันตามแบบ Luxurious Modern Condominium

  • CLOUD POOL สระว่ายน้ำเปิดภาพวิวเมืองจากมุมสูงชั้น 50 พร้อม Jacuzzi Pool
  • ACTIVE FLOOR ฟิตเนสนำเข้าระดับ World Class ขนาดกว่า 800 ตารางเมตร  ห้องซาวน่า ห้องโยคะ ห้องต่อยมวย และโต๊ะปิงปอง
  • Library  Room , Play Ground Yard ,Kid Room  และห้อง Meeting Room
  • Luxury Lobby

“หากจะซื้ออยู่เองก็ตอบโจทย์ หรือจะซื้อลงทุนก็น่าสนใจ”

ผลงาน PARK24 การันตีด้วยชื่อแบรนด์ “ORIGIN”

หลายคนคงรู้จัก ORI หรือ ORIGIN PROPERTY เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะในแง่ผู้ที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์หรือนักลงทุน เพราะ ORI ถือเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างมาก และสร้างผลงานอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย เช่น KnightsBridge, Notting Hill,  Kensington รวมไปถึงโครงการ PARK24 ที่ก็ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงภายใต้การดูแลอีกเช่นกัน

นอกจากนี้ ทาง ORIGIN Property ยังมีบริษัท “Primo Property Solution”

บริการเรื่อง “การรับปล่อยเช่า สำหรับลูกค้าที่สนใจเรื่องการลงทุนโดยเฉพาะ” พร้อมทั้งมีบริการต่างๆ รองรับการดูแลลูกค้าที่ปล่อยเช่า

หากใครกำลังมองหาคอนโดมิเนียมแถบใจกลางเมืองเพื่อพักอาศัย  หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็สามารถลองศึกษา PARK24  ไว้เป็นอีกตัวเลือก ที่น่าสนใจได้เช่นกัน

The Elite Showcase of Newly-Designed Units inspired by Celebrities @ PARK 24

Experience the charismatic beauty of modern luxury design inspired by #Apatite stones, creating peaceful relaxing ambiance while unleashing your creativity. Luxury, ready-to-move-in condo amidst a 10-rai green space in the heart of Sukhumvit. Only 500 meters from BTS Phrom Phong & The EM District. 2-bedroom unit starts at 12 MB* Register for the special experience.
CLICK https://bit.ly/2xmpxNM More info, T. 020-300-000

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กับการเปิดตัวห้องคอลเล็กชั่นหรูใหม่ พร้อมสัมผัสมนต์เสน่ห์การออกแบบสไตล์ Luxurious Modern…แรงบันดาลใจจาก”อะพาไทต์” (Blue Apatite) หินสีเขียวอมฟ้า ที่สร้างความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเสริมสร้างพลังความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณ @PARK 24

คอนโดหรูพร้อมอยู่บนพื้นที่สีเขียวกว่า 10 ไร่ ผืนสุดท้ายใจกลางสุขุมวิท เพียง 500 ม. จาก BTS พร้อมพงษ์ และ The EM District #2ห้องนอน เริ่มเพียง 12 ล้าน*

ลงทะเบียน เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษก่อนใคร คลิก https://bit.ly/2xmpxNM สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 020-300-000

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

บทความนี้เป็น Advertorial

“สมัครบัตรเครดิต” ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? (ฉบับมนุษย์เงินเดือน)

โน้ตบุ๊กก็ต้องใช้ – เครื่องซักผ้าก็ต้องซื้อใหม่ – ตู้เย็นที่บ้านก็ทำท่าว่าจะพัง – โทรศัพท์ทัชสกรีนก็เสีย เฮ้อ! รายการซื้อของเยอะชิ้นขนาดนี้ ถ้าเอาเงินเก็บที่มีแอดวานซ์จ่ายไปก่อน มีหวังสิ้นเนื้อประดาตัวกันพอดี!

