สวัสดีครับนักลงทุนในกองทุนรวมทุกท่าน กลับมาพบกันที่คลินิกกองทุนแห่งนี้อีกครั้งครับ ปลายปีแบบนี้ หลายคนคงเริ่มต้นที่จะหาข้อมูลในการซื้อกองทุน LTF/RMF กันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งผมมักจะแนะนำนักลงทุนเสมอ ๆ ว่าเราเองควรที่จะพิจารณาการลงทุนใน RMF ก่อน LTF อยู่บ่อยๆ ทั้งนี้ก็เพราะว่า กองทุน RMF นั้น มีเป้าหมายเพื่อการเกษียณซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญที่สุด
นอกจากนี้กองทุน RMF ยังสามารถเลือกประเภทกองทุนที่หลากหลายได้ เช่น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ (Fund of Property Fund) กองทุนหุ้น หรือว่าเป็นกองทุนต่างประเทศ เรียกได้ว่ายิ่งเหมาะในการสร้าง พอร์ตเพื่อการเกษียณของเราได้มากกว่า LTF ที่เน้นลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียวครับ
พอผมอธิบายเรื่องนี้เมื่อไหร่ ก็มักจะมีหลายคนอยากที่จะลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณขึ้นมา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะลงทุนกับอะไรดี ที่จะทำให้เราลงทุนได้อย่างสบายใจได้ ก่อนอื่นคงต้องบอกนักลงทุนทุกท่านว่า การลงทุนเองนั้นมีความเสี่ยง แต่เราเองก็สามารถที่จะควบคุมความเสี่ยงได้น้อยลงได้ หรือว่าสามารถที่จะกระจายความเสี่ยงได้ครับ ซึ่งแนวทางหนึ่งที่ผมคิดว่าเหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน และคิดว่าไม่ได้เป็นวิธีที่ยากเย็นอะไร เพียงแค่นักลงทุนเองจัดพอร์ตการลงทุน ด้วยหลากหลายสินทรัพย์ เช่น ตราสารหนี้ อสังหาฯ หุ้น นั่นเองครับ
ซึ่งใครที่รับความเสี่ยงได้มาก ก็อาจจะมีสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นนั้นมากหน่อย ประมาณ 70% ของพอร์ตการลงทุน ใครที่รับความเสี่ยงได้น้อยหน่อยก็ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นไม่เกิน 30% ครับ ส่วนการคัดเลือกสินทรัพย์เพื่อการลงทุนเองก็มีส่วนสำคัญ หากเราเลือกสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก หรือว่ามีแนวโน้มการเติบโตต่ำๆ หรือ เลือกลงทุนในประเทศที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีก็น้อยลงไปด้วยครับ
ดังนั้น การเลือกสินทรัพย์เพื่อลงทุนระยะยาวๆ เองก็สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวครับ ซึ่งในปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะเลือสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่เจ๊งแน่ๆ แต่ถึงกระนั้น การเลือกสินทรัพย์แบบนี้การเติบโตในระยะยาวอาจจะไม่สูงก็เป็นไปได้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าที่เป็นปัจจัย 4
เนื่องจากสังคมผู้อายุที่กำลังจะมาถึง การบริโภค หรือว่า การใช้สอยสิ่งจำเป็นเหล่านี้ อาจจะลดลงไปก็เป็นได้ครับ ยกเว้นยารักษาโรคที่น่าจะมีการเติบโตมากขึ้น เนื่องจากถ้าสังคมผู้สูงอายุมาถึง เรื่องสุขภาพเองก็เรื่องที่จำเป็นมากๆ ครับ
แต่จะมีสินทรัพย์หนึ่งที่น่าสนใจ และแน่นอนว่าเป็นเมกะเทรนด์ของการลงทุนของโลกใบนี้ นั่นก็คือเรื่องของ “เทคโนโลยี” ซึ่งหนึ่งในธีมเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีนั้นก็คือ หุ่นยนต์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Robotics & AI – Artificial Intelligence)
จริงๆ ผมคงต้องบอกว่า ทุกๆ อย่างนั้น มันจะถูกครอบคลุมด้วยเทคโนโลยีอยู่แล้วครับ เช่นในกลุ่มการแพทย์นั้น การผลิตยาตัวใหม่ๆ หรือ วิธีการรักษาใหม่ๆ ก็ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพื่อให้การรักษาแม่นยำขึ้น เช่น การใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัด อย่างในปีที่ผ่านมาเฉพาะ ‘Da Vinci Surgical System’ หุ่นยนต์ผ่าตัดที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกภายใต้การพัฒนาและผลิตของบริษัท Intuitive Surgical มีการผ่าตัดไปแล้วถึง 753,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 15%หรือว่าแม้แต่ในการวิเคราะห์โรคร้ายก็มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ เช่น ระบบ AI ของ IBM ที่ชื่อ Watson ซึ่งในบ้านเราโรงพยาบาลบํารุงราษฎร์นำมาใช้อยู่ในการวิเคราะห์โรคมะเร็ง ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น เติบโตมากขึ้นครับ และนับวันจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีกครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Robotics ที่ช่วยงานในอุตสาหกรรมหนัก ที่เริ่มจะแพร่หลายมากขึ้น เพราะว่าช่วยเจ้าของกิจการลดต้นทุนได้มาก เนื่องจากค่าใช้จ่ายเรื่องแรงงานนั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนทางจำนวนแรงงานนั่นเอง หรือว่าแม้แต่ในบ้าน ในโรงพยาบาล เองก็เริ่มที่จะมีการใช้ Robotics และ AI มากขึ้นอีกด้วยครับ
เราจะสังเกตได้ว่าระบบ Smart Home ที่สั่งการด้วยเสียงเริ่มมีมากขึ้น ใกล้ตัวเรามากขึ้น เพราะว่าในยุคที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น การจะให้ผู้สูงอายุเดินเหินไปทำนู่นนี่เอง ก็มีความเสี่ยงที่จะหกล้ม หรือว่าเกิดอุบัติเหตุได้ก็มีโอกาสมากตามไปด้วย ดังนั้น ระบบ Robotics และการใช้ AI จึงเป็นอีกเรื่องที่มีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียวครับ
ทั้งนี้ด้วยระบบ AI + Machine Learning ที่นำเอา Big Data ที่เกิดจากการเก็บข้อมูลการใช้ระบบต่าง ๆ และระบบยังสามารถเรียนรู้พัฒนาต่อได้นั้น กำลังมีการพัฒนาอยู่ทุกบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็น Google, Amazon, Facebook หรือแม้แต่รถ Tesla ก็กำลังให้ความสนใจ และแข่งกันพัฒนาระบบของตนเองครับ
ส่วนอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มว่าระบบ AI และ Machine Learning นั้น จะเข้ามามีส่วนมากขึ้นก็ได้แก่กลุ่มการเงินการธนาคาร อุตสาหกรรมรถยนต์ สุขภาพ และกลุ่ม Platform ต่างๆ เช่น Software และ Application
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การลงทุนในธีมเทคโนโลยีนั้น เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงมาก แต่การเติบโตในช่วงนี้นั้นยังไม่ได้สูงมากนัก เนื่องจากเทคโนโลยีต่างๆ เองก็กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาตนเอง พอพัฒนาเสร็จเราคงได้เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน จึงทำให้การทยอยสะสมการลงทุนในเทรนด์นี้ยิ่งทวีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกครับ
แนวโน้มการเติบโตของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ถือเป็นเทรนด์การลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดดังจะเห็นได้จากประมาณการการเติบโตของตลาด Robotics และ AI ทั่วโลกนับจากปัจจุบันถึงปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเติบโตโดยเฉลี่ย 10-15% ต่อปี เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวจากปี 2548-2556 ซึ่งเติบโตเฉลี่ยเพียง 5% ต่อปี (ที่มา: Boston Consulting Group อ้างอิงใน AXA Investment Managers Presentation, May 2017)
พอมาถึงตรงนี้ เราเองก็จะเห็นได้ว่า บลจ. ในบ้านเราเองก็เริ่มที่จะมีกองทุนเทคโนโลยีออกมากันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยโอกาสนี้จึงจะขอนำกองทุนที่อยู่ในธีมการลงทุนที่น่าสนใจขึ้นมาพูดคุยกันสักนิดครับ นอกจากกองทุนนี้จะเป็นกองทุนที่ลงทุนกับเทคโนโลยีแล้ว ยังเป็นกองทุนประเภท RMF อีกด้วย เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ในการลงทุนระยะยาว พร้อมกับได้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วยครับ
กองทุนที่เป็นพระเอกของเราในวันนี้คือ กองทุน ASP-ROBOTRMF นั่นเองครับ หลังจากที่กองทุน ASP-ROBOT ได้เปิดตัวไปและได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้ลงทุน บลจ. แอสเซท พลัส (Asset Plus) เองจึงเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนในกองทุน RMF ด้วยซึ่งแน่นอนว่าตัวพอร์ตการลงทุนนั้นจะเหมือนกันกับกองทุน ASP-ROBOT ทุกประการครับ และเป็นกองทุน RMF กองทุนแรกของไทยที่ลงทุนใน Theme หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ
โดยกองทุนนี้จะลงทุนส่วนใหญ่ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในต่างประเทศ คือ กองทุน AXA World Funds Framlington Robotech ภายใต้การบริหารจัดการของ AXA Investment Managers ซึ่งมุ่งลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Robotics & AI ทั่วโลก แต่ก็จะมีบางส่วนจะลงทุนโดยตรงในหุ้นของบริษัทที่นำหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ดำเนินธุรกิจ หรือลงทุนใน ETF ที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ระดับความเสี่ยงของกองทุนอยู่ที่ระดับ 6 ซึ่งก็เหมาะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง
ในส่วนของ ผลตอบแทนย้อนหลังอย่างที่บอกไปครับ กองทุน ASP-ROBOTRMF นี้ เป็นกองทุน IPO ที่เสนอขายครั้งแรกในช่วง 1 – 21 พฤศจิกายน นี้ จึงยังไม่มีผลตอบแทนของตัวกองทุนเอง แต่หากจะไปดูกันที่กองทุนในต่างประเทศที่กองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนส่วนใหญ่ คือ กองทุน AXA World Funds Framlington Robotech แล้ว ก็ถือว่าทำผลตอบแทนได้ค่อนข้างดี ชนะผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี MSCI All Country World Index ได้เกือบๆ 20% เลยทีเดียวครับ
และทุกครั้งที่ผมเขียนถึงกองทุนไหนๆ ก็ตาม เรื่องหนึ่งที่สำคัญต่อการพิจารณาการลงทุนในกองทุนมากๆ ก็คือ แนวคิดการลงทุนของทีมงาน และพอร์ตการลงทุนของกองทุนครับ
สำหรับกองทุน ASP-ROBOTRMF มีการแบ่งพอร์ตการลงทุนแบบคร่าวๆ เป็น 2 ส่วน เช่นเดียวกันกับกองทุน ASP-ROBOT โดยลงทุนในกองทุนของ AXA (สัดส่วน 0-79%) และลงทุนโดยตรงในหุ้น หรือ ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Robotics & AI (สัดส่วน 0-21%) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ
1. การลงทุนส่วนใหญ่ในกองทุน AXA World Funds Framlington Robotech
- เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สูงมากขึ้น จากหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ 4 กลุ่มได้แก่ กลุ่มจักรกลอัตโนมัติ กลุ่มคมนาคมและขนส่ง กลุ่มสาธารณสุข และกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อการบูรณาการ
- โครงสร้างของกองทุนมีการลงทุนทั้งในหุ้นกลุ่ม Small, Mid & Large Caps ที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Robotics & AI รวมถึงมีการเลือกหุ้นขนาดใหญ่ (Mega Cap) ที่เน้นลงทุนใน Robotics & AI ในฐานะนวัตกรรมที่จะกลายมาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจในอนาคตด้วย
- กรอบการลงทุนก็ค่อนข้างยืดหยุ่นทีเดียว พร้อมสำหรับการลงทุนหุ้นใหญ่เพื่อลดความผันผวนและเสริมสภาพคล่อง รวมถึงสามารถลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กเพื่อโอกาสเติบโตในระยะยาว
- ลงทุนในหุ้นประมาณ 40-60 ตัว
- ในแง่สไตล์การเลือกหุ้น Fund Manager ของกองทุนนี้เน้นเลือกหุ้นพื้นฐานดี โดยมีแนวคิดการลงทุนที่เน้นบริษัทที่อยู่ในช่วง High Growth ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่ระยะเพิ่งเริ่ม (Seed Stage) ที่มีความเสี่ยงสูงมาก หรือระยะท้ายๆ ของเทคโนโลยีนั้นๆ ซึ่งจะมีการเติบโตต่ำจนเกินไป นอกจากนั้น Fund Manager ของกองทุนยังวิเคราะห์โอกาสที่จะได้ประโยชน์จากการควบรวมกิจการในอนาคตไว้ด้วยเช่นกันครับ
- ซื้อหุ้นหรือว่าทยอยสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานดีที่ทางกองทุนมั่นใจแล้วว่ามีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว ราคาไม่แพงจนเมื่อเทียบกับการเติบโตของบริษัทฯ และเป็นเทคโนโลยีที่ต้องจับต้องได้ มีพัฒนาการของบริษัทฯ อย่างชัดเจน และเน้นถือยาวมากกว่ามีการซื้อขายบ่อยครั้ง โดยจะคุมให้มี Portfolio Turnover ไม่สูงมากนัก อยู่ที่ประมาณ 30%
- ทั้งนี้ จะขายหุ้น หรือว่าลดสัดส่วนของบริษัทฯ ที่มีพื้นฐานที่เปลียนแปลงไป โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงกำไรที่ลดลง
