สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 15-19 มกราคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

สวัสดีครับผม กลับมาเจอกันอีกครั้งกับ “อัศวินกองทุน” แบบนี้เช่นเคยครับ สำหรับสัปดาห์นี้ก็เป็นสัปดาห์ที่สองของปี 2018 ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินครับว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องทำให้ใครหลายคนหน้าบานกันเลยล่ะครับ ฮั่นแน่ อยากรู้ใช่ไหมครับว่าเพราะอะไร ถ้าแบบนี้เรามาดูกันดีกว่าครับผม

ภาพรวมของตลาด

สาเหตุที่หน้าบานนั้นเริ่มต้นจากฝั่งพี่ใหญ่ไฟแรงอย่าง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเหนือ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและมาตรการปรับลดภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ อีกด้วยครับ

ฝั่งด้านปู่ SET เอ้ย แบบนี้เรียกปู่ไม่ได้แล้วล่ะครับ! เพราะตลาดหุ้นไทยของเรานั้นก็ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อภาวะเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทที่ดีขึ้นเช่นเดียวกันครับ

ส่วนแดนมังกรอย่างฝั่งตลาดหุ้นจีนเองก็ไม่ยอมครับ มีการปรับตัวขึ้น หลังจากตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและดัชนีราคาผู้ผลิตประจำเดือน ธ.ค. ยังมีแนวโน้มที่ดี

ส่วนแดนภารตะอย่างตลาดหุ้นอินเดียก็ปรับตัวขึ้นหลังจากเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวจากผลกระทบของนโยบายภาษี GST ตามมากันติดๆ ครับ

เพิ่มกันทุกที่ทุกทาง เหลือแต่ฝั่งราคาทองคำเท่านั้นครับที่มีการปรับตัวลงเล็กน้อย จากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ หลายท่านออกมากล่าวสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งผิดกับราคาน้ำมันที่ยังปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังปริมาณสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนถึงอุปสงค์ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาการเมืองในอิหร่านทำให้เกิดความกังวลในเรื่องของอุปทานที่อาจจะหายไป

อั่นแน่ หน้าบานกันแบบนี้แล้ว ก็อย่าเพิ่งไว้ใจครับ เรามาดูกันต่อที่กลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์กันเลยดีกว่าครับ

กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

  • ตลาดหุ้นเกาหลี: เนื่องจากตลาดหุ้นเกาหลีได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของการส่งออกที่นับว่าเป็นเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ในขณะที่ราคาของตลาดหุ้นเกาหลียังถือว่าถูกกว่าตลาดประเทศพัฒนาแล้ว ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในคาบสมุทรเกาหลีเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีกลับมาน่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นแนะนำซื้อสะสมต่อไปครับ
  • ตลาดหุ้นไทย จากเศรษฐกิจที่มีสัญญาณดีขึ้นในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ส่งสัญญาณฟื้นตัว ในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่าเม็ดเงินในปี 61 จะสูงขึ้น รวมทั้งโครงการ EEC จะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและการลงทุนระยะถัดไป นอกจากนี้ การเลือกตั้งยังเป็นปัจจัยบวกที่ยังคงรออยู่ของตลาดหุ้นไทย ที่อาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนอีกทางหนึ่ง ปัจจัยโดยรวมนั่นส่งผลบวกเป็นหลักแบบนี้ คำแนะนำของผมก็ยังคงเป็นซื้อสะสมต่อไปครับ
  • ตลาดหุ้นเกิดใหม่ เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออก อีกทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนหุ้นในตลาดเกิดใหม่ ส่วนทางอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ยังไม่มีสัญญาณเร่งตัว ทำให้ FED ไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย และในขณะที่ ECB และ BOJ ยังจำเป็นต้องคงมาตรการ QE ต่อไป ทำให้ความเสี่ยงเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ยังไม่สูง เหตุผลดีๆ เหมือนเช่นเคย เมื่อตลาดดีทั่วไปตลาดเกิดใหม่ย่อมได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย คำแนะนำของผมคือสะสมต่อไปเช่นเดียวกันครับ
  • หุ้นโกลบอลเทคโนโลยี ปีนี้ผมมองว่าหุ้นในกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการปฏิรูปนโยบายภาษีสหรัฐฯ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภคที่ใช้อินเตอร์เน็ต และเทคโนโลยี ดังนั้นหุ้นในกลุ่มนี้เป็นอีกตัวหนึ่งที่ควรจะสะสมเพิ่มเข้าไปในพอร์ทการลงทุนของเราครับ

สรุปคำแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นสัปดาห์นี้

จากที่แนะนำให้สะสมเพิ่ม 3 กลุ่ม นั่นคือ ตลาดหุ้นไทย (ที่น่าจะไปต่อ) ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (ที่ยังมีโอกาสสดใส) และหุ้นโกลบอลเทคโนโลยี (ที่มีโอกาสเติบโตไวในช่วงนี้) สำหรับสัปดาห์นี้อยากแนะนำให้สะสมเพิ่มในกลุ่มของตลาดหุ้นเกาหลีด้วยครับผม

กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ: เนื่องจากอัตราผลตอบแทนมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น จากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน คำแนะนำในสัปดาห์นี้ขอให้เลี่ยงลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวไปก่อนครับ แต่ยังแนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้ High Yield สหรัฐฯ ที่จะได้อานิสงส์จากนโยบายลดภาษี และมีความน่าสนใจกว่าตราสารหนี้ประเภท investment grade ที่อัตราผลตอบแทนต่ำกว่ามากในรุ่นที่อายุคงเหลือใกล้เคียงกันครับผม
  • ตราสารหนี้ไทย: ช่วงนี้แนะนำลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลาง หลังจากค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า หนุนเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ไทย ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป และญี่ปุ่น ยังคงมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง ผมมองว่าเม็ดเงินต่างประเทศจะยังเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ไทยเนื่องจากผลตอบแทนสูงกว่า และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าอาจเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจครับ

สรุปคำแนะนำการลงทุนในตลาดตราสารหนี้สัปดาห์นี้

ตอนนี้ผมยังแนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทยระยะกลาง และตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มี high yield และ short duration เป็นหลักครับ

กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

  • ทองคำ: จากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และนโยบายลดภาษี รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ไว้มากแล้ว ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ขาดปัจจัยหนุนให้แข็งค่า นอกจากนี้ ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มักปรับตัวขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนอยู่ ดังนั้นยังคงสะสมทองคำไปได้ต่อครับ
  • น้ำมัน: จากความต้องการน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับกำลังการผลิตและปริมาณสำรองน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ความตึงเครียดทางการเมืองในอิหร่าน จะช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันให้เพิ่มขึ้น จึงยังเป็นโอกาสอยู่ครับ ดังนั้นขอให้สะสมน้ำมันกันต่อไปครับผม

ภาพรวมโดยสรุปของสัปดาห์นี้

สถานการณ์โดยรวมยังคงสดใสอยู่นะครับ

โอกาสจะอยู่ที่ตลาดเกิดใหม่ ตลาดหุ้นไทยและฝั่งเอเชียอย่างเกาหลีเพิ่มขึ้น แถมมุมมองภาพใหญ่อย่างสหรัฐฯ นั้น ดูเหมือนว่าจะมีโอกาสไปต่อได้อีกด้วย

(สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นการคอนเฟิร์มสิ่งที่ผมคิดในสัปดาห์ก่อนครับ ดังนั้นติดตามกันให้ดีนะครับผม อิอิ)

ส่วนตราสารหนี้หรือสินทรัพย์ทางเลือกนั้นยังคงมีโอกาสอยู่เหมือนเดิมครับ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกลงทุนในแบบไหนให้เหมาะกับตัวเองครับ

ย้ำกันอีกทีก่อนจากกัน การลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นอย่าลืมนำไปปรับใช้พิจารณาในการจัดพอร์ทของตัวเองอย่างเหมาะสมด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนในการลงทุนที่ดีขึ้นกว่าเดิมครับผม

สำหรับสัปดาห์นี้ต้องลากันไปก่อน สวัสดีครับ

หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 11 มกราคม 2561 ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ  จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง  ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง

6 เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบแบนเนอร์โฆษณาอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

วันนี้จึงขอนำ 6 เคล็ด(ไม่)ลับเด็ดๆ ที่จะมาช่วยให้การออกแบบแบนเนอร์บนหน้าเว็บของคุณทำหน้าที่ดึงดูดลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยเพิ่มยอดคลิกเข้าชมเว็บไซต์หรือเพจของเรามาฝากเจ้าของธุรกิจออนไลน์ทุกท่านกัน

1. ฟอนท์ต้องเด่น อ่านง่ายและสื่ออารมณ์ได้ดี

6 เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบแบนเนอร์โฆษณาอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