เมื่อความต้องการไม่สัมพันธ์กับเงินในกระเป๋า คงต้องหาที่พึ่งเป็นบัตรเครดิตสักใบไว้ใช้จ่ายซื้อของแล้วล่ะ ว่าแต่.. การ “สมัครบัตรเครดิต” สักใบ ต้องเตรียมตัวและเตรียมเอกสารอะไรบ้างนะ?

หากคุณคือมนุษย์เงินเดือนที่สนใจกำลังจะ “สมัครบัตรเครดิต” ล่ะก็ อันดับแรกเราอยากให้คุณพิจารณาฐานเงินเดือนซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานของการสมัครบัตรเครดิตซะก่อน โดยปกติแล้ว ธนาคารจะอนุมัติบัตรเดรดิตให้แก่ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป และต้องมีสถานะการทำงานในบริษัทที่ทำงานปัจจุบัน 3-6 เดือนขึ้นไปแล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคารกำหนด

ทีนี้เรามาลองดูกันดีกว่า ว่าหากต้องการสมัครบัตรเครดิต คุณต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

1. สำเนาบัตรประชนชน 1 ใบ

สำเนาบัตรประชาชนที่คุณเตรียมไว้สำหรับยื่นสมัครบัตรเครดิต ต้องมีความชัดเจนในข้อมูล ทั้งในส่วนของรายละเอียดบนบัตร และภาพถ่ายติดบัตรด้วย สิ่งที่คุณต้องไม่ลืมเซ็นกำกับบนสำเนาบัตรประชาชนนั่นก็คือ สำเนาถูกต้อง ตามด้วยชื่อ-นามสกุล และข้อความข้างใต้ว่า ‘ใช้สำหรับสมัครบัตรเครดิต (ชื่อบัตรเครดิต) เท่านั้น’ เพื่อเป็นการยืนยันความประสงค์ และป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร

2. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร 1 ใบ

สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร บอกรายละเอียดชื่อ-นามสกุลของคุณ และเลขบัญชีธนาคาร อย่าลืมเซ็นกำกับสำเนาถูกต้อง และความประสงค์ในการสมัครบัตรเครดิตชนิดนั้นๆ ด้วยนะครับ!

3. สำเนารายการเงินฝากถอนในบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) ย้อนหลัง

สำเนารายการเงินฝากถอนในบัญชีเงินฝาก หรือที่เขามักเรียกกันว่า Bank Statement เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการสมัครบัตรเครดิต เพราะธนาคารผู้ให้บริการบัตรเครดิตต้องการตรวจสอบความสามารถในการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตของผู้สมัครผ่านรายการเงินฝากถอนในบัญชีเงินฝากที่คุณใช้รับเงินเดือน ธนาคารส่วนใหญ่ต้องการ Bank Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน (แล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคาร)

* คุณสามารถขอ Bank Statement ได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

– ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีโดยตรง ในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่าย 100-200 บาท

– บริการผ่าน Application ของธนาคาร ส่วนนี้คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพียงกดเข้าไปในแอปพลิเคชันของธนาคารที่คุณใช้บริการอยู่ แล้วกดขอ Statement ย้อนหลัง โดยระบบจะส่ง Statement ไปที่อีเมลที่เราผูกไว้กับบัญชีธนาคาร ข้อดีของการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันคือ ไม่มีค่าบริการ

4. สำเนาสลิปเงินเดือนย้อนหลัง

สำเนาสลิปเงินเดือนก็นับเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันจะเป็นข้อยืนยันให้กับทางธนาคารได้ว่าคุณได้รับเงินเดือนตามจำนวนที่แจ้งไว้ และทำงานที่บริษัทนั้นๆ ที่คุณกรอกในใบสมัครจริง ส่วนใหญ่แล้วธนาคารจะขอสำเนาสลิปเงินเดือน 1 เดือน แต่บางธนาคารจะขอ 3-6 เดือน (แล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคาร)

ทริกเล็กๆ ที่จะทำให้การอนุมัติสมัครบัตรเครดิตของคุณผ่านง่าย

– เช็คให้ดีว่าฐานเงินเดือนของคุณถึงตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดไว้สำหรับบัตรเครดิตชนิดนั้นๆ หรือไม่ เพราะหลายคนมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ จนทำให้เอกสารถูกตีตกไปนักต่อนัก