ส่วนหน้าตาของพอร์ตการลงทุนในกองทุนของ AXA World Funds Framlington Robotech นั้น จะมีทั้งหุ้น Mega Cap และมีหุ้นขนาดเล็ก – ขนาดกลาง ผสมอยู่อย่างที่ผมเล่าไปแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อการเติบโตที่สูงมากขึ้นในอนาคตครับ
โดยสัดส่วนตามชาร์ตจะเห็นได้ว่ามีแบรนด์ก้องโลกอย่าง Google และ Apple เป็นตัวชูโรงด้านการคิดค้นนวัตกรรมใหม่มาสั่นสะเทือนโลกอยู่เสมอ ในขณะที่ฝั่ง Large Caps มี Keyence บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้านพัฒนาเครื่องเซนเซอร์ และอุปกรณ์ตรวจสอบ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ในอนาคตอันใกล้ต่อการนำเครื่องมือเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในแวดวงต่างๆ
โดยที่กองทุนของ AXA World Funds Framlington Robotech เองก็จะเน้นน้ำหนักการลงทุนไปที่ประเทศสหรัฐฯ เป็นหลักประมาณ 50% ของพอร์ตการลงทุน เนื่องจากว่าเป็นประเทศที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้านนี้อยู่ครับ
2. ส่วนที่เหลือ บลจ. แอสเซทพลัส เลือกลงทุนเองโดยตรงในหุ้น หรือ ETF ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Robotics & AI ทั่วโลก เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มเติม
ซึ่งพอร์ตการลงทุนนั้นก็มีความน่าสนใจมากๆ ครับ เนื่องจากบริษัทที่ลงทุนเป็นบริษัทที่เราคุ้นเคยกันดี และมีการพัฒนา AI ขึ้นมาอย่างที่เรามักจะได้ยินตามข่าวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Alibaba Group, Amazon, Google และ Apple
มาถึงในด้านความเสี่ยงกันบ้างนะครับ เนื่องจากกองทุนนี้เป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศ ซึ่งก็ต้องมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนพ่วงมาด้วย แต่ประเด็นนี้ผู้ลงทุนที่เน้นลงทุนกันแบบยาวๆ ก็พอจะสบายใจได้ เพราะกองทุน ASP-ROBOTRMF เค้ามีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้วไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศครับ
อีกส่วนหนึ่งที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในความคิดผม คือ เทคโนโลยีสมัยนี้ปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างไวมาก ถึงแม้ว่าการลงทุนในกองทุนจะมีข้อดีอยู่คือ มีผู้จัดการกองทุนฝีมือดีมาช่วยเราเลือกหุ้นในกลุ่มที่มีความไวในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงให้กับเรา แต่นักลงทุนเองก็ต้องทราบด้วยว่าการลงทุนในธีมการลงทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้ ก็มีโอกาสที่การลงทุนระหว่างทางจะมีความผันผวนเกิดขึ้นบ้างเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ถ้านักลงทุนมีการกระจายพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยมีสินทรัพย์ที่หลากหลาย และเน้นการลงทุนระยะยาวกับกองทุนนี้แล้วละก็ผมคิดว่าไม่ผิดหวังครับ และที่สำคัญกองทุนนี้เป็นกองทุน RMF ด้วย ซึ่งผมคิดว่าได้ประโยชน์เรื่องลดหย่อนภาษีอีกทาง ระหว่างที่รอผลตอบแทนจากกองทุนที่จะดีขึ้นในระยะยาวก็คิดว่าน่าจะคุ้มค่าครับ ซึ่งหากสนใจก็ลองไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่ www.assetfund.co.th หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.แอสเซท พลัส ครับ
สรุป ผมคิดว่ากองทุนนี้ถือว่าเป็นกองทุนที่น่าสนใจอีกกองทุนครับ ซึ่งก็น่ามีไว้สำหรับโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาวสำหรับพอร์ต RMF เพื่อการเกษียณของเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องไม่ลืมนะครับว่าไม่ว่าจะเลือกลงทุนในกองทุน RMF ใดก็ตาม เราก็ไม่ควรจะทุ่มลงทุนด้วยเงินเก็บทั้งหมดกับกองทุนนี้เพียงกองทุนเดียว เพราะในการลงทุนนั้นโอกาสรับผลตอบแทนสูงก็มาพร้อมระดับความเสี่ยงสูงเสมอครับ
ขอให้นักลงทุนทุกท่านโชคดีในการลงทุนกับกองทุนนะครับ
วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีคร้าบ
บทความนี้เป็น Advertorial