ฟอนท์หรือตัวอักษรคือองค์ประกอบสำคัญอันดับแรกของการทำแบนเนอร์ เพราะการเลือกใช้ฟอนท์ที่อ่านง่าย เป็นระเบียบและเข้ากับลักษณะของข้อความจะช่วยให้เราสามารถสื่อสารได้ตรงกับอารมณ์ของโฆษณาชิ้นนั้นๆ มากขึ้น และยังทำให้ผู้อ่านไม่สับสนเมื่อได้อ่านตัวอักษรบนแบนเนอร์อีกด้วย

2. ใช้ข้อความสั้น กระชับ เข้าใจง่าย

6 เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบแบนเนอร์โฆษณาอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

หลักการเขียนข้อความสำหรับการออกแบบแบนเนอร์นั้นไม่ต่างจากการสร้างสรรค์ข้อความโฆษณาทั่วไป นั่นคือต้องสั้น กระชับและเข้าใจง่าย เพราะพื้นที่ในป้ายแบนเนอร์ของเรามีอยู่จำกัด การเลือกใช้ข้อความจึงต้องสามารถดึงดูดความสนใจและให้ข้อมูลที่น่าติดตามแก่ผู้อ่านมากที่สุด 

3. ใช้รูปภาพให้เหมาะกับแบนเนอร์

6 เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบแบนเนอร์โฆษณาอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

บนโลกอินเตอร์เน็ตนั้นมีรูปภาพปลอดลิขสิทธิ์สวยๆ มากมายให้คุณได้เลือกใช้ ทำให้หลายคนตัดสินใจลำบากเมื่อต้องหยิบเอารูปใดรูปหนึ่งมาเป็นส่วนประกอบในการทำแบนเนอร์ของตัวเอง แต่รูปภาพที่ดีนั้นควรเกี่ยวข้องกับโฆษณาที่เราต้องการจะสื่อ หรือหากเป็นแบนเนอร์เพื่อขายสินค้าโดยเฉพาะก็ควรเลือกรูปภาพสินค้าของแบรนด์หรือภาพที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจะดีที่สุด

4. อย่าลืมชื่อและโลโก้ของแบรนด์

6 เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบแบนเนอร์โฆษณาอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

การทำแบนเนอร์สำหรับธุรกิจออนไลน์นั้นอย่าลืมว่าเรามีจุดประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์จดจำแบรนด์ของเราด้วย เพราะฉะนั้นในแบนเนอร์ของเราต้องมีโลโก้รวมถึงชื่อแบรนด์ของเราด้วยเสมอ เพื่อเป็นการบอกให้ผู้อ่านได้รู้ว่ากำลังรับชมโฆษณาของแบรนด์อะไรนั่นเอง

5. เพิ่มยอดคลิกด้วยปุ่ม Call to action 

6 เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบแบนเนอร์โฆษณาอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

ปุ่ม Call to action คือปุ่มที่มีไว้เพื่อกระตุ้นให้คนอ่านต้องการคลิกเม้าส์ไปที่ปุ่มนั้นๆ ในการทำแบนเนอร์นั้นการใส่ปุ่ม Call to action เป็นสิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดเลยค่ะ เพราะมันคือช่องทางที่จะเชื่อมต่อผู้อ่านไปยังหน้าเพจหรือหน้าเว็บที่เราต้องการ ตัวอย่างปุ่ม Call to action ที่เราเห็นกันบ่อยๆ เช่น ปุ่มสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปุ่มสั่งซื้อทันที ปุ่มอ่านต่อ เป็นต้น

6. ใช้ขนาดไฟล์ที่เล็กไว้ก่อน

6 เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบแบนเนอร์โฆษณาอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

การทำแบนเนอร์แต่ละครั้งเราควรใช้ฟอนท์ รูปภาพและสื่อมัลติมีเดียเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะยิ่งสร้างกราฟฟิครกๆ มากขึ้นเท่าไร ขนาดไฟล์ก็จะใหญ่ขึ้นเท่านั้น เมื่ออัพโหลดขึ้นไปบนหน้าเว็บอาจเกิดปัญหาที่ทำให้โหลดช้าได้ ซึ่งจากสถิติแล้วผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจะอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์แต่ละหน้าคร่าวๆ อย่างรวดเร็วแค่ 10-20 วินาทีเท่านั้น หากแบนเนอร์ของเราโหลดช้าก็หมดสิทธิ์ที่กลุ่มเป้าหมายจะได้เห็นโฆษณาของเราค่ะ

สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์นั้น การแข่งขันที่สูงและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาทำให้เราต้องพัฒนาและก้าวตามสิ่งใหม่ๆ ให้ทันเสมอ การเลือกเครื่องมือทางการตลาดอย่างการทำแบนเนอร์โฆษณาที่ดีและมีประสิทธิภาพก็เป็นอีกทางที่ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณมาแรงแซงคู่แข่งหลายๆ รายได้

สำหรับเจ้าของธุรกิจคนไหนที่ต้องการออกแบบแบนเนอร์สวยๆ เพื่อช่วยเพิ่มยอดลูกค้าและทำการตลาดให้เว็บไซต์หรือแฟนเพจแล้วล่ะก็ สามารถเลือกใช้บริการจากฟรีแลนซ์มืออาชีพเพื่อสร้างแบนเนอร์คุณภาพได้จาก https://fastwork.co/social-media-banner เว็บไซต์ที่รวบรวมนักออกแบบฝีมือเยี่ยมไว้มากที่สุดในประเทศไทย เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้บริการนักออกแบบแบนเนอร์ที่ตรงใจมากที่สุด นอกจากนี้สำหรับนักออกแบบแบนเนอร์ฟรีแลนซ์ที่มีทักษะและมั่นใจในฝีมือ ก็สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Fastwork.co เพื่อหารายได้พิเศษได้เช่นกันค่ะ

วันเด็กปีนี้พาลูกเที่ยวไหนดี?

        ทุกๆสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เป็นวันที่เหล่าเด็กๆต่างรอคอย เพราะไม่ใช่เป็นเพียงวันหยุดเท่านั้นแต่เป็น “วันเด็กแห่งชาติ”วันของพวกเขาโดยเฉพาะ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 13 มกราคม หลายหน่วยงานต่างจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สนุกสนาน รองรับน้องๆ หนูๆ และครอบครัวที่จะเข้าร่วมในช่วงวันเด็กนี้

วันเด็กปีนี้พาลูกเที่ยวไหนดี?

  • เที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติปี 2561 ที่ ศธ.กระทรวงศึกษาธิการ
    ภายใต้แนวคิด “เด็กเอ๋ย เด็กดี” เพื่อใหเ้ด็กและเยาวชน รวมถึงผู้เข้าร่วมงานได้เปิดประสบการณ์
    ใหม่ๆ ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมที่เสริมสร้างเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่ดีด้วยการเรียนรู้หน้าที่ของเด็กไทย
    http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=50480&Key=news18
  • ตะลุยวันเด็ก !! บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ปี’61
    ภายใต้แนวคิด สนุกวิทย์รู้คิด ตามรอยอจัฉริยภาพพ่อหลวงของคนไทยเพื่อเป็นเทศกาลสร้างความ
    สนุกสนาน ส่งเสริมการเรียนรู้และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้กับเยาวชน
    https://www.nstda.or.th/th/news/11713-สวทช-จัดงานตะลุยวันเด็ก-บ้านวิทยาศาสตร์สิรินทร
  • TK Kid Rangers : รวมพลังเด็กช่างคิด?
    อุทยานการเรียนรู้ TK park ชวนเด็กช่างคิดมารวมพลังฝันแบ่งปันพลังบวกให้ผู้คนรอบตัวสนุกไป
    กับภารกิจ TK Kid Ranger เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้หน้าอยู่ ยิ่งขึ้น ชมการแสดงความสามารถของเด็ก ช่างคิด ร่วมลุ่นไปกับ เกมชิงรางวัลมากมาย มากดปุ่มสตาร์ท…รวมพลังฝันแบ่งปันพลังบวกไปพร้อมกัน
    https://www.tkpark.or.th/tha/what_on_detail/774/TK-Kid-Rangers รวมพลังเด็กช่างคิด
  • มหัศจรรย์วันเด็ก ปี 61
    มาสนุกกับกิจกรรมเสริมทักษะและจินตนาการ ตื่นตาตื่นใจไปกับขบวนพาเหรดจากเหล่าตัวการ์ตูน
    แบบใกล้ชิด อาทิ โคนัน, วันพีซ, ทรานฟอร์มเมอร์และลิตเติลโพนีทดลองเป็นผู้ประกาศข่าวตัวน้อยและ
    ดีเจรุ่นจิ๋ว พร้อมสวมมงกฎุ บนบัลลังก์ หนูน้อยนางงาม ท่องเที่ยวและลุ้นรับของรางวัลมากมายตลอดทั้งงาน
    http://www.mcot.net/view/5a572e62e3f8e420a44348a8
  • โปเกมอน สมายล์ เดย์ 2018
    ชวนทุกครอบครัวยิ้มกว้างไปกับความน่ารักของพิคาชูพร้อมไฮไลท์ สุดพิเศษ! พิคาชูขนาดยักษ์ 8
    เมตร พลาดไม่ได้กับการแสดงจากพิคาชูและซาโตชิที่จะมาพร้อมกับแก็งร็อคเก็ตจอมป่วนครั้งแรกของ
    เมืองไทย ตื่นตาตื่นใจกับขบวนโปเกมอนพาเหรดและการปรากฏตัวของผองเพื่อนจากเขตอโลลาครั้งแรกในไทย
    http://pokemon.truelife.com/pokemon/article/4249
  • เสก 5 ดินแดนมหัศจรรย์
    ท่องโลกแห่งจินตนาการ มาร่วมทำกิจกรรมนอกห้องเรียน สุดสนุก พร้อมส่งเสริมพัฒนาการดา้น
    สติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ต้อนรับเทศกาลวันเด็กแห่งชาติกับงาน “ธัญญาพาร์ค อัจฉริยะจิ๋วตะลุย 5 ดินแดนมหัศจรรย์”
    https://www.facebook.com/ThanyaPark/
  • คิดส์สนุก ปลุกไอเดีย
    ร่วมเปิดโลกจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ ของน้องๆเยาวชน เปิดโลกจินตนาการแสนสนุกด้วยศิลปะ
    จากกล่องกระดาษมีชีวิต ครั้งแรกในประเทศไทยกับการจัดแสดงนิทรรศการโมเดลกระดาษจากบรรจุภัณฑ์โดยศิลปินชาวญี่ปุ่น พร้อมชมการแสดงและร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช็อปประดิษฐ์โมเดลจากกล่องป๊อกกี้อีกด้วย
    https://www.facebook.com/events/174806696584017/
  • Finding Fantastic Pets @ Mille Malle
    จัดจำลองบรรยากาศให้เหมือนกับเข้าไปสู่ดินแดนแห่งเวทย์มนต์พร้อมยกขบวนเหล่าบรรดาสัตว์แปลกและสัตว์เล็กแสนน่ารักอาทิ หมูแคระ, นกเค้าหิมะ,แพรรี่ด็อกฯลฯ มาให้คุณหนูๆได้ส้มผัส กันอย่าง
    ใก้ลชิดร่วมถ่ายรูปกับ นกเค้าสโนวี่(Snowy Owl) สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของ “แฮรี่ พอตเตอร์”
    https://www.facebook.com/millemalle20/