– อย่างที่เราบอกไปข้างต้น คุณควรเซ็นกำกับสำเนาเอกสารถูกต้องทุกใบ พร้อมกับเขียนความประสงค์ที่จะสมัครบัตรเครดิตนั้นๆ ไว้ด้วย เพื่อกันการปลอมเอกสาร และเป็นการยืนยันความต้องการที่จะสมัครบัตรเครดิต

– ควรกรอกที่อยู่และเบอร์โทรติดต่อบริษัทที่เราทำงานอยู่ให้ชัดเจนและครบถ้วน

– ธนาคารมักจะติดต่อมายังบริษัทที่คุณทำงานอยู่เพื่อยืนยันตัวตนว่าคุณทำงานที่นั่นจริงหรือไม่ สิ่งที่เราอยากแนะนำให้คุณทำนั่นก็คือ เขียนระบุเวลาที่สามารถติดต่อผ่านเบอร์โทรของบริษัทไว้ด้วย เพราะหลายคนสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่านเพราะไม่ได้รับสายจากธนาคาร

สำหรับใครที่ยังลังเลอยู่ว่าจะสมัครบัตรเครดิตดีมั้ย เพราะกลัวเหลือเกิ๊นว่าจะก่อหนี้มากกว่าช่วยแบ่งเบาภาระใช้จ่ายเงินก้อน ถ้าอย่างนั้นมาลองศึกษาลงลึก ‘วิธีใช้บัตรเครดิตที่ไม่เสียเครดิต (http://bit.ly/2xYf7V5)และ ‘3 ข้อควรรู้ก่อน “ผ่อน 0%” (http://bit.ly/2y1bopJ) จากพี่ปา อภินิหารเงินออม ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าควรสมัครบัตรเครดิตดีไหมอีกทีก็ได้

อย่าลืมนะ มีบัตรเครดิตได้ แต่ต้องมีวินัยในการผ่อนชำระนะ, ด้วยความหวังดี

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

 Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY

(Review) ส่องคอนโดใหม่ IKON Sukhumvit 77 ใกล้ BTS อ่อนนุช

ทุกวันนี้การหาที่พักอาศัยเพื่อไปทำงานในเมืองแถวสุขุมวิทเป็นเรื่องยากขึ้นทุกที เพราะราคาคอนโดขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนปัจจุบันนี้ตร.ม.ละ 150,000 บาทถือเป็นราคามาตรฐานไปแล้ว แต่หากมีงบจำกัดอยากได้ราคาที่ไม่แพงมากและยังคงเดินทางไปทำงานได้สะดวกรวดเร็ว

หลายคนเริ่มขยับมามองคอนโดในพื้นที่รอยต่อระหว่างในเมืองกับนอกเมืองอย่างย่านอ่อนนุช ที่ซึ่งมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่านเดินทางแค่ 5 สถานีก็ถึงอโศกและมีความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงเป็นเหตุผลให้รถไฟฟ้าสถานีอ่อนนุชติดอันดับ 1 ใน 10 ที่มีผู้ใช้บริการสูงสุดในประเทศ (อ้างอิง: Propholic อ่อนนุช)

ย่านอ่อนนุชเจริญขึ้นกว่าแต่ก่อนมากหลังจากที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน เพราะเป็น Residential Area ต้นทางของสุขุมวิทตอนปลายลงป้าย BTS อ่อนนุช ไม่ต้องเสียค่าโดยสารส่วนต่อขยาย (ถ้านั่งต่อไปโซนนอกเมืองบางจาก-แบริ่ง-สำโรงจะต้องจ่ายเพิ่ม15บาท)

ใครมีงบพอก็จะเลือกอยู่ที่นี่ด้วยความที่ระยะทางใกล้สุด และค่อนข้างได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติทั้งจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ทำให้เวลาเดินตามท้องถนนเจอชาวต่างชาติได้ไม่ยากแล้ว เรียกได้ว่าย่านอ่อนนุชก็พัฒนาตามย่านทองหล่อ เอกมัย อย่างกระชั้นชิดเลยทีเดียว จึงเป็นจุดสนใจของนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพการเติบโตสูง

