ถ้าพูดถึงชื่อห้างสรรพสินค้าอันดับ 1 ของไทยอย่าง “เซ็นทรัล” ของตระกูลจิราธิวัฒน์ เชื่อว่าคงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักแน่นอน แม้ว่าธุรกิจจะมีจุดเริ่มต้นจากกิจการร้านขายของชำเล็กๆ ของครอบครัว แต่ปัจจุบันเซ็นทรัลฯ คือ อาณาจักรค้าปลีกขนาดใหญ่ยักษ์ ขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านค้าปลีกในไทยโดยดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานมากถึง 72 ปี และในตอนนี้ “อาณาจักรเซ็นทรัลฯ” ที่เราทุกคนรู้จัก กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยพลิกโฉมเป็น “Central Retail” เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำการค้าปลีกระดับโลก
ในวันนี้ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY ก็เลยขออาสา สรุป 7 ข้อสำคัญเกี่ยวกับการพลิกโฉมเป็น “เซ็นทรัล รีเทล” ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง…มาเริ่มกันเลยครับที่ข้อแรก!
1. เซ็นทรัล รีเทล ผู้นำธุรกิจค้าปลีก
“เซ็นทรัล รีเทล” เป็นบริษัทภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล ที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format and Multi-category) นอกจากการดำเนินการในประเทศไทยแล้ว ยังมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศโดยเป็นผู้นำในประเทศประเทศอิตาลี และเป็นหนึ่งในผู้นำในประเทศประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบ Customer-Centric Omni-channel ด้วยครับ ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเสริมเครือข่ายร้านค้าปลีกในกลุ่มบริษัทฯ เอง เรียกได้ว่า “เซ็นทรัล รีเทล” เป็นอาณาจักรค้าปลีกระดับแนวหน้าของไทยที่ครบเครื่องเลยจริงๆ
2. ความยิ่งใหญ่ของ เซ็นทรัล รีเทล ในไทย
ถ้าเราอัพเดตข้อมูลล่าสุดในวันที่ 30 ก.ย 62 ที่ผ่านมานะครับ “เซ็นทรัล รีเทล” มีร้านค้ารูปแบบต่าง ๆ ในประเทศจำนวนมากถึง 1,922 ร้านค้า และเคาน์เตอร์จำหน่ายสินค้าอีกจำนวน 1,784 เคาน์เตอร์ ใน 51 จังหวัด ซึ่งทำให้กลายเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกผ่านรูปแบบที่หลากหลายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย อาทิเช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล (ได้รับการจัดอันดับเป็นห้างสรรพสินค้าอันดับ 1 ของไทย), ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ได้รับการจัดอันดับเป็นห้างสรรพสินค้าอันดับ 2 ของไทย) , โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์, ซูเปอร์สปอร์ต(ได้รับการการจัดอันดับให้เป็นร้านขายสินค้ากีฬาอันดับ 1 ของไทย), Central Marketing Group หรือ “CMG”, เพาเวอร์บาย (ได้รับการจัดอันดับเป็นผู้ค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเฉพาะทางอันดับ 1 ของไทย), ไทวัสดุ, ท๊อปส์ มาร์เก็ต, ท๊อปส์เดลี่, ท็อปส์ พลาซ่า, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, แฟมิลี่มาร์ท เป็นต้น
3. ความยิ่งใหญ่ของ เซ็นทรัล รีเทล ในต่างประเทศ
นอกจากในประเทศไทยแล้ว “เซ็นทรัล รีเทล”ยังได้ขยายฐานธุรกิจสู่ต่างประเทศอีกด้วย อย่างประเทศเวียดนามก็มีร้านค้าในรูปแบบต่าง ๆ มากถึง 133 ร้านค้า ใน 40 จังหวัด อาทิเช่น Big C / Go! (ได้รับการจัดอันดับเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ของเวียดนาม) เหงียนคิม ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทาง และลานชี มาร์ท ไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กถึงกลางของเวียดนามตอนเหนือ ซึ่งทำให้กลุ่มบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนามและเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่โดยรวมเป็นอันดับ 3 ของประเทศเวียดนามซึ่งเพื่อน ๆ ทุกคนคงทราบดีว่าเวียดนามเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว “เซ็นทรัล รีเทล” เป็นบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่เพียงรายเดียวในประเทศไทยที่สัดส่วนรายได้ในธุรกิจค้าปลีกเวียดนามอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนประเทศอิตาลี กลุ่มบริษัทฯ มี “รีนาเชนเต” ห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์จำนวน 9 สาขา ใน 8 เมืองถือเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี ใครจะไปคิดว่ากลับไม่ใช่กลุ่มห้างสรรพสินค้าของประเทศอิตาลีแต่เป็น ”เซ็นทรัล รีเทล” ที่เป็นผู้นำในตลาดนี้ จากรายงานของ Euromonitor International เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งทางการตลาด
4. เชื่อมโลกช๊อปปิ้งออฟไลน์และออนไลน์ด้วย “Customer-Centric Omni-chanel Platform“