DCA หุ้นหรือกองทุนที่มี “หน่วยราคาถูก” ดีกว่า “หน่วยราคาแพง” จริงหรอ?

DCA หุ้นหรือกองทุนที่มี “หน่วยราคาถูก” ดีกว่า “หน่วยราคาแพง” จริงหรอ?

คำถามนี้ค่อนข้าง Classic มากสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เวลาที่เข้ามาในตลาดหุ้นเพื่อเลือกซื้อหุ้นหรือกองทุนรวม และคิดว่าเงินลงทุนของเรานั้นไม่สูงมาก เช่น เรามีเงินลงทุนต่อเดือนแค่ 2,000 บาท เราจะรู้สึกว่า การเลือกซื้อหุ้นหรือกองทุนรวมที่มีหน่วยราคาสูง เช่น หน่วยล่ะ 50 บาท ก็จะได้แค่ 40 หน่วยเอง

แต่ถ้าเรานำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินที่มีหน่วยลงทุนถูกกว่าเช่น 2 บาท เราจะได้ถึง 1,000 หน่วยลงทุนแหนะ และคิดว่าด้วยจำนวนและมูลค่าทรัพย์สินที่มาก หากขายทำกำไรในอนาคตหรือได้เงินปันผลแล้วจำทำให้เราอู้ ฟู่มากกว่า

แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นหรือเปล่า…  ผมมีข้อสังเกตดังนี้นะครับ

1. ราคาต่อหน่วยอาจหลอกตา ลองคำนวณเลยดีกว่า

สมมติเราลง 2,000 บาท ในทรัพย์สิน 2 ตัว

  • ตัวที่ 1 ราคา 50 บาท เราจะได้ 40 หน่วย
  • ตัวที่ 2 ราคา 2 บาท เราจะได้ 1,000  หน่วย

หากราคาทรัพย์สินขึ้นในอัตราส่วนเท่ากัน คือ 10 %

  • ตัวที่ 1 ราคา 50 บาท จะกลายเป็น 55 บาท
  • ตัวที่ 2 ราคา 2 บาท จะกลายเป็น 2.2 บาท

มูลค่า Port การลงทุน

  • ตัวที่ 1 มูลค่าพอร์ตการลงทุน 55 x 40 = 2,200
  • ตัวที่ 2 มูลค่าพอร์ตการลงทุน 2.2 x 1,000 = 2,200

จากตัวเลขนี้มันทำให้ผมคิดว่า ถ้าเราเจอหุ้นหรือกองทุนรวมที่มีราคาซื้อขายต่างกัน ณ เวลาหนึ่งๆ บางทีเราอาจจะคิดว่าหากซื้อกองทุนหรือหุ้นที่ราคาถูกแล้วเราจะได้จำนวนเยอะ เพราะมันก็เป็นกองทุนและหุ้นเหมือนๆ กัน แต่ในความเป็นจริง มันไม่เหมือนกันนะ เนื่องจากมันรายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนและหุ้นอื่นๆ ที่เราต้องนำมาวิเคราะห์นอกเหนือจากเรื่องราคาถูก-แพง

2. สิ่งที่สำคัญคือ ‘การเติบโต’ ไม่ใช่ราคาถูกหรือแพง

จากที่ได้พูดคุยกับนักลงทุนมือใหม่ ผมมักจะได้เห็นแนวคิดด้านลงทุนเกี่ยวกับทรัพย์สินในการลงทุน หลายคนมักเชื่อว่า ทรัพย์สินที่ราคาถูกมันน่าจะโตได้เร็วกว่าทรัพย์สินราคาแพง เช่น 10 ไป 20 มันน่าจะง่ายกว่า 100 ไป 200 ในเชิงของเทคนิคผมเองก็ไม่ได้ศึกษาว่ามันง่ายจริงหรือเปล่า แต่ผมเองค่อนข้างเชื่อในเชิงพื้นฐานว่า หุ้นมันจะขึ้นได้มันต้องมีปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้เติบโต

ถ้าผมถามว่า หุ้นตัวหนึ่งเพิ่มจาก 100 บาท ไป 150 บาท ในขณะที่อีกตัว ลดจาก 10 บาท เหลือ 8 บาท คุณจะเลือกตัวไหนกัน? ถ้าเรารู้คำตอบล่วงหน้าเราก็จะเลือกซื้อที่ 100 อยู่แล้ว ไม่มีใครเลือกซื้อ 10 บาทเพื่อให้เหลือ 8 บาทหรอก แสดงว่าตัวราคาตั้งต้นว่ามันถูกหรือมันแพง มันไม่ได้เกี่ยว มันเกี่ยวในเรื่องของอนาคต และนั่นจึงทำให้ผมมองว่า สิ่งที่จะทำให้ราคามันเพิ่มนั่นล่ะสำคัญกว่าตัวราคาที่มันเป็นอยู่

3. เราจะเลือกหุ้นและกองทุนรวมเพื่ออนาคตอย่างไรดี?

จริงๆ แล้วในมุมมองของผมการเลือกหุ้นและกองทุนรวมเนี่ย ค่อนข้างแตกต่างกัน อย่างหุ้นเนี่ยถ้าเราจะเลือกอาจจะต้องใช้ความละเอียดของข้อมูลเยอะกว่าเพราะ เราดูในเรื่องของธุรกิจ เทรนด์การเติบโต โอกาสในการเติบโต ผลดำเนินงานที่ผ่านมา หลายคนอาจจะใช้การประเมินมูลค่าเพื่อดูว่าหุ้นที่จะซื้อเนี่ยมันสมควรซื้อในราคาไหน ดูความถูกแพงจากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน หรือดูว่าถ้าเราใส่สมมติฐานในอนาคตลงไปราคาที่เหมาะสมในช่วงปัจจุบันมันควรจะอยู่ตรงไหน ไม่ก็ DCA ไปเลย

ในส่วนของกองทุนรวม โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้น NAV จะดูยากว่าถูกหรือแพง ส่วนหนึ่งอาจจะมองได้จาก SET  index ว่ามันแพงในช่วงนั้นหรือเปล่า (เพราะอย่างไรก็ตามกองทุนหุ้นก็ถือหุ้นเกิน 60% อยู่แล้ว บางทีเขาก็ถือ 90% กัน) แต่อีกส่วนเป็นสิ่งที่เราอาจจะไม่ทราบลึกๆ คือ หุ้นที่กองทุนนั้นถืออยู่มีสัดส่วนการลงทุนอะไรบ้าง มีหุ้นกี่ตัวและให้น้ำหนักแต่ละตัวอย่างไร ตรงนี้อยู่ที่สไตล์ของกองทุนรวมด้วย