เมื่อมีคนอยู่อาศัยหนาแน่นความต้องการย่อมมาก ราคาก็จะปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าทำเลอื่น และการหาคนเช่าได้ง่ายกว่าด้วย นอกจากนี้คอนโดใหม่ในเมืองปล่อยเช่าไม่ค่อยคุ้มแล้วเพราะต้นทุนซื้อมาแพง แต่ทำเลที่ขยับออกมาอย่างอ่อนนุชราคาย่อมเยาว์กว่า อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ก็ได้คุ้มกว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5%-7% ต่อปี (อ้างอิง: DDProperty เจาะทำเลอ่อนนุช เหตุผลที่ต่างชาติเลือกเช่า)

ศูนย์การค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นความเจริญในพื้นที่ ศูนย์กลางความเจริญในย่านนี้ก็จะเป็น Tesco Lotus สุขุมวิท 50 และ Big C Extra อ่อนนุช ใครเคยไปจะรู้ว่าคนใช้บริการเยอะมาก อาหารการกินร้านค้าภายในห้างมีเยอะกว่าสาขาอื่น และยังมีคอมมิวนิตี้ มอลล์เปิดให้บริการแล้วถึง 3 แห่ง ได้แก่ Habito อยู่ใน T77 Mall ออกแนวสไตล์ญี่ปุ่น The Phyll อยู่ปากซอยสุขุมวิท 54 และ Century The Movie Plaza อยู่ตรงข้าม Tesco Lotus เป็นห้างขนาดใหญ่ 4 ชั้น มีโรงภาพยนตร์ด้วยเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปีก่อน

นอกจากนี้ อนาคตอันใกล้จะมีคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่เปิดเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในซอยสุขุมวิท 77 มีชื่อว่า People Park ซึ่งห่างจากโครงการ IKON สุขุมวิท 77 เพียงแค่ 20 เมตรเท่านั้น จึงเป็นโครงการคอนโดที่น่าจับตามองอย่างมาก ด้วยความที่ราคาจัดออกมาไม่แพงเฉลี่ยตร.ม.ละแสนต้นๆ โดยเป็นคอนโด Low Rise ในระดับ Value Segment ที่ให้ส่วนกลางและวัสดุเทียบเท่าคอนโดระดับ Premium Segment จากบริษัท V Property ผู้พัฒนาโครงการในย่านสุขุมวิทตอนกลางอย่าง H Sukhumvit 43 และ VTARA Sukhumvit 36 (ทั้งสองโครงการประกาศ Sold out เรียบร้อยแล้ว)

ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยอ่อนนุช 10 ซึ่งเป็นซอยเชื่อมระหว่างสุขุมวิท 77 กับ สุขุมวิท 81 ดังนั้น จึงสะดวกสามารถเข้าออกได้ทั้ง 2 ทาง สำหรับคนที่ไม่มีรถก็ไม่ลำบากเพราะเป็นซอยคึกคักตลอดสองข้างทางมีคอนโด อพาร์ทเมนท์ และร้านสะดวกซื้อ เรียงรายตามแนวเส้นทาง จึงมีแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซด์คอยให้บริการ

ส่วนโครงการเองก็มีรถ Shuttle Van Service วิ่งวนไปส่งที่ BTS อ่อนนุชไว้บริการลูกบ้าน นอกจากนี้พื้นที่โครงการเป็นหน้ากว้างติดถนนซอยอ่อนนุช 10 ทำให้การจัดวางตัวอาคารได้ดีห้องรับวิวได้อย่างเต็มอิ่ม และเวลาขับรถผ่านหรือเดินผ่านก็จะสังเกตได้โดยง่าย