นี่ก็นับว่าอีกหนึ่งความยิ่งใหญ่ของ “เซ็นทรัล รีเทล”เลยครับในการเชื่อมต่อการช๊อปปิ้งของโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน (Customer-Centric Omni-channel) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้ที่จะเลือกซื้อสินค้าที่ผสานช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งทางออนไลน์และในร้านค้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าในร้านค้า ออนไลน์ ทางโทรศัพท์มือถือ และ Social Media โดยมีแพลตฟอร์ม Omni-channel เป็นเครื่องมือในการช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายมากขึ้นในการซื้อสินค้า โดยลูกค้าสามารถเลือกบริการได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น บริการ Click & Collect, Click & Delivery, Chat & Shop หรือ Reserve & Collect ทั้งนี้ การที่จะให้บริการดังกล่าวได้จะต้องมีทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ ทำให้คู่แข่งที่มีเพียงช่องทางออนไลน์ไม่สามารถแข่งในตลาดนี้กับ “เซ็นทรัล รีเทล” ได้
5. เซ็นทรัล รีเทล มีโมเดลธุรกิจที่โดดเด่น ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ฟู้ด และฮาร์ดไลน์
“เซ็นทรัล รีเทล” แบ่งกลุ่มธุรกิจออกได้ เป็น 3 กลุ่ม ทั้งแฟชั่น ฟู้ด และฮาร์ดไลน์ จนเรียกได้ว่า แทบจะคลุมความต้องการของมนุษย์ถึง 3 ใน 4 ทั้งเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและอาหาร
ได้แก่
1. กลุ่มแฟชั่น
เน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน Central Merket Group (CMG) ซูเปอร์สปอร์ต และรีนาเชนเต
2. กลุ่มฮาร์ดไลน์
เน้นการจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน เช่น ไทวัสดุ บ้าน แอนด์ บียอนด์ เพาเวอร์บาย และเหงียนคิม
3. กลุ่มฟู้ด
เน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ เช่น ท๊อปส์ มาร์เก็ต ท๊อปส์ เดลี่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ แฟมิลี่มาร์ท BigC / Go! และลานชี มาร์ท
6. ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของ เซ็นทรัล รีเทล
- “เซ็นทรัล รีเทล” เป็นผู้นำในการทำธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของไทยที่มีอายุยาวนานมาถึง 72 ปี มีแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำ และการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Omni-channel พร้อมการนำเสนอสินค้าที่หลากหลายและบริการแบบรู้ใจที่ตรงความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalization) ผ่านการวิเคราะห์ฐานข้อมูลสมาชิก Loyalty Program ที่มีมากกว่า 28.8 ล้านรายทั่วโลก
- ระบบนิเวศทางธุรกิจที่หลากหลาย ช่วยดึงดูดแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียง ขับเคลื่อนการผนึกกำลังทางธุรกิจ และเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าต่อเซ็นทรัล รีเทล
- โอกาสในการเติบโตของ “เซ็นทรัล รีเทล” ทั้งจากการขยายและปรับปรุงสาขา และการเข้าซื้อกิจการอื่นๆ ในอนาคตทั่วโลก โดย“เซ็นทรัล รีเทล” ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการและการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ อาทิ ประเทศเวียดนามและประเทศอิตาลีในอดีต
- จากธุรกิจครอบครัว ตอนนี้ “เซ็นทรัล รีเทล” มีทีมผู้บริหารที่มีความลงตัว (Hybrid Management team) ระหว่างผู้บริหารจากตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงตัวตนของธุรกิจ ผู้บริหารมืออาชีพมากประสบการณ์จากหลากหลายวงการ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทีมี DNA กล้าคิด กล้าทำ และเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญกับความสำเร็จของลูกค้าเป็นที่ตั้ง
7. กลยุทธ์ที่น่าสนใจของ เซ็นทรัล รีเทล
- เติบโตด้วยทั้งธุรกิจของตัวเองและการเข้าซื้อกิจการอื่นในประเทศไทย
- ใช้ประโยชน์จากธุรกิจ Big C เร่งการเติบโตของธุรกิจในประเทศเวียดนาม
- ใช้ประโยชน์จากรีนาเชนเต ในการแสวงหาโอกาสเติบโตทางธุรกิจที่อิตาลีและทวียุโรป
- พัฒนาแพลตฟอร์ม Omni-Channel เพื่อสร้างความภักดีของลูกค้าและเพิ่มยอดขาย
- แสวงหาโอกาสเติบโตทางธุรกิจทั้งในเอเชียและยุโรปอย่างต่อเนื่อง
และนี่ก็คือสรุป 7 ข้อสำคัญเกี่ยวกับการพลิกโฉมของ“อาณาจักรค้าปลีกใหญ่ยักษ์ เซ็นทรัล รีเทล” ที่ aomMONEY นำมาสรุปให้เพื่อนๆ อ่านกันครับ เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความมั่นคงมาอย่างยาวนาน และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เป็นความน่าภาคภูมิใจของไทย สำหรับครั้งหน้าทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY จะนำเรื่องอะไรมาเล่าให้เพื่อนๆ อ่านกัน ก็ต้องติดตามกันในบทความต่อไปครับ สำหรับวันนี้…สวัสดีครับ
ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY
บทความนี้เป็น Advertorial