เมื่อเราไม่รู้ว่ากองทุนรวมเขาจัดการอย่างไร ผมก็จะเปลี่ยนวิธีการมองกองทุนรวมนั้นเป็นในแง่ของการจัดการ ผมจะมองว่า  “เขาจัดการได้ดีหรือเปล่า?” ตรงนี้ผมจะเน้นดูใน Performance ของกองทุนรวมแทน เช่น การวัดการตอบแทนเทียบกับพวกตัววัดทั้งหลายอย่างอย่างเหมาะสม ทั้งในส่วนของ SET TRI การวัดเทียบกับกองทุนอื่นๆ ด้วย Percentile ซึ่งโดยปกติผมจะดูอันดับของกองทุนรวมนะครับขอให้อยู่ในระหว่างที่ 1-10 ไปยาวๆ ไม่ต้องที่ 1 ตลอดการก็ได้ ถ้าโอเคก็ DCA กันไป

โดยสรุปแล้วในมุมมองของผมคิดว่าราคาหุ้นหรือกองทุนรวมนั้นด้วยตัวราคาเองอาจจะไม่ได้บอกว่าเป็นทรัพย์สินที่ถูกหรือแพง ดีหรือไม่ดี จะเด้งมากกว่าหรือน้อยกว่า มันเป็นแค่เพียงการกำหนดมูลค่าในการซื้อ ก่อนที่จะซื้อหุ้นหรือกองทุนรวมผมจะถามตัวเองก่อนว่า ซื้อไปแล้วมีโอกาสเติบโตไหม มีโอกาสได้กำไรในอนาคตไหม ถ้าซื้อหุ้นก็อย่าลืมดูปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขัน ผลการดำเนินงาน ถ้าเป็นกองทุนรวมอย่าลืมดูความสามารถในการสร้างผลตอบแทน ฝีมือของผู้จัดการกองทุนรวม และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ

ขอให้ประสบความสำเร็จในการลงทุนนะคราบ

ลืมคำบอกเลิก! กับ 5+3 วิธี Short Cut ของมนุษย์เงินเดือนให้คนอื่นหลงรัก

เราเลิกกันเถอะ! คำตอบที่บอกผลลัพธ์สั้นๆ ง่ายๆ แต่เจ็บปวดเหลือเกิน ที่สำคัญคำบอกเลิกนั้นไม่ได้ใช้กับแฟนเท่านั้น หากแต่คือคำปฏิเสธจากงานที่ทำเพราะผลงานไม่เข้าเป้า และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าที่ทัศนคติไม่เข้ากัน เมื่อชีวิตเจอทางตันแบบนี้มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราจะทำอย่างไรดี วันนี้ Creative Salary และพรี่หนอม TAXBugnoms จึงหาวิธีมาช่วยบรรเทาทุกข์ต้อนรับเดือนแรกของปีให้ชีวิตการทำงานของพวกเรามีแต่คำบอกรักมากกว่าคำบอกเลิกกันดีกว่าจ้า

ในมุมของ Creative Salary แล้วการปรับปรุงตัวเองนั้น ควรจะมีแนวทาง 5 ข้อดังนี้

วางเป้าหมายให้เฉียบ

การตั้งเป้าหมายเอาไว้นั้นคือการกระตุ้นตัวเองให้เห็นทิศทางในการทำงานเพื่ออะไรสักอย่าง แต่เป้าหมายเหล่านั้นควรจะเป็นเป้าที่ออกนอก Comfort Zone ด้วยเพื่อเป็นการท้าทายความสามารถตัวเองและทีม

BetterWorks Employee Eentiment Survey มีการเก็บข้อมูลจากการตั้งเป้าหมายพบว่า 92% คนทำงานจะตั้งใจทำงานมากขึ้นเมื่อสมาชิกในทีมได้รับรู้และเห็นทิศทางของเป้าหมายไปทางเดียวกัน

ทักษะเบาๆ นี่แหละสำคัญ

ซอฟต์สกิล (Soft Skill) คือทักษะเชิงความคิด อารมณ์ ที่มนุษย์เงินเดือนต้องมีติดตัว ทักษะเหล่านี้สามารถฝึกฝนกันได้ด้วยกันหัดฟังผู้อื่นข้อมูลจาก World Economic Forum ชี้ว่าทักษะเหล่านี้คือสิ่งจำเป็นมากๆ และมันจะเป็น 1 ใน 10 ทักษะจำเป็นในปี 2020 ซึ่งเอาเข้าจริงไม่ต้องรอถึงปีนั้นหรอก เริ่มต้นใช้ตั้งแต่ปีนี้เลยจะดีกว่า

เปลี่ยนโลกด้วยคำขอบคุณ

เรื่องแบบนี้โคตรนามธรรม แต่กลายเป็นรูปธรรมทันทีเมื่อมหาวิทยาลัยฟินิกซ์ ได้ทำแบบสำรวจมากกว่า 1,000 คน กับคนทำงานในตำแหน่งทรัพยากรมนุษย์ และคนทำงานในตำแหน่งระดับสูง หากมีการแสดงออกด้วยการพูดว่าขอบคุณจะช่วยทำให้ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานด้วยจ้า

ทักทายปัญหาให้เป็นเพื่อนสนิท

แน่นอนว่าการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสิ่งที่จะปรากฏขึ้นเสมอคือสภาพปัญหาที่ถาโถมเข้ามาท้าทายความสามารถเรา ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่คนทำงานอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นคือการทำความรู้จักกับปัญหาและหัดเป็นนักเจรจาเพื่อการต่อรองในการแก้ไข สิ่งที่จะทำให้เราอยู่เหนือปัญหาในขั้นแรกได้คือการควบคุมอารมณ์ จากนั้นคือการหาทางประนีประนอม และตัดสินใจในการดำเนินการ หากเราก้าวผ่านไปได้เจ้าปัญหาเหล่านั้นจะกลายเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนความกล้าและความเชื่อต่อการทำงานให้บรรลุเป้าหมายใหญ่ๆ ต่อไปได้ในอนาคต

กินขนมแลกไอเดีย

ในองค์กรนวัตกรรมชั้นนำก็มีกุศโลบายอย่างการสร้างมุมกาแฟชิคๆ หรือมุมขนมที่มีอยู่ทุกที่ในออฟฟิศ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานต่างแผนกมีโอกาสได้พบปะกัน แล้วแลกเปลี่ยนความคิดกันจากมุมขนม ซึ่งการเกิดขึ้นของจีเมลก็เกิดขึ้นจากมุมขนมในออฟฟิศกูเกิ้ลนั้นแหละ

ส่วนการเปิดโอกาสพูดคุยนั้นมีข้อมูลจาก TinyPulse กับ Microsoft workplace analytic เผยว่าการสื่อสารกันในองค์กรนั้นอย่าไปกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้ หรือสิ่งที่เราขาดประสบการณ์ ก็ถามไปตรงๆ อย่าไปกลัวโง่แต่อย่างใด เพราะถ้ามัวแต่กลัวโง่แล้วไปอวดฉลาดมากจนเกินไป นั่นแหละอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการโดนบอกเลิกทั้งหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ก็ได้นะจ๊ะ


ในส่วนของพรี่หนอมเอง เห็นด้วยกับมุมมองตามที่ Creative Salary ว่ามา แต่นอกจากเพิ่มแนวทางปรับปรุงจากภายนอกแล้ว ขอเสริมแต่งไอเดียโดยพาย้อนกลับไปตั้งคำถามจากภายในสั้นๆ เพิ่มเติมอีกสัก 3 ข้อว่า เหตุผลที่คนอื่นไม่หลงรักและอยากบอกเลิกเรานั้น มันเป็นเพราะใครกัน ฉันที่เปลี่ยนไป หรือเธอที่ใจเปลี่ยนแปลง

ย้อนมองดูอดีตของเรา

ลองเปรียบเทียบตัวเองในวันนี้กับวันแรกที่เริ่มงาน ว่าเรามีความเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก และความมุ่งมั่นเหมือนเดิมไหม เพราะบางทีเรานั่นเองที่ค่อยๆเปลี่ยนไปโดยที่ไม่รู้ตัว จากหนุ่มสาวในวันแรกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ แต่วันนี้กลายเป็นคนทีหมดไฟและมีชีวิตอยู่ไปวันๆหรือเปล่า?