ตัวโครงการ IKON Sukhumvit 77 เป็นคอนโด Low rise 8 ชั้น 3 อาคาร และคลับเฮาส์ 1 อาคาร บนที่ดินขนาดเกือบ 4 ไร่ มีห้องพักจำนวน 442 ยูนิต ซึ่งถือว่าจำนวนอยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่เยอะและไม่น้อยจนเกินไป ด้วยความที่โครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 81 ซึ่งนอกจากเป็นเส้นทางลัดหนีรถติดไปสู่ถนนสุขุมวิทและBTS อ่อนนุชแล้ว

จุดเด่นอีกข้อ คือรอบโครงการ IKON77 ยังแวดล้อมไปด้วยบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์2 ชั้น ซึ่งทำให้ผู้พักอาศัยไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ริมถนนใหญ่ และยังสามารถเปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธ์ได้ ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ไม่เปื้อนเขม่าหรือติดกลิ่นท่อไอเสีย เพราะอยู่ในโซนสีเขียว เงียบสงบ

IKON Sukhumvit 77 มีห้องพักให้เลือกหลายแบบตั้งแต่สตูดิโอ, 1 ห้องนอน, 1 ห้องนอนพิเศษ และจนถึง 2 ห้องนอน ด้วยขนาดเริ่มต้น 23 – 47 ตร.ม. โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการแบบจัดเต็ม อาทิ Club house, Double volume lobby lounge, White marble pool, Amphitheatre, 24hr Co-thinking space, 24hr Dynamic fitness, Outdoor jogging track, Self-laundry zone, RFID smart car access, Automatic parking machine and Shuttle van service

ในส่วนของห้องพักให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished มีการออกแบบพื้นที่ตรงระเบียงเป็น Double Skin Fa?ade (เฉพาะ Exclusive Zone) ซึ่งผู้อยู่อาศัยสามารถเปิดกระจกด้านในเพื่อขยายพื้นที่ใช้สอยในห้องให้เพิ่มมาจนถึงขอบระเบียง เหมาะสำหรับการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่หลากหลาย

ประเภทห้องและขนาด

  • สตูดิโอ 23 – 26 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน 27 – 32 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอนพลัส 34 – 35 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 43 – 47 ตร.ม.

ใครที่สนใจโครงการนี้สามารถเข้าเว็บไซต์ www.IKON77.com เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆและพร้อมลงทะเบียนรับโปรโมชั่น ราคาเริ่ม 2.29ลบ* หรือสะดวกโทรศัพท์ก็โทรไปที่เบอร์ 02-204-7900

หมายเหตุ: หากใครเข้ามาอ่านบทความนี้ของ Maibat Condo หรือ aomMONEY และมาเยี่ยมชมยังโครงการ IKON สุขุมวิท 77 สามารถแจ้งรหัส “AOMMONEY01” ให้แก่เจ้าหน้าที่ก่อนเข้าชมโครงการ ทางโครงการมีของที่ระลึกพิเศษมอบให้ตั้งแต่ วันนี้  – 30 มิถุนายนนี้นะครับ

สามารถลงทะเบียนได้ที่: www.IKON77.com

บทความนี้เป็น Advertorial

ความตายของนักบัญชี เรื่องนี้บอกอะไรเราบ้าง

สาวบัญชี รมควันฆ่าตัวตาย
ทิ้งจม. จุดเตาถ่านคาห้องนํ้า

เช้าวันหนึ่งพรี่หนอมเห็นพาดหัวข่าวเรื่องนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือยังไง ที่เรื่องนี้เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของเดือนพฤษภาคม หรือวันเคลียร์งานปิดงบของนักบัญชีทั้งหลายพอดิบพอดี

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม..
เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับนักบัญชี

บัญชีงานหนักแค่ไหนน่ะหรอ?
รู้แต่ว่าถ้ามีลูกอย่างให้มันเรียนบัญชี

ประโยคนี้เป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ ในวงการนักบัญชี ซึ่งเป็นเครื่องการันตีว่างานหนักจริงๆ แต่ก็แปลกที่ใครหลายคนยังทำงานอยู่ในวงการนี้ ไม่ว่าจะด้วยแพชชั่น ความตั้งใจ หรือไม่มีทางเลือกใดๆก็ตาม

ว่าแต่ว่า… สำหรับคนที่ทำงานบัญชี
ทุกวันนี้มองว่าตัวเองมีค่าแค่ไหนในสายตาคนอื่น?