สำรวจจุดยืนของตัวเองในปัจจุบัน

ทางตันที่เราเจอ มันเป็นเพราะเราไม่กล้าที่จะเผชิญกับมันด้วยการยึดติดกับภาพเดิมๆที่เคยมี หรือไม่กล้ายอมรับจนกลับกลายเป็นความเบื่อหน่ายและก้าวร้าวให้คนเขาหน่ายใช่ไหม? ถ้าหากเป็นเพราะเช่นนั้น อาจจะแปลว่าเราติดกับดักของคอมฟอร์ทโซนในตัวเองมากเกินไป และสุดท้ายปัญหาร้ายๆทั้งหมดนั้น มันอาจจะเริ่มต้นจากทัศนคติของเราก็เป็นได้

หันมองไปที่มองที่อนาคต

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในชีวิตคนนั้น ถ้าไม่ยึดติดกับอดีตที่ผ่านมา ก็อาจจะเป็นเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเอาอย่างไรกับชีวิต ลองมองเป้าหมายการทำงานของตัวเองชัดๆอีกที ตั้งคำถามว่าชีวิตนี้เราต้องการความสำเร็จด้านการงานแบบไหน และสิ่งที่เราทำอยู่นั้นเรามีทางที่จะไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการหรือเปล่า

เราเชื่อว่าไม่มีใครทำงานแล้วไม่เกิดปัญหา แต่อย่าลืมว่าปัญหานั้นมันต้องมองดูภาพรวมให้ทั่วกันด้วยว่า มันเกิดจากตัวเราเองล้วนๆ คนอื่นหลักๆ หรือทั้งหมดนั้นมันมักจะเกิดขึ้นพร้อมกัน

เพราะบางทีความรักดีๆ ที่ได้รับจากคนอื่น อาจจะต้องเริ่มต้นจากการรักตัวเองให้ถูกวิธีก่อนหรือเปล่า?

อ้างอิง: 

https://www.fastcompany.com/3066691/how-to-be-a-better-employee-in-2017

– Work Rule Laszlo Bock 

เก็งเลขเด็ด กลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 17 มกราคม 2561

     เก็งหวยงวดแรกของปี กับการรวมสถิติย้อนหลัง สรุปเลขตัวเก็งจากทุกสำนัก และแหล่งไหว้ขอเลขเด็ดประจำงวด

      ปีเก่าผ่านไป ก็มาเริ่มต้นปีใหม่กับการเสี่ยงโชครับทรัพย์ การจะหวังรวยเร่งด่วนจะแทงอย่างหน้ามืดตามัวก็ใช่เรื่อง ดังนั้นในงวดแรกของปีนี้ มาเก็งเลขด้วยหลักการที่จับต้องได้กันดีกว่า มาดูกันว่ามีเลขไหนให้พอลุ้นรับทรัพย์ ใช่เลขตัวเดียวกับที่คุณฝันถึงหรือเปล่า ?

1. สถิติย้อนหลังสิบงวด

จากหลักการเก็งตัวเลขไม่ซ้ำกันติดต่อ10งวดล่าสุด ให้รู้ว่าขณะนี้กองสลากได้ออกเลขอะไรไปบ้าง เพื่อให้คุณตัดออกจากลิสต์

เก็งเลขเด็ด กลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 17 มกราคม 2561เก็งเลขเด็ด กลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 17 มกราคม 2561

2. เก็งเลขเด็ดจากสถาบันเสี่ยงดวงชั้นนำ

แต่ละสถาบันผู้เชี่ยวชาญการรวยทางลัด ได้ให้เลขไม่ตรงกันเลยสักเจ้า ชอบเจ้าไหนอยากแทงเลขใดจึงอยู่ที่จริตของผู้แทง หรือจะเอาไปผูกกับเลขให้ใกล้เคียงที่เจอในฝันก็ยังได้

เก็งเลขเด็ด กลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 17 มกราคม 2561

เก็งเลขเด็ด กลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 17 มกราคม 2561

3.
พึ่งพลังเหนือธรรมชาติ

ในโอกาสที่เป็นช่วงวันครูขอแนะนำสถานที่ขอเลขจากผู้มีความรู้ อย่างรูปหล่อ ดร.ตั้ว ลพานุกรมซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งองค์การเภสัชกรรม มีชื่อเสียงจากการให้โชคแก่พนักงานในองค์การเภสัชกรรมจำนวนมาก  เคยมีคนถูกรางวัลที่หนึ่งจากการมากราบไหว้ขอกับท่าน เป็นเงินหลายสิบล้าน แต่ท่านไม่ได้ให้อย่างงมงายเพราะได้ข่าวมาว่าคนที่ถูกรางวัลเอาไปลงทุนกองทุนรวม ต่อยอดเพื่อเลี้ยงชีพตนเอง แล้วยังเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่เป็นคนไข้อนาถาอีกด้วย ถ้าขอเปล่าๆ ไม่ทำประโยชน์จากเงินที่ได้ พลังจิตอาจดูไม่ศรัทธาเข้มแข็งพอท่านก็อาจจะไม่ให้ ดังนั้นตอนไปขอให้นึกถึงเงินที่ได้จะเอาไปใช้ประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างไรด้วยซึ่งรูปหล่อของท่านตั้งอยู่หน้าองค์การเภสัชกรรม ถ.พระราม6 เยื้องโรงพยาบาลรามาธิบดี  เปิดเฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์

แม้ว่าในปีนี้คุณจะดวงเฮงมากๆเป็นช่วงขาขึ้น แต่การจะเสี่ยงโชคทั้งทีก็ต้องมีหลักการมาสนับสนุนกันบ้าง ถ้าซื้อมั่วๆก็อาจจะเปลืองโดยใช่เหตุ และที่สำคัญควรซื้อในปริมาณที่เหมาะสมไม่เดือดร้อนต่อตนเองและคนรอบข้าง

เก็งเลขเด็ด กลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 17 มกราคม 2561

CREDIT : http://www.jackpotded.com/13274/

“วางแผนการเงินให้กับตัวเอง” ด้วยแนวคิด อดีตอยู่ที่ไหน อนาคตอยู่ที่นั่น

ชายชราคนหนึ่งใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างลำบากลำบน จนคุณได้ไปพบเขา
และเมื่อคุณเห็นหน้าหญิงชราคนนั่นกลับพบว่าเป็นตัวคุณในอนาคต!

“วางแผนการเงินให้กับตัวเอง” ด้วยแนวคิด อดีตอยู่ที่ไหน อนาคตอยู่ที่นั่น

เรื่องแบบนี้มีแต่ในภาพยนตร์และการ์ตูนเท่านั้นแหละ ที่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอย่าง Back to  the future หรือไม่ก็ประตูย้อนเวลาของโดราเอมอนเท่านั้น เรื่องในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่อาศัยจินตนาการและการวางแผนเพื่อให้ชีวิตใกล้เคียงกับภาพที่วาดฝันไว้

แต่ก่อนจะฝันหวานไปนั้นเราลองมาดูภาพรวมการออมเงินของคนไทยก่อนดีกว่าคนไทยมีเงินฝากกันเท่าไหร่

จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2560 คนไทยมีเงินจำนวนบัญชีออมทรัพย์ 78.9 ล้านบัญชี โดยในบัญชีออมทรัพย์มีเงินฝากไม่ถึง 1 ล้านบาท เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วถึงร้อยละ 99 เลยทีเดียว ส่วนอีกร้อยละ 1 นั้นคือกลุ่มคนที่มีเงินฝากบัญชีเกินล้านซึ่งมีมูลค่ารวมถึง 4.9 ล้านล้านบาท (อย่าเพิ่งไปสนใจตรงนั้นถ้าเรายังอยู่ในหมวดร้อยละ 99)

ถ้าให้สันนิฐานในเบื้องต้นภายในกลุ่มบัญชีเงินฝากไม่ถึงล้านนั้นเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก ซึ่งสำหรับคนที่ใกล้เกษียณอายุนั้นถือว่ามีความเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตในบั้นปลายพอสมควร ส่วนคนหนุ่มสาวที่ยังมีเรี่ยวแรงและความคิดสร้างสรรค์ ความฝันที่อยากเป็นอายุน้อยร้อยล้านของพวกคุณก็ยังพอมีอยู่

ส่วนคนหนุ่มสาวที่ยังไม่ได้ “วางแผนการเงินให้กับตัวเอง” หรือกำลังเริ่มหัดลงทุนก็ถือว่ามาถูกทางแล้ว ยุคนี้เป็นยุคที่ใครไม่รู้จักการลงทุนย่อมเป็นความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนเสียด้วยซ้ำ เพราะการลงทุนที่ดีนั้นจะมีกระบวนการตั้งแต่การศึกษาหาความรู้ที่เดี๋ยวนี้มีเยอะไปหมด ข้อดีคือเราสามารถเปรียบเทียบได้เพื่อหาจุดร่วมที่ดีที่สุด รวมถึงเครื่องมือในการคำนวณมากมาย ทั้งต้นทุนการลงทุน อัตราดอกเบี้ยผลตอบแทน  หรือค่าใช้จ่ายเพื่อบริหารภาษี ฯลฯ

ถามว่าทำไมสิ่งพวกนี้มันถึงสำคัญ เพราะพื้นฐานเหล่านี้คือปัจจัยกำหนดอนาคตของเราไงล่ะ เรียกได้ว่าแม่นยิ่งกว่าหมอดูอีกนะจะบอกให้ ต่อให้หมอดูบอกคุณว่ามีดวงจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 แต่ถ้าลองคิดดูแล้วเราไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้เป็นรูปเป็นร่างเลยจริงไหม ในขณะที่การลงทุนในกองทุนเดือนละ 3 – 4 พันบาทอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลา 30 ปี แล้วหาอัตราผลตอบแทนสัก 8-10 เปอร์เซ็นต์ คุณก็จะเห็นจำนวนเงิน 7-8 หลักได้อย่างชัดเจน นี่ต่างหากคืออนาคตที่เรากำหนดเองจากพฤติกรรมที่ดีอย่างต่อเนื่องในอดีตที่สร้างจากปัจจุบัน

ถ้ายังไม่เห็นภาพก็ข้อยกท่าไม้ตายด้วยแง่คิดแก้ว 3 ประการของดร.นิเวศน์ ที่คนไทยรู้จักในฐานนักลงทุนแนว VI (Value Investor) มาให้เห็นอนาคตกันครับ

  • แก้วใบแรกคือเงินลงทุน ถ้าคุณมีลองเจียดมาลงทุนอย่างสม่ำเสมอครับ
  • แก้วใบที่สองคือ อัตราผลตอบแทน ศึกษาการลงทุนเพื่อหาอัตราผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ และคิดว่าสามารถทำให้ถึงเป้าหมายได้
  • แก้วใบที่สามคือ ระยะเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากๆ หากใครเริ่มต้นศึกษาเร็วกว่า ลงทุนเร็วกว่า ถึงแม้เงินจะน้อยนิด แต่ถ้ามีแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันมีอัตราผลตอบแทนที่ดี และมีเวลาให้สั่งสมความมั่งคั่งไปเรื่อยๆ

ต่อให้วันนี้ยังเป็นเงินจำนวนหลักพัน แต่ความมีวินัยกับระยะเวลาจะสร้างอดีตที่เมื่อคุณหันกลับมามองแล้วจะภูมิใจ ใช้ชีวิตปัจจุบันอย่างมีความหวัง และค่อยๆ เห็นภาพในฝันที่ก่อตัวขึ้นในอนาคตอันใกล้ครับ

อดีตเราเป็นอย่างไร อนาคตเราก็จะมีแนวโน้มเป็นอย่างนั้น

เชื่อเราเถอะทั้งสองอย่างนี้สร้างได้ตั้งแต่วันนี้ ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้ครับ

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY

สร้างความฝันให้เป็นบ้าน

ชีวิตคนเราล้วนมีความฝันอยากทำโน่นทำนี่เต็มไปหมด พอทำสำเร็จแล้วมันเกิดความสุขขึ้นมาในใจเหมือนชีวิตก้าวไปอีกขั้น ซึ่งการมีบ้านสักหลังถือเป็นความฝันขนาดใหญ่ของใครหลายคน เพราะราคาบ้านเป็นหลักล้านต้องใช้เวลาเก็บเงินให้พร้อมก่อนถึงจะมีได้ และบ้านเป็นสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มความสุขในชีวิต เป็นที่ๆ เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจเลย พอได้เป็นเจ้าของบ้านจะมีความภาคภูมิใจในตนเองว่านี่เป็นบ้านมาจากน้ำพักน้ำแรงของฉัน และมีอารมณ์อยากแต่งบ้านสวยๆ ให้เพื่อนมาเยี่ยมเยือน

การซื้อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนเป็นอย่างดี ทั้งการเตรียมเงินมาซื้อ การเลือกทำเลที่สะดวก ประเภทบ้านที่เหมาะสม และระดับราคาที่จ่ายไหว โดยการเตรียมเงินซื้อบ้านมีอยู่ 2 วิธี คือ เก็บเงินจนครบแล้วซื้อด้วยเงินสด กับ เก็บเงินเพียงบางส่วนแล้วที่เหลือกู้กับธนาคารเอา ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเลือกวิธีหลัง เพราะกว่าจะเก็บเงินจนครบต้องใช้เวลาหลายสิบปี ราคาบ้านก็ขยับหนีไปไกลแล้ว

ดังนั้น การกู้ซื้อบ้านทำให้ได้เป็นเจ้าของบ้านไวขึ้นและมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างมูลค่าบ้านเพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้านทำเลมักเลือกที่คุ้นเคยและเดินทางสะดวก ซึ่งทำเลใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน และรถสาธารณะเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ ยิ่งใกล้ยิ่งดี ด้านประเภทบ้าน ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโด ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิก และความต้องการของสมาชิกในครอบครัว โดยควรมองให้ไกลไปถึงความต้องการในอนาคต และด้านระดับราคาควรเลือกที่จ่ายไหวตามคติสอนใจที่ว่า นกน้อยทำรังแต่พอตัว ให้บ้านอยู่กับเรานานๆ อย่างมีความสุขโดยไม่เกิดเหตุการณ์ผ่อนจ่ายไม่ไหว

การซื้อบ้านเป็นกิจกรรมที่ทำไม่บ่อย คนส่วนใหญ่มักไม่มีประสบการณ์ในการซื้อบ้านมาก่อน ทำให้หลายคนเทใจเลือกซื้อบ้านที่มีแบรนด์จะดีกว่า เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพการก่อสร้างการออกแบบจากโครงการที่มีประสบการณ์ทำสำเร็จมาแล้วหลายแห่ง เชื่อถือในชื่อเสียงที่เจ้าของแบรนด์ต้องรักษามาตรฐานเอาไว้ และเชื่อใจในการจ่ายเงินก้อนใหญ่แลกกับคุณภาพชีวิตที่ดีจากการอยู่อาศัยในโครงการ ซึ่งอารียา (Areeya) เป็น      แบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานานกว่า 20 ปี และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีความเชี่ยวชาญและดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวสูงมาแล้วมากกว่า 40 แห่งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ก็เป็นตัวช่วยทำให้อุ่นใจขึ้นเวลาเลือกซื้อบ้านจากโครงการของอารียา

นอกจากนี้ ผมคิดว่าโครงการภายใต้แบรนด์อารียามักตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ราคาขายไม่แพง และจัดพื้นที่ส่วนกลางสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทำให้มีลูกค้าแวะเวียนกันไปซื้อจนบริษัทอารียาเปิดขายโครงการใหม่อยู่เป็นประจำทุกปี

ความกังวลของคนอยากมีบ้านคือ กู้ผ่านหรือเปล่า และซื้อราคานี้คุ้มมั้ย ทางอารียาก็เลยจัดแคมเปญใหญ่แห่งปี’61 ตั้งแต่ต้นปีภายใต้แนวคิดว่า “ผ่าน…ทุกความสุข (Life Smooth)” ตอบทุกกระแสความต้องการของที่อยู่อาศัย โดยร่วมมือกับธนาคาร SCB และ UOB ช่วยเหลือเรื่องการยื่นสินเชื่อบ้านพร้อมข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่โดนใจ และออกโปรโมชั่นจัดเต็มรวม 26 โครงการ มีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง SCB และ UOB เพื่อช่วยเหลือเรื่องการยื่นกู้สินเชื่อบ้านให้ง่ายขึ้น อาทิ บริการวางแผนการกู้บ้านให้ผ่านง่ายขึ้น, อัตราผ่อนชำระค่าจองทำสัญญา 0% นาน 10 เดือน,  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และคะแนนสะสม 3 เท่า เป็นต้น
  • โปรโมชั่นราคาสุดพิเศษทั้งบ้านเดี่ยว วิลเลจทาวน์ ทาวน์โฮม และคอนโด เริ่มต้นที่ 1.69 – 12.9 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ The Colors, The Village, AREEYA Como และ a space ME ทั้งนี้ยังเตรียมข้อเสนอที่ดีที่สุด โดยรวมฟรีทุกรายการ อาทิ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์, ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง, ค่าประกัน และติดตั้งมิตเตอร์น้ำ-ไฟฟ้า เป็นต้น สามารถจองและเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม – 1 เมษายน 2561
  • ร่วมลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โตเกียว พร้อมที่พัก จำนวน 4 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 240,000 บาท โดยรับคูปองพร้อมเขียนชื่อ – นามสกุล (ทุกๆ 1 ล้านบาทรับ 1 สิทธิ์) เมื่อทำการจองและโอนภายใน 30 มีนาคม 2561 และประกาศผลรางวัลวันที่ 17 เมษายน 2561
  • พบกิจกรรมพิเศษได้ทุกอาทิตย์ ที่สำนักงานขายทุกโครงการที่ร่วมรายการพิเศษวันที่ 27-28 มกราคม 2561 สามารถเข้าชมโครงการพร้อมรับคำปรึกษาทางด้านการเงินโดยรู้ผลทันที และรับของที่ระลึกพิเศษมากมาย