ประเด็นคือ เราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง? ในฐานะคนทำงานบัญชี และคลุกคลีกับวงการนี้ พรี่หนอมขอแชร์สิ่งที่ตัวเองรู้ให้ฟังหน่อยนะครับ

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คือ สาเหตุการตายยังไม่ได้เป็นที่แน่ชัด มันอาจจะเป็นเพราะโรคซึมเศร้าที่ทำให้คนอยากจะฆ่าตัวตายได้ง่ายขึ้น ความเครียดจากการทำงานหนักที่ทรมาน หรือแม้แต่ปัจจัยของการแข่งขันในทุกๆวันนี้ที่ทำให้เราต้องพยายามจนรู้สึกว่าพยายามแค่ไหนก็ไม่พอที่จะแข่งขันกับใครได้

โดยส่วนตัวงานบัญชีเป็นงานที่หนักครับ และเป็นงานที่สำคัญมากในการที่จะทำทั้งการบันทึกรายการ จัดทำรายงาน ดูแลภาษี สอบบัญชี และอื่นๆที่เกี่ยวกับการรับรองความถูกต้องของวิชาชีพ ไม่รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆจากหน่วยงานอื่นๆที่ดูแล ซึ่งเรียกได้ว่ามีต้นทุนหลายอย่าง

ในขณะที่ทางตรงข้ามคือ คนหลายคนในสายงานนี้ไม่สนใจอยากจะทำงานบัญชีอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าทีต้องทำงานหนักมานาน ไปจนถึงการไม่ให้ความสำคัญกับความถูกต้องของตัวเลขในงบการเงินมากกว่าประเด็นทางภาษีที่ทำให้หลายคนท้อใจ

สาเหตุเหล่านี้คือปัญหายิบย่อยที่รวมกันเป็นเรื่องใหญ่ มันค่อยๆทำให้อาชีพนี้กลายเป็นอาชีพที่ต้องทำงานหนัก รับผิดชอบสูง แต่ผลงานกลับไม่ถูกมองเห็นคุณค่าอย่างที่ควรจะเป็น

คำถามคือเราจะแก้ไขมันได้อย่างไร?

เราควรจะยอมรับงานบัญชีที่มีคุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้านราคา หรือให้ความสำคัญแค่ไหนจนรู้สึกว่าเพียงพอกับคุณค่าที่นักบัญชีทำงานอยู่

หรือตัวนักบัญชีเอง จะต่อสู้และอดทนกับการแข่งขัน การเข้ามาของเทคโนโลยี การจัดการความเครียดต่างๆ ไปจนถึงการรักษาสุขภาพร่างกาย และบริหารเวลาให้มีชีวิตด้านอื่นๆที่มากกว่านั่งหน้าจอคอมได้หรือเปล่า

ผมเองก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกันครับ รู้เพียงแต่ว่าอยากให้นักบัญชีเป็นที่ยอมรับมากกว่าที่เป็นอยู่ เลยได้แต่เขียนความรู้สึกออกมาแล้วก็บอกว่าสู้ๆกันต่อไป

ฟังดูน่าเศร้า แต่ทำได้เท่านี้จริงๆครับ

เพิ่มเติม : มีหลายท่านช่วยชี้แจงมาว่าน้องทำงานสอบบัญชีนะครับ แต่จุดประสงค์ของผมคือต้องการสะท้อนถึงความหนักและความกดดันในงานด้านบัญชีทุกๆด้านที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้เกิดความเครียดมากกว่า (จนอาจเป็นเหตุให้หลายคนจบชีวิตลง) และอีกทั้งไม่ต้องการลงรายละเอียดของน้อง (จากข้อมูลอื่นๆที่พอทราบมา รวมถึงลิงค์ข่าว) เพราะต้องการให้เกียรติผู้เสียชีวิตครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save