26 โครงการของ อารียา พรอพเพอร์ตี้ ที่ร่วมแคมเปญ ประกอบด้วย

1. เดอะคัลเลอร์ส บางนา-วงแหวนฯ

2. เดอะคัลเลอร์ส บางนา-วงแหวนฯ 2

3. เดอะคัลเลอร์ส วงแหวน-รามอินทรา 2

4. เดอะคัลเลอร์ส รังสิต-คลอง 4

5. เดอะคัลเลอร์ส มิกซ์ รังสิต-วงแหวน

6. เดอะคัลเลอร์ส กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

7. เดอะคัลเลอร์ส วงแหวน-ราชพฤกษ์

8. เดอะคัลเลอร์ส วงแหวน-รามอินทรา

9. เดอะคัลเลอร์ส พรีเมียม วงแหวน-ราชพฤกษ์

10. เดอะคัลเลอร์ส พรีเมียม กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

11. อารียา โคโม่ วงแหวน-รามอินทรา

12. อารียา เมทโทร เกษตร-นวมินทร์

13. เดอะวิลเลจ บางนา-วงแหวนฯ 2

14. เดอะวิลเลจ บางนา กม. 10

15. เดอะวิลเลจ บางนา กม. 10 – 2

16. เดอะ วิลเลจ รังสิต-วงแหวน

17. เดอะ วิลเลจ แจ้งวัฒนะ ติวานนท์

18. เดอะ วิลเลจ  กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

19. เดอะ วิลเลจ คอทเทจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

20. อารียา ดอนเมือง สรงประภา

21. อารียา บริกก์ รังสิต-คลอง 4

22. เดอะ เพลส กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

23. อารียา โคโม่ วงแหวน-ราชพฤกษ์

24. อารียา โคโม่ ลาดกระบัง-สุวรรณภูมิ

25. เอ สเปซ มี รัตนาธิเบศร์

26. เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77

สำหรับคนที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท ได้ที่ https://www.areeya.co.th/promotion.php

บทความนี้เป็น Advertorial

ไขข้อข้องใจให้พ่อแม่ ทำไมถึงควรทำประกันสุขภาพให้ทุกคนในครอบครัว?

ในเรื่องของการทำ “ประกันสุขภาพ” นอกจากตัวเองแล้ว หลายๆ คนอาจจะเคยพิจารณาวางแผนทำประกันสุขภาพให้คนในครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่มักจะทำประกันสุขภาพให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด

แต่ก็อาจจะมีหลายคนที่สงสัยว่า…ทำประกันสุขภาพให้คนในครอบครัวไปทำไม? จะคุ้มค่าหรือไม่? แค่ตัวเองไม่พอหรือ? ทำแล้วจะจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยไหวรึเปล่า?

ตามหลักการแล้ว หากเรามีกำลังความสามารถที่จะทำประกันสุขภาพได้ อย่างน้อย เราควรทำประกันสุขภาพให้ตัวเองก่อน เพื่อความสบายใจว่า หากเราเจ็บป่วยจะได้ไม่ส่งผลกระทบถึงคนข้างหลัง  “ค่ารักษาพยาบาล” ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หากจำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ยกตัวอย่างเช่น

  • การผ่าตัดไส้ติ่ง ตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท
  • การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม ตั้งแต่ 50,000 – 300,000 บาท
  • การผ่าตัดต้อหิน ตั้งแต่ 15,000 – 90,000 บาท
  • โรคระบบทางเดินหายใจจากไวรัส RSV ในเด็ก ตั้งแต่ 30,000-70,000 บาท
  • โรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก ตั้งแต่ 30,000-120,000 บาท 

(ที่มา: ค่ารักษาโดยประมาณจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.))

หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเหล่านี้ขึ้นกับเราหรือคนในครอบครัว อาจทำให้เกิดปัญหาการเงินขึ้นมาได้

เพราะฉะนั้น “การทำประกันสุขภาพจึงเป็นวิธีหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ” เพราะมีข้อดีตรงที่ว่า

  1. ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง เพราะบริษัทประกันเป็นคนจ่ายให้ (ไม่เกินวงเงินที่ทำประกันไว้) ดังนั้น หากเกิดการเจ็บป่วย ก็จะไม่กระทบกับเงินที่เก็บออมไว้ 
  2. เปลี่ยนค่าใช้จ่ายที่ “คาดการณ์ไม่ได้” ให้เป็นค่าใช้จ่ายที่ “คาดการณ์ได้” ซึ่งค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ไม่ได้ ก็คือ ค่ารักษาพยาบาล เพราะเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่า จะป่วยเป็นโรคอะไร? ร้ายแรงแค่ไหน? ต้องรักษาตัวนานแค่ไหน? และมีค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่? ทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไม่ได้ และไม่รู้ว่าควรเตรียมเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ แต่หากทำประกันแล้ว เราก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งก็คือ “ค่าเบี้ยประกันภัย” เข้ามาแทน เพราะเรารู้ล่วงหน้าได้ว่า ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยแต่ละปีเท่าไหร่ จากข้อมูลที่มีทำให้สามารถวางแผนบริหารจัดการค่าใช้จ่ายจากเบี้ยประกันภัยที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้
  3. อุ่นใจ และมั่นใจได้ว่าจะได้ใช้บริการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลที่ต้องการ เมื่อเรามีประกันสุขภาพไว้คุ้มครองค่ารักษาจากโรงพยาบาลต่างๆ แล้ว ก็ทำให้เราสบายใจได้ว่า สามารถเลือกใช้บริการโรงพยาบาลที่ต้องการ และอยู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันนั้นๆ ได้ โดยไม่ต้องกังวลใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลมากนัก
  4. อื่นๆ เช่น เรื่องของสิทธิในการลดหย่อนภาษี เป็นต้น

สำหรับคนที่มีครอบครัว และทำประกันสุขภาพเพื่อคุ้มครองตัวเองแล้ว ก็ควรพิจารณาทำ “ประกันสุขภาพเพื่อคุ้มครองคนในครอบครัว” ด้วย

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพให้ตัวเองและคนที่เรารัก ควรมีการวางแผนล่วงหน้า ซึ่งมีอยู่ 5 ขั้นตอนง่ายๆ ก็คือ

  1. สำรวจค่ารักษาของโรงพยาบาลที่ต้องการใช้ในกรณีฉุกเฉิน ว่ามีอัตราเท่าไหร่ เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าหมอ หรือค่ารักษาโรคร้ายแรง 
  2. สำรวจสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่ตัวเองมีอยู่ เช่น ประกันสังคม บัตรทอง ประกันกลุ่ม หรือสวัสดิการจากที่ทำงาน ว่ามีเพียงพอ หรือครอบคลุมค่ารักษาในโรงพยาบาลที่จะใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือไม่
  3. เลือกทำประกันสุขภาพให้ครอบคลุมด้านต่างๆ ตามส่วนที่ขาด เช่น ค่ารักษาทั่วไปกรณีผู้ป่วยใน (IPD) ผู้ป่วยนอก (OPD) ค่าห้อง ค่ารักษาโรคร้ายแรง หรืออุบัติเหตุ ตามวงเงินส่วนที่ยังขาดอยู่
  4. เปรียบเทียบความคุ้มค่า และความพึงพอใจของแผนประกันที่เลือก กับบริษัทประกันแต่ละที่ว่า ที่ไหนค่าเบี้ยประกันภัยคุ้มค่าที่สุด เมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ หรือเราพึงพอใจกับการให้บริการของบริษัทประกันใดมากที่สุด โดยต้องดูค่าเบี้ยประกันภัยในอนาคตไว้ด้วย เพื่อประเมินว่า เราสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยไหวหรือไม่ 
  5. ทำประกันสุขภาพตามที่วางแผนไว้ โดยประเมินค่าเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับรายได้ เบื้องต้น ค่าเบี้ยประกันภัยไม่ควรเกิน 10% ของรายได้ทั้งปีของเรา

สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะทำประกันสุขภาพให้ทุกคนในครอบครัว และต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ก็มีแผนประกันที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ คือ

ประกันสุขภาพ แฟมิลี่ แคร์ (Family CARE) ของเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ที่ออกแบบมาเพื่อคนมีครอบครัวโดยเฉพาะ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่

  • คุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ทั้งกรณี เสียชีวิตทั่วไป และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก ดังนั้นไม่ว่าจะป่วยหนัก หรือเจ็บเล็กน้อย ประกันสุขภาพตัวนี้ก็คุ้มครอง 
  • เข้ารับการรักษาได้เลย โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ด้วยบัตร FWD Care Card ในโรงพยาบาลและคลินิกในเครือข่ายกว่า 380 แห่งทั่วประเทศ
  • มีส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย 25% เมื่อซื้อความคุ้มครองให้สมาชิกในครอบครัวพร้อมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป

โดยมี 2 แผนให้เลือก เงื่อนไข ผลประโยชน์และความคุ้มครองดังนี้

แผนประกันสุขภาพ แฟมิลี่ แคร์ (Family CARE) นี้ นับว่าเป็นแพ็คเกจคุ้มครองสุขภาพที่คุ้มค่าที่ทุกครอบครัวควรพิจารณา หากสมาชิกในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ซื้อประกันสุขภาพนี้พร้อมกัน ก็จะได้รับความคุ้มครองตามแผนที่เลือกเช่นเดียวกัน และยังได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยอีกด้วย

ตัวอย่าง เบี้ยประกันภัยเมื่อสมัครแพ็คเกจ Family CARE แผน 1

สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sale.fwd.co.th/th/ หรือ โทร.0 2106 6499

จากทั้งหมดที่ว่ามา จะเห็นได้ว่า “ประกันสุขภาพ” เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเราลดความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาล ที่ไม่เฉพาะกับตัวเราเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทุกคนในครอบครัวด้วย ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรวางแผนทำประกันสุขภาพให้ครบ ทั้งพ่อ แม่ ลูก เพื่อความสบายใจของทุกคนในครอบครัวครับ

บทความนี้เป็น Advertorial

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 8-12 มกราคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

สวัสดีปีใหม่ ต้อนรับปี 2018 ครับ กลับมาพบกันอีกทีกับผม “อัศวินกองทุน” กันอีกแล้วครับผม ยังไงผมขอให้ทุกคนมีความสุขกับการลงทุนในตลอดปีนี้กันนะครับ

หลายคนคงสงสัยว่า ปีที่แล้วผมเพิ่งบอกไปว่าบทความแบบนี้จะเป็นบทความสุดท้าย และในปี 2561 จะมีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ แต่ทำไมถึงโผล่มาอีกเล่า (เอ๊ะยังไง) ขออธิบายว่าเนื่องจากเรากำลังอยู่ในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อยู่ครับ แต่ไม่อยากให้หลายๆ คนพลาดโอกาสการลงทุน ดังนั้นระหว่างการเปลี่ยนผ่านช่วงนี้ ผมยังรับหน้าที่ดูแลเหมือนอย่างเช่นเคยครับ เพื่อให้ทุกคนได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า และความรู้ที่ดีเพื่อที่จะได้เลือกลงทุนได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีครับ

เอาล่ะครับ เรามาเริ่มต้นกันที่ภาพรวมของตลาดกันเลยดีกว่าครับ

ภาพรวมของตลาด

เริ่มต้นจากพี่ใหญ่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นตัวนำตลาด และจากนโยบายปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ ได้รับการอนุมัติแล้ว ทำให้นักลงทุนเพิ่มความเชื่อมั่นกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ยิ่งขึ้นครับ ซึ่งเหตุผลทั้งหมดนี้คือแนวโน้มที่ดีที่จะลงทุนในหุ้นบางกลุ่มของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นครับ

ส่วนปู่ SET บ้านเรานั้นเหมือนถูกอัดฉีดด้วยพลังเทอร์โบครับผม ตลาดหุ้นไทยได้ปรับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีหุ้นกลุ่มพลังงานที่เป็นตัวนำตลาด ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ก็ทำให้หลายคนเฮกันยกใหญ่เลยล่ะครับ

ฝั่งแดนมังกรอย่างตลาดหุ้นจีนก็มีการปรับตัวขึ้นเช่นเดียวกันครับ หลังจากรัฐบาลจีนปลดล็อคหุ้นที่ถูกห้ามซื้อขายในตลาดของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทำให้ตลาดหุ้นจีนจะมีปริมาณหุ้นในการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่ออกมาดีกว่าตลาดคาดไว้ ทำให้งานนี้วิ่งขึ้นไปแบบฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียวครับ

สุดท้ายสินทรัพย์ทางเลือกอย่างราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และปัญหาการเมืองในอิหร่านที่เริ่มรุนแรงขึ้น ทำให้นักลงทุนเริ่มทยอยสะสมทองคำเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่วน

ราคาน้ำมันเองก็ยังปรับขึ้นต่อเนื่องเช่นเดียวกัน หลังปริมาณสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนถึงอุปสงค์ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาการเมืองในอิหร่านทำให้เกิดความกังวลในเรื่องของอุปทานที่อาจจะหายไปอีกด้วยครับ

โดยรวมสดใสหลายอย่าง แต่ทีนี้ผมจะให้ดูสถานการณ์การลงทุนในช่วงนี้กันบ้างครับว่าเราควรจะปรับกลยุทธ์ในการลงทุนแบบไหน

กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

  • ตลาดหุ้นไทย จากความร้อนแรงในช่วงนี้ และเศรษฐกิจที่มีสัญญาณดีขึ้นในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ส่งสัญญาณฟื้นตัว ในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่าเม็ดเงินในปี 61 จะสูงขึ้น รวมทั้งโครงการ EEC จะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและการลงทุนระยะถัดไป นอกจากนี้ การเลือกตั้งยังเป็นปัจจัยบวกที่ยังคงรออยู่ของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติซื้อสะสมหุ้นไทยไว้ค่อนข้างน้อยในปีที่ผ่านมา ดังนั้นยังสามารถทยอยสะสมต่อไปได้ครับ 
  • ตลาดหุ้นเกิดใหม่ เนื่องจากตลาดหุ้นเกิดใหม่เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้น และเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออก นอกจากนี้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังเป็นใจ ช่วยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนหุ้นในตลาดเกิดใหม่ แถมอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ยังไม่มีสัญญาณเร่งตัว ทำให้ FED ไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ ECB และ BOJ ยังจำเป็นต้องคงมาตรการ QE ต่อไป ทำให้ความเสี่ยงเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ยังไม่สูงนัก ดังนั้นทยอยสะสมได้เช่นเดียวกันครับ
  • หุ้นโกลบอลเทคโนโลยี กลุ่มนี้เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจครับ เนื่องจากหุ้นในกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการปฏิรูปนโยบายภาษีสหรัฐฯ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภคที่ใช้อินเตอร์เน็ต และเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นแนะนำให้สะสมต่อไปครับ มีติดพอร์ทการลงทุนไว้น่าจะช่วยให้พอร์ทเราเติบโตได้ดียิ่งขึ้นครับ

สรุปคำแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นสัปดาห์นี้

แนะนำให้สะสมเพิ่มอยู่ 3 กลุ่ม คือ ตลาดหุ้นไทย (ที่น่าจะไปต่อ) ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (ที่ยังมีโอกาสสดใส) และหุ้นโกลบอลเทคโนโลยี (ที่มีโอกาสเติบโตไวในช่วงนี้) นั่นเองครับ

กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

  • ตราสารหนี้สหรัฐฯ ตอนนี้ผมแนะนำให้เลี่ยงลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยพิจารณาลงทุนในหุ้นกู้ high yield ที่ส่วนต่างดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง และอายุการลงทุนไม่ยาวมากนักจะดีกว่าครับ
  • ตราสารหนี้ไทย ลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลาง หลังค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า หนุนเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ไทย ขณะที่ในครึ่งแรกของปีคาดว่าความผันผวนของตราสารหนี้จะไม่สูงมาก และ กนง. มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50%

สรุปคำแนะนำการลงทุนในตราสารหนี้สัปดาห์นี้

ตอนนี้แนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทยระยะกลาง และตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มี high yield และ short duration เป็นหลักครับ

กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

  • ทองคำ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีสัญญาณเร่งตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังไม่ปรับตัวขึ้นรวดเร็ว ลดแรงกดดันต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีเหนือและการประท้วงในอิหร่าน จะทำให้ความต้องการถือทองคำเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้นควรสะสมทองคำต่อไปครับ
  • น้ำมัน เนื่องจากความต้องการน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับกำลังการผลิตและปริมาณสำรองน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ความตึงเครียดทางการเมืองในอิหร่าน จะช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสที่จะสะสมเพิ่มในตอนนี้เช่นกันครับ

สรุปคำแนะนำการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกในสัปดาห์นี้

แนะนำให้ยังสะสมต่อไปครับสำหรับทองคำและน้ำมัน

ภาพรวมโดยสรุปของสัปดาห์นี้

จากสถานการณ์โดยรวมในช่วงต้นปีนี้ ผมคิดว่ากลยุทธ์ยังต่อเนื่องจากปีเก่า นั่นคือ

โอกาสจะอยู่ที่ตลาดเกิดใหม่ หรือตลาดหุ้นไทยมากขึ้น แถมมุมมองภาพใหญ่อย่างสหรัฐฯ นั้นดูเหมือนว่าจะมีโอกาสไปต่อได้อีกด้วย

ส่วนตราสารหนี้หรือสินทรัพย์ทางเลือกนั้นยังคงมีโอกาสอยู่เหมือนเดิมครับ

หวังว่าคำแนะนำแรกของปีนี้กับบทความของอัศวิินกองทุน จะช่วยให้เห็นภาพอะไรๆ มากขึ้นนะครับ อย่าลืมนำไปปรับใช้พิจารณาในการจัดพอร์ทของตัวเองอย่างเหมาะสมด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนในการลงทุนที่ดีขึ้นกว่าเดิมครับผม

สำหรับสัปดาห์นี้ต้องลากันไปก่อน สวัสดีครับ

หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่  4 มกราคม 2561 ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ  จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง  ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save